FOCUS POINT
- make no sense Customer โครงการ Customer Experience เริ่มกับพนักงานสาขาของ SCB
- พนักงานทั่วประเทศเสนอปัญหาให้แก้ไขกว่า 4,000 เรื่อง
- คณะจัดการตั้งเป้าสร้างวัฒนธรรมใหม่ คิดถึงลูกค้าก่อน แก้ปัญหาให้ได้จริง
ธนา เธียรอัจฉริยะ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันนอกจากงานด้านการตลาดแล้ว ยังริเริ่มโปรเจ็กต์ใหม่ ซึ่งคิดว่าต้องใช้เวลา อยู่ระหว่างลองผิดลองถูกอยู่ เป็นเรื่อง Customer Experience โครงการดังกล่าว รู้จักภายใน SCB ในชื่อ make no sense
“ผมใช้ความเป็น Marketing มอบหมายให้ซีเนียร์เบอร์ 1 ชื่อคุณเปิ้ล เป็นคนทำ และหวังว่าจะเป็นโครงการระยะยาวมากๆ ให้แบงก์“
คุณเปิ้ล ที่ธนากล่าวถึง คือ อนิสา ชูจันทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด Customer Experience
วิธีการของ make no sense คือ ให้พนักงานสาขา กรอกข้อมูลลงในเอกสาร ถึงสิ่งที่คิดว่า เป็นปัญหา หรือพูดง่ายๆ ไม่ make sense เป็นเรื่องที่ลูกค้าบ่น ไม่พอใจ คิดว่าควรแก้ไข
“เรารับปัญหาจากพนักงาน เอามารวบรวมให้เห็นว่า แบงก์มีปัญหาอย่างนี้ มาแก้กันเถอะ แทนที่จะแก้ทีละนิด ผู้ใหญ่ไม่รู้ทุกอย่างหรอก ให้เด็กส่งขึ้นมา“
ถ้าแก้ได้ ก็จะตอบสนองเรื่องลูกค้าเปลี่ยนไปเยอะๆ และตามไม่ทัน ซึ่งตรงนี้หวังว่าจะเป็น Culture ใหม่ขององค์กรในอนาคตว่าแบงก์นี้ตั้งใจแก้ปัญหาให้ลูกค้า ได้แก้จริง“
ธนา ขยายความคำว่า วัฒนธรรม ในบริบทข้างต้นว่าคืออะไร โดยยกตัวอย่าง Amazon ว่า ปัจจุบันเป็นบริษัทอันดับ 1 ของโลก มาจากวัฒนธรรมองค์กรหลัก - Customer First
โดยทุกครั้งที่มีการประชุมบอร์ดบริหารหรือคณะจัดการ จะเว้นเก้าอี้ให้ว่างตัวหนึ่ง ไม่มีใครนั่ง เก้าอี้ตัวนั้นเป็นสัญลักษณ์ของลูกค้าที่เข้าร่วมประชุมไม่ได้ ให้ทุกคนตระหนักว่า คุยอะไรคิดถึงลูกค้าด้วย
ครั้งหนึ่ง มีการเสนอให้มีปุ่ม Cancel เวลาสั่งของ ที่ประชุมบอกต้องอยู่ลึกๆ จะได้ Cancel ยากๆ แต่เจฟฟ์ เบซอส ซีอีโอบอกว่าลูกค้านั่งอยู่ตรงนั้น ถามเขาหน่อยไหมว่าจะเอาอย่างไร
แน่นอนว่าลูกค้าต้องเอาปุ่มอยู่หน้าสุด Cancel ได้ง่ายๆ
“เบซอสตัดสินใจทำอย่างนั้น คิดว่า เจ๊งเป็นเจ๊ง ปรากฏว่า ยอดรายได้ขึ้นมหาศาล เพราะลูกค้ารู้สึกว่าCancel ง่าย กลายเป็นแทบไม่ Cancel เลย ทำให้ Amazon โตมหาศาล“
ธนา กล่าวว่า การทำงานแบงก์เป็นการเรียนรู้ ช่วงแรก เน้นเทคโนโลยีมาก แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง พบว่า แท้จริงแล้ว คือ หยินกับหยาง
“เทคโนโลยี ต้องมากับ Empathy ผมเรียกว่า มันคือความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง”
