Q: มองอนาคตของ Cloud Service เป็นอย่างไร
A: 2 ปีก่อน คนส่วนใหญ่จะถามว่าไป Cloud ดีไหม แต่ปัจจุบันนี้คำถามเปลี่ยนไปเป็นจะเอา Cloud มาทำประโยชน์อะไร, ทำอย่างไรให้โครงสร้างพื้นฐานทำงานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด หรืออะไรที่สามารถทำบน Cloud ได้บ้าง
แต่สำหรับ Microsoft เอง เรายังเชื่อในเรื่องของไฮบริด คือต้องมี 2 อย่าง ทั้ง Cloud และ On Premises
Q: มองโอกาสในประเทศไทยอย่างไร
A: เรื่องของเทคโนโลยีมียังมีโอกาสมหาศาล ไม่ต่างกับตลาดโลก ทุกวันนี้เราเดินไปเจอลูกค้าทุกขนาดทั้งเล็กและใหญ่ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทุกคนพูดเรื่อง Digital Transformation หมด
มองลึกลงไประหว่างประเทศไทยกับโลก ผมมองว่าวันนี้เรามี Digital Platform ที่ดีมาก ขอแค่มีความคิดดีๆ มีความตั้งใจ มุ่งมั่น ก็สามารถนำเสนอโซลูชั่นใหม่ๆให้กับโลกใบนี้ได้ ตัวอย่าง เช่น OokBee ที่เริ่มต้นทำธุรกิจจากความคิด และพัฒนาแพลตฟอร์มขึ้นมาแล้วตอนนี้เติบโตอย่างมโหฬาร นี่คือตัวอย่างที่ดีในการใช้เทคโนโลยีมาทำให้เรายืนอยู่บนเวทีของโลกได้
Q: มีนโยบายสนับสนุน SME อย่างไร
A: Microsoft มี 2 โครงการหลัก คือ YouthSpark กับ BizSpark
YouthSpark เราช่วยเหลือนักศึกษาให้เข้าถึงเทคโนโลยีโดยให้เอาไปพัฒนาการเรียน การศึกษา ในปีที่ผ่านมา เราพูดคุยกับนักศึกษากว่า 7,000 คน ใข้เงินลงทุนไป 2.7 ล้านบาท
BizSpark เราให้ความช่วยเหลือ Startup แต่ละรายประมาณ 4 ล้านบาท ให้เอาเทคโนโลยีของเราไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจ ปีที่แล้วเราทำไปประมาณ 400 ราย โดยในส่วนนี้เรามองเป็น CSR ไม่ใช่สร้างผลกำไร เพราะมีเงินจากบริษัทแม่มาช่วยเหลือ ขอให้ Startup ผ่านเงื่อนไขที่เราตั้งไว้พอ
Q: การทำตลาดในปีงบประมาณใหม่นี้ ให้น้ำหนักอย่างไร
A: แยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนธุรกิจ และเพื่อสังคม
เรื่องธุรกิจในช่วง Digital Transformation เราจะแยกโฟกัสทั้งรายใหญ่ และรายย่อยเพราะทั้ง 2 แบบ มีโมเดลธุรกิจที่ต่างกัน ยกตัวอย่าง เช่น AIS มีลูกค้าระดับเอนเตอร์ไพรส์มากกว่า 700,000 ราย เราเอา Office 365 เข้าไป เพื่อให้เขาทำงานได้ง่าย และลดภาระเรื่องของ IT ลงไป องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่เราจะเน้นไปที่ Hybrid Cloud, AI, Internet of Things ส่วนรายเล็ก เราจะไปแบบพาร์ทเนอร์ที่ทำให้เขาทำธุรกิจได้ครบ Ecosystem อาทิ Cloud Service
Q: รายละเอียดการปรับโครงสร้างองค์กร
A:ครั้งนี้เราพยายามปรับให้ตอบโจทย์ Intelligence Cloud และ Intelligence Edge ตัวอย่าง เช่น การเปลี่ยนสัดส่วนจากการขาย License มาเป็นขายผ่าน Cloud Service แต่ท้ายที่สุดเราต้องดูความต้องการของลูกค้าใน 4 ด้าน คือ Modern Workplace, Business Application, Application & Infrastructure, Data & AI ขึ้นอยู่กับลูกค้าและความต้องการ และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เหมาะกับประเทศไทย
ตัวอย่าง เช่น ในมุม Modern Workplace เราพยายามจะทำให้พนักงานในองค์กร ทำงานได้ในทุกที่ทุกเวลา ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ Microsoft ได้พัฒนา Group Chat Software ชื่อ Microsoft Teams ขึ้นมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถทำงานนอกสถานที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ เราพยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าแบบ One to One เพราะเราเชื่อว่าธุรกิจปัจจุบันจะไปทาง Niche มากกว่า Mass รวมถึงมีการปรับรูปแบบการให้บริการให้หลากหลายและมีทางเลือกเพิ่มมาขึ้น อาทิ การเพิ่มวิธีให้บริการของ Cloud Service ให้คิดค่าใช้จ่ายตามปริมาณการใช้งานเพื่อลดค่าใช้จ่าย แทนที่จะคิดจากการซื้อพื้นที่ล่วงหน้า หรือจะเป็นการพัฒนา Microsoft Azure Stack ที่ช่วยให้ทุกองค์กรสามารถใช้งานระบบ Cloud ผสมผสานกับ On Premises แบบไฮบริดได้
ปีที่แล้ว Microsoft Azure Stack เราเติบโตถึง 18.9 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในส่วนของ Cloud Services ปีนี้ Microsoft Azure Stack จะป็นตัวบุกตลาดให้ลูกค้าเปลี่ยนจากเทรดิชั่นนัลมาดิจิทัล