โดยในเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลนั้น ธ.ก.ส. ได้ทำ 2 ส่วนพร้อมกัน กล่าวคือ ออกแอพพลิเคชั่น A-Mobile ซึ่งนอกจากจะให้บริการธุรกรรมการเงินดิจิทัลทุกอย่างแล้ว ยังให้ข้อมูลความรู้แก่เกษตรกร อาทิ ราคาพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น อีกทางหนึ่ง ธ.ก.ส. เชื่อมโยงการตลาดผลิตภัณฑ์การเกษตรทั้งแบบออนไลน์ และเครือข่ายประชารัฐ ผ่าน e-Market Place Platform ภายใต้ชื่อ A Farm Mart โดยเป็นช่องทางในการเชื่อมต่อกับ On-line Market หรือ Social Media ต่างๆ รวมถึงเป็นช่องทางจัดจำหน่ายผ่าน Supply Chain ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ครอบคลุมการให้บริการครบวงจร ตั้งแต่ E-Order สั่งซื้อ E-Payment เชื่อมต่อด้านการเงินกับธนาคารในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจ่ายชำระค่าสินค้าและบริการ การแจ้งหนี้ การเรียกเก็บ และ E-Logistics คือ การบริหารคำสั่งซื้อ (Order Managements) กับระบบงานด้านขนส่งแบบ B2B (Systems to Systems) เพื่อให้บริการมีความรวดเร็ว สะดวก รวมถึงสามารถติดตามตรวจสอบสถานะการขนส่งและการเชื่อมโยงกับระบบเก็บเงินปลายทาง (COD : Cash On Delivery) ทั้งการโอนเงินและส่งคืนเงิน ในกรณีที่ผู้ซื้อใช้บริการเรียกเก็บเงิน ณ จุดนำจ่าย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการพัฒนาระบบการจำหน่ายสินค้าที่ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังส่งเสริมสังคมให้มีความเข้มแข็ง ด้วยการให้ความรู้สู่การพัฒนาชุมชนในสี่มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการจับมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ผลักดันในเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน โดยในปีนี้มีการตั้งเป้าว่าจะร่วมกันพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน 35 ชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนได้เป็นอย่างดี
ในขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อมนั้น ธ.ก.ส. ได้คิดค้นโครงการธนาคารต้นไม้ โดยให้เกษตรกรนำต้นไม้มีค่าเป็นหลักทรัพย์ประกันทางธุรกิจ ปัจจุบันมีสมาชิกธนาคารต้นไม้มากกว่า 100,000 ราย รวมเป็นต้นไม้ 11.7 ล้านต้น โดยในอนาคตมีแผนที่จะเชิญชวนภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนการปลูกป่าเพิ่มเติม ผ่านวิธีการซื้อคาร์บอนเครดิต
ความตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในปีที่ผ่านมา กำลังเริ่มเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น เห็นได้จากดัชนีชี้วัดที่สำรวจโดยมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่เข้ามาเป็น Third Party พบว่า ผู้มีรายได้น้อยกว่า 20,000 บาทต่อปี มีรายได้เพิ่มขึ้น 31% ในขณะที่ผู้มีรายได้กว่า 30,000 บาทต่อปี มีรายได้เพิ่มขึ้น 32% ใกล้เคียงกับที่กระทรวงการคลังได้ตั้งเป้าที่จะเพิ่มรายได้ผู้มีรายได้น้อย 30%
“สำหรับ ธ.ก.ส. ไม่ได้วัดแค่รายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเดียว แต่เราวัดเรื่องการเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย เพราะเชื่อว่าหากสองอย่างนี้เข้มแข็งด้วยกันทั้งคู่ จะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในระยะยาวได้อย่างแท้จริง”