ธนา กล่าวต่อไปว่า วิธีดีที่สุดที่จะรู้ความต้องการลูกค้าไม่ใช่ทำเซอร์เวย์ เพราะจริงๆ แล้วลูกค้าก็บอกไม่ได้ว่าต้องการอะไร
วิธีดีที่สุด เขาใช้คำว่า ความรู้อยู่ที่มวลชน ขยายความว่า พนักงาน Front หรือเคาน์เตอร์สาขารู้ดีที่สุด
“คือเขาโดนด่าทุกวัน เจอลูกค้าทุกวัน วิธีการถามลูกค้าที่ต้นทุนไม่แพงคือ ถามพนักงานเรานี่แหละ คือ พนักงานที่เจอลูกค้าอยู่ทุกวัน เรารันแคมเปญนี้อยู่ และมาประกบกับเทคโนโลยี”
”มีแบบฟอร์มให้พนักงานที่สาขาทุกคน ได้ยินอะไรเขียนมาได้หมด เช่น หนูอยู่สาขา ลูกค้ามากู้ มันไม่มีระบบติดตามว่า เมื่อไหร่จะรู้ว่ากู้ได้ หรือเรามี QR แล้วทำไมเวลาไปแลกเงินต่างประเทศ ลูกค้ายังต้องไปกดเอทีเอ็มแล้วเอามาแลก ทำไมสแกนไม่ได้ เพราะลูกค้าบ่นว่าทำไมที่อื่นเขาสแกนได้ ส่วนเรื่องเช่น ที่จอดรถไม่พอไม่เอา เงินเดือนน้อยไม่เกี่ยว ต้องเป็นปัญหาลูกค้าเท่านั้น”
ตัวอย่างอื่นๆ ที่พนักงานแจ้งมา เช่น ทำไมออกเช็ค ต้องไปสาขาที่ลูกค้าเปิดบัญชี จะแก้อย่างไร ยังเป็น Pain อยู่ หรือสมัครบัตร SCB M แล้ว ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ บอกได้ไหม ไม่ใช่อยากได้เดี๋ยวนี้ หรือบางบริการ ต้องให้แฟกซ์มายืนยัน ซึ่งลูกค้าไม่มีแฟกซ์ แต่ยุคนี้แล้ว สื่อสารด้วยวิธีอื่นได้ ฯลฯ
make no sense เริ่มจากพนักงานที่สาขา ให้ตอบแบบสอบถาม ว่ามีอะไรที่ไม่ Make Sense กับลูกค้า อยากให้แก้ไข รวมถึงหากมีแนวทางแก้ไขก็ให้บอกมาด้วย เริ่มทำตั้งแต่ประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม 2561 ผ่านไปเพียง 2 สัปดาห์มีพนักงานส่งคำตอบมา 1,200 เคส
“เราเห็นแล้ว เป็นลม” ธนาเล่าไป ยิ้มไป
จุดประสงค์ใหญ่ที่สุดของโครงการ make no sense คือ การสร้างวัฒนธรรม
ธนา กล่าวว่า ยกตัวอย่าง วัฒนธรรมไม่ดี คืออะไร ?
“พนักงานสาขาคนหนึ่ง รักแบงก์มาก อาจอยู่ไกลมาก เขาขับมอเตอร์ไซค์ผ่าน เห็นเอทีเอ็มจอแตก กลับไปบอกผู้จัดการสาขา ซึ่งเป็นสาขาเล็กๆ ไม่รู้จะบอกใครดี สำนักงานใหญ่ โทรไปก็ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครรับ ไม่มีใครมาซ่อม”
“ถามว่า หลังจากนี้พนักงานขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านอีก เห็นจอแตก จะพูดกับใครอีกไหม เขาก็ไม่พูดแล้ว ช่างมันแล้วกัน ต่อไป เขาเห็นกระจกร้าว เขาก็ไม่พูด เห็นแล้วก็ช่างมัน มันแก้ไม่ได้หรอก ทุกคนบอกแก้ไม่ได้หรอก นี่คือวัฒนธรรมลบ เราก็จะแก้ปัญหาไม่ได้เลย”
ธนา กล่าวต่อไปว่า ถ้าพนักงานสามารถส่งเรื่องใดๆ มาแล้วมีคนแก้ให้ได้ ทุกคนก็จะคิดว่าหาเรื่องใหม่ๆ ดีกว่า ทุกคนรักแบงก์ เรื่องนี้ไม่ดี ส่งมาให้อีก