BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,934
VIEWS

แนวโน้ม Customer Service เปลี่ยน จันทร์-ศุกร์ เริ่ม 07.00 เสาร์งานหนักเท่าวันธรรมดา

ก.พ. 17, 2560 BrandAge Team

Landscape ของงาน Customer Service เปลี่ยนจากเดิมโดยสิ้นเชิงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยผลการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคระบุว่า จำนวนลูกค้าที่โทรเข้าไปหา Call Center ในวันเสาร์เพิ่มจากเดิม 60%

ยิ่งกว่านั้น คนจำนวนไม่น้อย โทรเช้ากว่าเดิม คือ เจ็ดโมง  (07.00 น.) และช้าสุด สองทุ่ม (20.00 น.) CALLCARE ผู้ให้บริการ Call Center ชั้นนำ ให้ข้อมูลแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค ช่วงปี 2014-2016 ซึ่งระบุว่า

วันเสาร์กลายเป็นวันที่งานยุ่งที่สุดไม่แพ้วันธรรมดา โดยช่วง 09.00-18.00 น. จำนวนการรับสายของพนักงานมากเท่า วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ขณะที่วลีที่คุ้นเคยกันอย่าง ‘nine to five’ คือ เริ่มงาน 9 โมง เลิก 5 โมงเย็น ตอนนี้ก็เปลี่ยนไปแล้วเหมือนกัน ลูกค้าจำนวนไม่น้อย เริ่มโทรตั้งแต่ 07.00 น. แทนเวลาเดิมคือ 08.00 น.

ส่วนช่วงเวลาให้บริการสูงกว่าเดิมถึง 45% เป็นช่วง 18.00-20.00 น. เพื่อให้สามารถนำข้อมูลและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในแต่ละอุตสาหกรรมนอกจากข้อมูลดิบแล้ว CALLCARE ทำคู่มือให้กับธุรกิจต่างๆ ด้วย  ซึ่งอาจช่วยให้ชนะการแข่งขัน รวมถึงนำเสนอบริการลูกค้าที่สมบูรณ์แบบในอนาคต

Gemma Harding, Head of Corporate Services กล่าวว่า ข้อมูลของของ CALLCARE  แสดงให้เห็นถึงการตอบสนองที่มีต่อแต่ละธุรกิจในปัจจุบัน และแผนก  Customer Service ก็เปลี่ยนอย่างรวดเร็วเช่นกัน ลูกค้าจำนวน ไม่น้อยไม่ได้โทรเข้ามาเพื่อทำตามคำแนะนำของบริษัท  แต่ต้องการให้บริษัททำงานโดยยึดตารางเวลาของพวกเขามากกว่า

“แน่นอนว่า นี่เป็นหนทางที่ควรเป็นในอนาคต  การแข่งขันมีสูงขึ้นมากกว่าเดิม เพราะผู้บริโภคที่ไม่พอใจบริการ เช่น พนักงานพูดไม่เข้าหู หรือตอบสนองล่าช้า ก็พร้อมย้ายเงินของเขาไปใช้บริการของที่อื่น”

“บริษัทใดไม่ตอบสนองเรื่องที่ดูเหมือนเล็กๆ เหล่านี้อย่างเหมาะสม ก็อาจเสียธุรกิจไปได้ทุกเมื่อ วิธีที่ทำได้เลย เช่น  เริ่มงานเร็วกว่าที่เคย  หรือเปิดทำงานในวันหยุด น่าจะทำให้ลูกค้าพอใจมากขึ้น”

 การค้นพบ 4 เรื่องสำคัญ ซึ่งเป็นแนวโน้มของปี 2017 ประกอบด้วย

1)เวลาเริ่มงานปกติเริ่มเปลี่ยน  เวลาใหม่จะกลายเป็น  New Normal ในที่สุด

เป็นที่รู้กันดีว่า คนส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่ในที่ทำงาน 8 ชั่วโมง  เรื่องแรกๆ ที่ต้องทำ เช่น โทรศัพท์ไปหาลูกค้า คู่ค้า หรือแผนก  Customer Service

คำถามคือ เวลาเหมาะสมที่ควรโทรคือเวลาใด ?  07.00 น. กลายเป็นเวลาใหม่ แทนเวลาเดิม ซึ่งก็คือ  08.00น. ทั้งนี้ รายงานจากแผนก  Customer  Service ระบุว่า การโทรเริ่มจาก 07.00 น. เป็นต้นไป เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  เรียกได้ว่า ต้องการให้บรรดา Admin  รีบเข้ามาทำงานก่อนเวลาเดิมๆ มากขึ้น

คนส่วนใหญ่ออกไปทานข้าวกลางวันเร็วกว่าเดิมด้วย  รวมทั้งใช้เวลารับโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานน้อยกว่าเดิม ทั้งนี้เวลาเดิมที่โทรบ่อยอยู่ระหว่าง 13.00-14.30 น. ส่วนเวลาใหม่อยู่ระหว่าง 12.45-13.30 น. 

