สังเกตกันบ้างไหมว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา “อสังหาริมทรัพย์” เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีความเคลื่อนไหวและนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ในธุรกิจมากที่สุดอุตสาหกรรมหนึ่งของไทย
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ผู้ประกอบการหลายค่ายต่างก็รู้ตัวว่าไม่ช้าก็เร็ว ตลาดที่อยู่อาศัยหรืออสังหาริมทรัพย์จะต้องได้รับผลกระทบจากคำว่า Digital Disruption
ในความคิดเห็นของ ดร.ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ลึกๆ แล้วเขาเชื่อว่า อสังหาริมทรัพย์ คือ ระเบิดลูกที่ 5 ที่จะถูก Disrupt จากเทคโนโลยีสมัยใหม่ หลังจากที่เทคโนโลยี Digital นี้ไล่ถล่มมาแล้วถึง 4 อุตสาหกรรมใหญ่ คือ Teleco, Media, Financial และ Retail
“เรายังไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ เรารู้ว่า 4 ธุรกิจที่เจอ Disrupt ก่อนหน้านี้ ล้วนแล้วแต่เสียหายรุนแรง ไม่แพ้กับถูกสึนามิพัดถล่ม นี่คือเหตุผลที่ทำให้เราต้องคิดแบบ Pro Active”
แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวและการลงทุนในส่วนของเทคโนโลยีของแสนสิริจึงมีมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดบริษัท สิริ เวนเจอร์ส บริษัทร่วมทุนในรูปแบบ Corporate Venture Capital เพื่อความคล่องตัวในการลงทุนด้านเทคโนโลยีภายใต้มิชชั่น Sansiri Transformation
เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทุกโครงการของแสนสิริจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ มานำเสนอกับลูกค้าเสมอ
เป้าหมายของแสนสิริที่วางไว้นั้น คือต้องการเป็นผู้นำด้าน Digital Real Estate Developer ที่นำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับความเป็นอยู่ของลูกบ้าน
ล่าสุดแสนสิริได้มีการประกาศวิสัยทัศน์ Sansiri Tech Forward พร้อมทุ่มงบ 600 ล้านบาท ชูเทคโนโลยีเป็นฟันเฟืองสำคัญในการดำเนินธุรกิจประจำปี 2019 ผ่าน AI , IoT และ Blockchain
ความน่าสนใจของแคมเปญนี้ ก็คือเป็นการผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำด้านไอทีของไทยและระดับโลก อาทิ Amazon Web Services, Digital Ventures และ Microsoft เพื่อร่วมพัฒนานวัตกรรม Sansiri Value Chain ตั้งแต่ การพัฒนาโครงการ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร ไปถึงการสร้างสรรค์บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกบ้านแสนสิริ โดยมีเป้าหมายที่จะนำเอาระบบ AI เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2020