Innovation ต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นมาเกิดจากไอเดียและกระบวนการซึ่งถูกเพาะบ่มจนกลายเป็น DNA ของคนเบเยอร์ โดยที่ ดร.วรวัฒน์ มองว่าเป็นเรื่องโชคดีมากที่ DNA เหล่านี้ถูกปลูกฝังอยู่ในตัวพนักงานของเบเยอร์ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน
“เราพยายามบริหารงานในรูปแบบ Entrepreneurship คือให้พนักงานทุกคนมีความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในทุกส่วนทุกฟังก์ชั่นของงาน ความโชคดีของเราก็คือ เราเพาะบ่มเอา Culture ดีๆ เหล่านี้เข้าไปในตัวพนักงาน ทีมงาน นักวิจัย ทำให้เขาค่อนข้างกระตือรือร้นในการที่จะเสาะแสวงหานวัตกรรมผนวกกับการที่เรามีทีมเซลส์ ทีมมาร์เก็ตติ้ง ที่รับเอาความต้องการของผู้บริโภคสมัยใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้เราสามารถพัฒนา Innovation ใหม่ได้ตามความต้องการของผู้บริโภค
อีกส่วนหนึ่งคือ เรานำเอาเทคโนโลยีต่างประเทศใหม่ๆ เข้ามาลองทำ Market Survey ดูว่าได้ผลไหม ใช้ได้ดีหรือเปล่าหลังจากนั้นจึงรวบรวมมาสร้างเป็นงานวิจัยเพื่อที่จะพัฒนา ไอเดียต่างๆ มันก็เลยมาจากโจทย์ของผู้บริโภคด้วยและเทคโนโลยีใหม่ที่มีอยู่แล้ว ผสมผสานเป็น Product Innovation และส่วนสำคัญส่วนสุดท้ายคือ ต้อง Communicate ให้ลูกค้าทราบคุณสมบัติที่ดีของผลิตภัณฑ์ด้วย”
แน่นอนว่า การจะสื่อสารไปถึงผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปเช่นในปัจจุบันช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางที่ ดร.วรวัฒน์ มองว่าเจาะเข้าตรงไปยังกลุ่มทาร์เก็ตได้มีประสิทธิภาพมาก
“เราปรับโหมดมาทำออนไลน์หลายปีแล้ว ตอนนี้ TVC Billboard สิ่งพิมพ์เพียงช่องทางเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เราจึงลงมาใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ข้อดีของออนไลน์ก็คือสามารถ Segment ได้ตรงกลุ่มผู้บริโภค เราทำคลิปวิดีโอเจาะเข้าไปยังคนกลุ่มที่เราต้องการสื่อสารกับเขาได้ทันทีไม่ว่าจะเป็นกลุ่มช่าง คนรุ่นใหม่ เช่น มีคลิปตัวหนึ่งที่ประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก คือตัว สี BegerONE เป็นตัว Innovation ใหม่ที่เราออกมาเจาะตลาด DIY สำหรับผู้ใช้งานปัจจุบันที่นิยมอยู่คอนโดมิเนียม สามารถใช้งานได้ง่ายในสีกระป๋องนี้กระป๋องเดียว”