ผลกระทบสำคัญจากคู่แข่ง
นอกเหนือจากเหตุผลดังกล่าวข้างตันแล้ว เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งที่ Tim Cook ไม่ได้พูดถึง ที่ทำให้ iPhone มียอดขายลดลงในตลาดสำคัญอย่างจีน รวมทั้งในตลาดประเทศกำลังพัฒนา และประเทศพัฒนาแล้วอีกหลายประเทศคือ การเติบโตอย่างรวดเร็วของคู่แข่งสำคัญรายใหม่ คือ Huawei ที่มีอัตราเติบโตต่อเนื่องในตลาดทั่วโลกที่สูงมาก ประมาณ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ จนถึงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ในบางช่วง ขณะที่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา iPhone ของ Apple มีอัตราเติบโตประมาณ 0,5-0.7 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งส่วนแบ่งตลาดของ iPhone ในตลาดจีนและในตลาดทั่วโลกลดลง
ในตลาดจีน ส่วนแบ่งตลาด iPhone เมื่อไตรมาสที่สาม 2018 อยู่ที่ประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ในช่วงเดียวกันของปี 2017 มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ (ข้อมูลจาก Counterpoint Technology Market Research)
ส่วนในตลาดโลก ตั้งแต่ไตรมาสที่สองของปี 2018 ส่วนแบ่งในตลาดโลกของ iPhone ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 13.2 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ Huawei มีส่วนแบ่งตลาดโลกเพิ่มเป็น 14.6 เปอร์เซ็นต์ (ข้อมูลจาก IDC) และทำให้ Huawei ขึ้นเป็นอันดับสองในตลาดสมาร์ทโฟนโลกแทน iPhone อย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน
แม้ Apple จะมีผลิตภัณฑ์หลายประเภท ทั้งสมาร์ทโฟน iPhone, iPad, คอมพิวเตอร์ตระกูล Mac และอื่นๆ แต่ iPhone เป็นตัวทำรายได้สำคัญให้กับ Apple มีสัดส่วนการสร้างรายได้สูงมากตั้งแต่ประมาณ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์จนถึง 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ และบางช่วงสูงเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกรวมทั้งในจีนของ iPhone ลดลงจึงส่งผลกระทบต่อรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
และส่วนแบ่งตลาดของ iPhone ที่ลดลงนั้น มาจากการเติบโตสูงมากอย่างแข็งแกร่งของสมาร์ทโฟน Huawei อันเนื่องมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีจนมีเทคโนโลยีสูงไม่ด้อยกว่า iPhone และ Samsung ทั้งยังมีคุณสมบัติสำคัญในการใช้งานที่โดนใจผู้บรืโภคส่วนใหญ่ในตลาดโลกมากกว่า เช่น การเป็นสมาร์ทโฟนถ่ายภาพสวยเพราะจับมือกับ Leica นอกจากนั้นการตั้งราคาขายยังลมเหตุสมผลกว่าในความรู้สึกของผู้บริโภคเมื่อเทียบกับ iPhone