2)การใช้ AI (Artificial Intelligence) เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ 

แน่นอนว่า การต้องคุยกับหุ่นยนต์ ไม่ใช่สิ่งที่น่าพอใจนัก สำหรับลูกค้าผู้ตั้งใจโทรเข้ามาที่  Customer Service ข้อมูลของ CALLCARE ระบุว่า 1 ใน 10 ของผู้บริโภค รู้สึกสับสนกับการที่ต้องกดปุ่มมากมายกว่าจะได้เจอ

คนรับผิดชอบสิ่งที่ต้องการตรงๆ  เรื่องดังกล่าวเป็น  Pain Point ในชีวิตจริงของลูกค้า ซึ่งทุกองค์กรไม่ควรเพิกเฉยโดย AI สามารถแก้ปัญหา สร้างประสิทธิภาพในการทำงาน  และประหยัดต้นทุนสูงสุด  

“ยกตัวอย่าง เช่น พัฒนา AI ในรูปแบบของ Chatbot รองรับความต้องการทางออนไลน์ของลูกค้า ตอบคำถามพื้นฐาน เช่น ที่ตั้งบริษัท ประวัติการรับบริการ คุณสมบัติเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์”

“AI ยังช่วยลดต้นทุนการอบรมพนักงาน Front-line ในการรับมือกับคำถามแบบทันทีทันใด หรือคำถามซ้ำๆ รวมถึงทำให้ลูกค้าเสียเวลาติดต่อจากแผนกหนึ่งไปสู่อีกแผนกหนึ่งน้อยลง  พนักงานสามารถใช้เวลากับปัญหาแท้จริงของลูกค้าได้ตรงจุด”  

3) Data มีอิทธิพลต่องาน  Customer Service มากขึ้น

อาจมีบริษัทจำนวนมากไม่ตระหนักถึงสิ่งนี้ แต่ข้อเท็จจริงคือ มีข้อมูลมากมายจากปลายนิ้วของลูกค้าปัจจุบันซึ่งนำไปสู่  Insights มากมายที่สามารถทำให้เกิดการปรับปรุงหลากหลายอย่ารู้สึกกลัวการขุดค้นข้อมูลลึกๆ  เพราะทุกสิ่งแตกต่างจากที่ลูกค้าบอก นำไปสู่การพัฒนาเรื่องใหม่เสมอ

 “ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์เรื่องการซื้อ หรือการขาย นำสู่โอกาสการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ประเด็นที่ทุกองค์กรต้องใส่ใจคือ ทุ่มเทไปกับเทคโนโลยีนั้นๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งบริการที่ดีที่สุด” 

“ทุกวันนี้ ธุรกิจจำนวนมาก ให้ความสำคัญกับการใช้อุปกรณ์แบบ  Mobilised ลงทุนซื้อซอฟต์แวร์ CRMมากขึ้น  เพื่อเพิ่มยอดขาย ช่วยปรับปรุงงาน  Customer Service ทำให้พนักงานในสนามจัดการ วิเคราะห์ปฏิกิริยาของลูกค้า ตอบสนองได้เร็วขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้น”

4) วันเสาร์  กลายเป็นวัน (ต้อง) ทำงานวันที่ 6 

สำหรับคนส่วนใหญ่ สุดสัปดาห์ หมายถึงวันพักผ่อน แต่ข้อมูลของ  CALLCARE ระบุว่า วันเสาร์ กลายเป็นวันทำงานวันใหม่  นับจากปี 2014 เป็นต้นมา จำนวนการโทรในวันเสาร์ ช่วง 09.00-18.00 น. เพิ่มขึ้นมากกว่า 60%  เป็นช่วงงานหนักเท่าวันธรรมดาโดยประเด็นสำคัญ คือ บริการทุกเรื่องต้องสะดวก เร็ว ง่าย ภาพชัดเจนที่สุดตอนนี้คือ การที่ธนาคารส่วนใหญ่เปิดบริการในวันหยุดด้วย  

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact