ในโลกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตลาด คือบทพิสูจน์ฝีมือผ่านการบริหารจัดการที่ซับซ้อนและเข้าใจลูกค้าที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทว่าความท้าทายที่ยากกว่าการขึ้นสู่จุดสูงสุด คือการรักษาความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคให้คงอยู่ได้อย่างยาวนาน ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดที่มีแต่ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ในวงการ ซึ่งต่างก็พัฒนามาตรฐานของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ชื่อของ “เอพี ไทยแลนด์” กลับปรากฏอยู่ในตำแหน่ง Thailand’s Most Admired Brand ติดต่อกันหลายปีซ้อนกับ 4 รางวัลใหญ่ ได้แก่ แบรนด์อันดับ 1 ในกลุ่มอสังหาที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุด, แบรนด์อันดับ 1 ในกลุ่มทาวน์โฮมที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุด, รางวัลพิเศษ Market Leader Brand Award ในกลุ่มอสังหา และรางวัลพิเศษ Market Leader Brand Award ในกลุ่มทาวน์โฮม สะท้อนถึงความสามารถในการนำแนวคิด Empower Living มาส่งมอบ Living Quality สู่ผู้บริโภคได้จริง จนกลายเป็นความไว้วางใจในระยะยาว
รางวัลดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จในแง่ของภาพลักษณ์เท่านั้น แต่ยังแปรเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในเชิงธุรกิจ ซึ่งปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านตัวเลขผลประกอบการที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการ โดยเฉพาะการก้าวขึ้นมาครองตำแหน่งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มียอดขายสุทธิสูงที่สุดในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องด้วยตัวเลข 46,865 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมจากสินค้ากลุ่มแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม (100% JV) และธุรกิจอื่นๆ ได้สูงถึง 45,994 ล้านบาท กำไรสุทธิเท่ากับ 4,316 ล้านบาท และมีสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.64 เท่า ซึ่งเป็นไปตามนโยบายในการบริหารจัดการสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนในระดับที่ไม่เกิน 1 เท่า

คุณรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “Empower Living หรือชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” นั่นเป็นเหตุผลที่เอพีมอบทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากที่สุดในตลาด ด้วยโปรดักต์ที่ครบทุกเซกเมนต์ แบบบ้านมากกว่า 600 ดีไซน์ ใน Range ราคาตั้งแต่ 2-120 ล้านบาท ยังไม่นับรวมทำเลที่ครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากที่สุด พร้อมคุณภาพการอยู่อาศัยที่พัฒนาขึ้นเพื่อลูกค้า
อย่างไรก็ดี ปัจจัยลบรอบด้านที่เกิดขึ้นในปีนี้ คุณรัชต์ชยุตม์ ให้ความเห็นว่าคนที่แข็งแรงและมีความพร้อมเท่านั้นที่จะคว้าโอกาสในตลาดอสังหาไปได้แต่ท่ามกลางปัจจัยลบก็ยังพอมีสัญญาณบวก อาทิ การขยายเครือข่ายคมนาคมจากภาครัฐไปยังหัวเมือง การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี ช่วยลดภาระการผ่อนและกระตุ้นการตัดสินใจผู้ซื้อได้ดี
“ใครที่มีความพร้อมด้านการเงินและบุคลากรจะคว้าโอกาสในปีนี้ไปได้ ซึ่งเอพีถือเป็น Player ที่แข็งแรงในตลาด และเพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้แข็งแกร่งและเติบโตในระยะยาว เรากำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING - Leading with Empathy, Growing with Discipline’”
โดยหัวใจของยุทธศาสตร์นี้ คือการให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งอย่างเป็นระบบ ผ่านการทำความเข้าใจเชิงลึกในทุกมิติ (Empathy) ควบคู่กับวินัยในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ (Discipline) โดยมี AP CODE เป็นแนวคิดหลักในการสร้างมาตรฐานการทํางานที่เริ่มต้นจากความเข้าใจคุณภาพชีวิตจริงของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง รวมถึงเป็นหลักการและมาตรฐานของสินค้า บริการ และกระบวนการทำงานของทุกฟังก์ชันหลัก เพื่อสร้าง Living Quality และส่งมอบชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ให้กับลูกค้าในทุกโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม
“AP CODE ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมาตรฐานด้านการออกแบบและการก่อสร้างเท่านั้น แต่เป็นระบบมาตรฐานการทำงานแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทุกมิติขององค์กร ซึ่งเริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิตลูกค้าอย่างลึกซึ้งในทุกช่วงเวลา และเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ที่ยาวนาน ประกอบกับการต่อยอดองค์ความรู้ภายในและการถ่ายทอดแนวคิดรอบด้านจากพันธมิตรญี่ปุ่น โดย AP CODE ถือเป็นแนวคิดหลักขององค์กร ที่ขับเคลื่อนให้พนักงานเอพีทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในสายงานใดให้ยึดถือปฏิบัติภายใต้แนวทางและข้อกำหนดที่ชัดเจน”

ยุทธศาสตร์ CODE of In-Depth Understanding ถูกถอดรหัสออกมาเป็น 5 เสาหลัก เพื่อส่งมอบ Living Quality ประกอบด้วย
เสาหลักที่ 1 Code of Empathy กรอบมาตรฐานในการพัฒนาสินค้าและบริการที่เริ่มต้นจากความเข้าใจชีวิตลูกค้าอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ โดยมี Empathy เป็นคีย์สำคัญในการเข้าใจและค้นหา Unspoken Needs ที่ลงลึกไปทุกกระบวนการ ตั้งแต่การเลือกสรรที่ดิน วิธีคิดในการออกแบบ การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างไปจนถึงการบริการหลังการขาย ทุกกระบวนการดำเนินไปภายใต้หลักการเดียวกัน คือการเข้าใจชีวิตจริง
เสาหลักที่ 2 Code of Financial Discipline วินัยทางการเงินถือเป็นออกซิเจนหล่อเลี้ยงธุรกิจ ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด โดยที่ผ่านมาได้รักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 0.64 เพื่อให้บริษัทมีทั้งสภาพคล่อง ความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุน ตลอดจนความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่ยังคงสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ทำให้เอพีเหนือกว่าในจังหวะที่ตลาดมีความผันผวน โดยเสถียรภาพทางการเงินของเอพีสะท้อนผ่าน 4 ปัจจัยสำคัญ เช่น Bank Available Credit วงเงินสินเชื่อพร้อมเบิกใช้จากสถาบันการเงิน รวมกว่า 18,880 ล้านบาท Joint Venture Investment เงินลงทุนจากพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ Mitsubishi Estate ผ่านทุนจดทะเบียนบริษัทลูกกว่า 12,619 ล้านบาท Cash Inflow กระแสเงินสดจากการขายและโอนอสังหาริมทรัพย์ที่กระจายอยู่ในกว่า 200 โครงการ ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และ Capital Market Confidence ความเชื่อมั่นจากตลาดทุน สะท้อนผ่านการเสนอขายหุ้นกู้ที่ได้รับการตอบรับเกินเป้า (Oversubscription) พร้อมอันดับเครดิตองค์กรระดับ A แนวโน้ม Stable ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากทริสเรทติ้ง
เสาหลักที่ 3 Code of Global Partnership มาตรฐานในการทำงานที่ทำให้เอพีเชื่อมโยงมาตรฐานสากลเข้ากับบริบทตลาดไทย สะท้อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวกับมิตซูบิชิ เอสเตท พันธมิตรญี่ปุ่น โดยหัวใจสำคัญของเสาหลักนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขการร่วมลงทุนเท่านั้น แต่อยู่ที่การถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับองค์กรทั้งระบบการคิด วินัยในการทำงานแบบญี่ปุ่น ทั้งด้านคุณภาพการก่อสร้าง การบริหารโครงการ การพัฒนาชุมชน และแนวคิดด้านความยั่งยืน
เสาหลักที่ 4 Code of Organization Capability กรอบมาตรฐานที่ยกระดับความสามารถขององค์กรทั้งระบบ (Capability Multiplier) ตั้งแต่โครงสร้างการบริหาร การพัฒนาคน การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงข้อมูล เพื่อให้ทุกส่วนขององค์กรทำงานอย่างเชื่อมโยงและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรทั้งระบบ ผ่านการใช้ Data, AI และ Technology เพื่อให้เอพีพร้อมที่สุด ขยับตัวได้เร็วที่สุด ภายใต้ความถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด
เสาหลักที่ 5 Code of Sustainable Impact กรอบการทำงานที่บูรณาการแนวคิดด้าน ESG เข้าไว้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงพลังงานและสิ่งแวดล้อม การร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และวัสดุก่อสร้างคุณภาพ สร้างพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ เช่น โครงการ “หย่อมป่า” เพิ่มพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) Waste Management ที่ช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กับการออกแบบ “Eco Waste Station” และในปีนี้กับโครงการใหม่ที่ร่วมมือกับ Q-CON โครงการ “Never Waste Again” ในการนำเศษวัสดุก่อสร้าง กลับเข้าสู่กระบวนการ ผลิตเป็นวัสดุใหม่

สำหรับปีนี้ เอพีมีแผนเดินหน้าขยายพอร์ตโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียมในเครือทั่วประเทศไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 200 โครงการ โดยเป็นโครงการพัฒนาใหม่ จำนวน 42 โครงการ มูลค่าประมาณ 55,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในกลุ่มธุรกิจอสังหาแห่งปี แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 11 โครงการ มูลค่า 14,400 ล้านบาท ทาวน์โฮมและบ้านแฝด 16 โครงการ มูลค่า 17,000 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 7 โครงการ มูลค่า 15,600 ล้านบาท และโครงการในต่างจังหวัด 8 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาท
ด้านเป้ายอดขายตั้งเป้าที่ 49,000 ล้านบาท และเป้ารายได้รวม 100% JV ที่ 49,000 ล้านบาท งบประมาณในการซื้อที่ดินมูลค่า 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% ด้านสินค้ารอรับรู้รายได้ ปีนี้กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม เตรียมโอนกรรมสิทธิ์ 5 โครงการ ได้แก่ ASPIRE อิสรภาพ สเตชั่น GOOD DAY สุขุมวิท 93 RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค LIFE สาทร-นราธิวาส 22 และ LIFE เจริญนคร-สาทร
เพื่อสานต่อการส่งมอบ Living Quality เอพีวางแผนพัฒนาโปรดักต์ต่างๆ โดยบ้านแฝด-ทาวน์โฮม ซึ่งเอพีเป็นเจ้าตลาดนี้มานาน เตรียมเปิดตัว Foyer House ทำทางเข้าบ้านกับ Living Area แยกออกจากกันเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับคนที่อาศัยภายในบ้าน ในขณะที่บ้านเดี่ยวจะพัฒนาคอนเซ็ปต์ Nature Architect ผ่านกระจกสูงรับแสง และ Adaptive Function ปรับแปลนบ้านได้อย่างยืดหยุ่น ตลอดจน Open Plan เพิ่มพื้นที่รับลม ส่วนคอนโดจะเป็นการมอบ A Living System มากกว่านำเสนอแค่ฟีเจอร์อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมีแบบให้เลือกมากกว่า 310 เลย์เอาต์ ตอบโจทย์ Unspoken Needs
สุดท้ายนี้ คุณรัชต์ชยุตม์ ตอกย้ำว่า ในสภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นปัจจุบัน ลูกค้าต่างพิถีพิถันในการเลือกมากขึ้นกว่าเดิมจนทำให้ “Trust” หรือความไว้วางใจกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้คนมองหา ซึ่งสิ่งนี้มักจะปรากฏให้เห็นในกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่มีพื้นฐานการเงินแข็งแกร่งและมีความสามารถในการรับผิดชอบลูกค้าได้ในระยะยาว เช่นเดียวกับสถาบันการเงินที่มักพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มธุรกิจที่มีความมั่นคงสูงเป็นอันดับต้นๆ ภาพที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทั้งกลุ่มลูกค้า End User และสถาบันการเงินต่างก็ให้ความสำคัญกับ Trust ไม่ต่างกัน และความไว้วางใจนี้นี่เองที่เปรียบเสมือนลมใต้ปีกที่พาให้เอพีข้ามผ่านทุกความท้าทาย และยังคงยืนหยัดในฐานะผู้นำที่ครองใจผู้บริโภคได้อย่างเหนียวแน่นในทุกสถานการณ์