BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
7,929
VIEWS

เจาะใจ MD ป้ายแดง Microsoft ในวันที่ IT เป็นมากกว่า IT

ส.ค. 07, 2560 S.Vutikorn

ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ เข้ามานั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย วันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ความท้าทายของธนวัฒน์ คือการเข้ามาในช่วงที่เทคโนโลยีกำลังมีการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่

เชื่อไหมว่า ภารกิจแรกๆ ของธนวัฒน์ ในฐานะหัวเรือใหญ่ คือการบินไปรับรางวัล Country of The Years ในกลุ่มประเทศ Medium Emgering Market ในงาน Microsoft Inspire 2017 ที่จัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้รับรางวัลนี้ หลังจากว่างเว้นไปนานถึง 11 ปี

หมายความว่า Performance ของไมโครซอฟท์ ประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมานั้นมีสกอร์ที่สูงมาก

แน่นอนว่าผลงานนี้เป็นฝีมือของทีมงานที่ทำมาตั้งแต่สมัยอรพงศ์ เทียนเงิน เป็นกรรมการผู้จัดการ

ดังนั้น ทั้งความสำเร็จขององค์กรในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการต้องเข้ามาสานต่อภารกิจ Digital Transformation ทำให้ธนวัฒน์แทบจะไม่มี Honeymoon Preriod เลยแม้แต่น้อย

แต่ธนวัฒน์ก็เชื่อมั่นว่าประสบการณ์การทำงานด้านธุรกิจและไอทีกว่า 25 ปี จะสามารถนำพาไมโครซอฟท์ ประเทศไทยเดินหน้าสู่จุดมุ่งหมาย และเสริมศักยภาพให้ทุกองค์กรบนให้บรรลุผลสำเร็จได้

ถือเป็นโอกาสอันดีที่ BrandAge Online มีโอกาสได้สัมภาษณ์ ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการคนล่าสุดของไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ซึ่งจะมาอธิบายทิศทางของไมโครซอฟท์ในยุคเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีทั่วโลก

Q: แรงบันดาลใจที่มาร่วมงาน Microsoft

A: ส่วนตัวเชื่อและให้ความสำคัญกับ IT เพราะทำงานด้าน IT มาตลอด การตัดสินใจครั้งนี้มองว่า ความสามารถและประสบการณ์ของเราถ้าเอาไปช่วยเหลือคนอื่นได้จะดีมาก

ผมเคยอ่านเจอคำพูดของ Dalai Lama ที่บอกว่า “If You Think You Are Too Small to Make a Difference, Try Sleeping With a Mosquito in The Room” คือถ้าเรานอนในห้องที่มียุง แค่แมลงตัวเล็กๆ ตัวเดียวก็ทำให้เรานอนไม่หลับได้ ดังนั้นเราเป็นแค่คนตัวเล็กๆ ก็จริง แต่ก็สามารถสร้างอะไรดีๆ ให้กับสังคมได้

พอมาเจอ Vision การทำงานของ Microsoft ปัจจุบันคือ Empower Every Person and Every Organization on The Planet to Achieve More อธิบายให้ชัดเจนขึ้นก็คือ ความพยายามในการเข้าไปมีส่วนช่วยเหลือทุกคนและทุกองค์กรบนโลกนี้ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีไปทำให้ประสบความสำเร็จก็ยิ่งทำให้ตัดสินใจมาร่วมงานได้ง่ายขึ้นไปอีก นี่คือหนึ่งในเหตุผลขอการตัดสินใจ

แล้วเวลาพูดถึง Vision จะสัมพันธ์กับ Action อย่างไร ตัวอย่าง เช่น Public Cloud for Public Good ต้องบอกว่า Microsoft ประกาศที่จะบริจาคเงินมากกว่า 35,000 ล้านบาท ให้กับทุกองค์กรที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์แบบ Non Profit Organization

ในประเทศไทย เราได้ไปร่วมกับมูลนิธิสายใยแผ่นดิน เพื่อเข้าไปช่วยชาวบ้านที่จังหวัดเชียงราย โดยเข้าไปฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรมจากการปลูกต้นเสาวรส ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งต้นน้ำและชาวบ้านก็เป็นห่วงเรื่องสารเคมี ทางมูลนิธิสายใยแผ่นดินได้เอาเมล็ดพันธุ์กาแฟอาราบิก้าไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านเพื่อปลูกแบบไร้สารเคมี โดยทาง Microsoft ได้เอาเทคโนโลยีมาช่วยในการเก็บข้อมูลผ่านแท็บเลตผ่านระบบ Cloud ของเราคือ Microsoft Azure Stack โครงการนี้ทำไปแล้ว 7,000 ไร่ กำลังเพิ่มเป็น 20,000 ไร่ และวางเป้าหมายที่จะขยายไปทำทั่วประเทศ

นี่คือตัวอย่างว่าประเทศเราก็ได้ประโยชน์จริงๆ จาก Microsoft Vision

Q: Microsoft มองเทรนด์ IT ของโลกไว้อย่างไร

A: Microsoft’s Worldview ก่อนหน้านี้เราพูดถึงเทรนด์ Mobile First Could First ไม่ต้องเข้าออฟฟิศทำงาน แต่วันนี้ IT ยกระดับขึ้นไปอีกเป็น Intelligent Cloud / Intelligent Edge เรากำลังพูดถึงเรื่อง Multi Device ที่มีเทคโนโลยี Internet of Things  ตู้เย็นในบ้านก็สื่อสารได้หรือ พูดถึง Interactive Display Advertising ที่จอโฆษณาสามารถรับรู้ได้ว่ามีคนดูโฆษณาหรือไม่ ดูแล้วเกิดอารมณ์แบบไหน ในส่วนของสินค้า เราพูดถึง Microsoft Office 365 Cloud Base คือมองที่คนใช้งานที่อาจจะใช้กับหลายอุปกรณ์ก็ได้

ส่วนเรื่องของ Artifical Intelligence หรือ AI ก็จะมีการเอาข้อมูลมาทำให้เกิดประโยชน์มากขึ้นได้ และสุดท้ายคือ เทรนด์ Severless คือไม่ต้องสนใจเรื่อง Server ตัดเรื่องนี้ออกไป สามารถเขียนแอพพลิเคชั่นโดยไม่ต้องสนใจเรื่องโครงสร้างได้เลย เพราะสามารถ Deploy ทำได้จากทุกที่

Q: เป้าหมายของ Microsoft

A:ต้องบอกว่าช่วงปี 2017 ต่อกับ 2018 Microsoft มีการ Transformation Organization ครั้งใหญ่

ย้อนกลับไปในปี 1995 Microsoft พูดถึงการไปให้ถึงเป้าหมาย 25 พันล้านเหรียญ ยุคนั้นเป้าหมายคือต้องการให้อยู่บนคอมทุกเครื่อง พอมาช่วงปี 2005 เป้าหมายของเราขยับเพิ่มเป็น 250 พันล้านเหรียญ ปี 2015 เป้าหมายก็ขยับไปที่ 2.5 พันล้านล้านเหรียญ ส่วนเป้าหมายในปี 2108 นั้นอยู่ที่ 4.5 พันล้านล้านเหรียญ

โอกาสของเราในปัจจุบันคือ สามารถเข้าไปได้ในทุกธุรกิจ เพราะว่าเทคโนโลยีสามารถเข้าไปได้ทุกที่

Microsoft มองการทำ Enabling Digital Transformation ไว้ที่ 4 กลุ่มหลัก คือ

Modern Workplace, Business Application, Application & Infrastructure, Data & AI ผ่าน 4 แนวทางคือ Empower Employees, Engage Customer, Optimize Operations และ Transform Product

Modern Workplace ขยายความเพิ่มเติม คือตอนนี้ทุกองค์กรคนพยายามเดินเข้าหาดิจิทัล แต่ความยากในการเปลี่ยนแปลง คือ เอาคนที่มี Skill เดิมไปทำในเรื่องใหม่ ส่งผลให้โฟกัสจะไม่ค่อยมี บางคนไม่สามารถออกจากวิธีเก่าๆ ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้เราจึงเห็นว่าบางองค์กรใช้วิธีการแยกบริษัท หรือบางบริษัทก็ใช้การแยกแผนกออกไป ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงจะต้องมาจากหลายแผนก และต้องการความร่วมมือสูง ซึ่งทำให้ Tools จะเข้ามามีบทบาทในอนาคต

ส่วนเรื่องของ Business Application ตัวอย่าง เช่น Microsoft พยายามคิดโซลูชั่นที่สามารถเอาระบบเดิมมาพัฒนา เช่น เอาระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) มารวมกับ Customer Relationship Management (CRM) แล้วแบ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ อีก 8 Module อาทิ เรื่อง HR, Finance, Supply Chain ที่จะเข้าไปช่วยในการเปลี่ยนแปลงการทำงานขององค์กร ตัวอย่าง เช่น การซื้อ Linkedin เพื่อเอาข้อมูลมาช่วยฝ่าย HR ในการรับสมัครงาน เป็นต้น

ทางด้าน Application & Infrastructure ความแตกต่างระหว่าง Microsoft กับคู่แข่งขันก็คือ เราทำแบบไฮบริด เรื่องของ Active Directory ตัวอย่าง เช่น เราสามารถเขียนโปรแกรมให้เกษตรกรส่งภาพใบไม้ที่เป็นโรคเข้ามา แล้วระบบ Chat Bot สามารถส่งคำตอบกลับไปว่าเป็นโรคอะไร

สุดท้ายเรื่องของ Data & AI ก็เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน

Q: มองอนาคตของ Cloud Service เป็นอย่างไร

A: 2 ปีก่อน คนส่วนใหญ่จะถามว่าไป Cloud ดีไหม แต่ปัจจุบันนี้คำถามเปลี่ยนไปเป็นจะเอา Cloud มาทำประโยชน์อะไร, ทำอย่างไรให้โครงสร้างพื้นฐานทำงานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด หรืออะไรที่สามารถทำบน Cloud ได้บ้าง

แต่สำหรับ Microsoft เอง เรายังเชื่อในเรื่องของไฮบริด คือต้องมี 2 อย่าง ทั้ง Cloud และ On Premises

Q: มองโอกาสในประเทศไทยอย่างไร

A: เรื่องของเทคโนโลยีมียังมีโอกาสมหาศาล ไม่ต่างกับตลาดโลก ทุกวันนี้เราเดินไปเจอลูกค้าทุกขนาดทั้งเล็กและใหญ่ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทุกคนพูดเรื่อง Digital Transformation หมด

มองลึกลงไประหว่างประเทศไทยกับโลก ผมมองว่าวันนี้เรามี Digital Platform ที่ดีมาก ขอแค่มีความคิดดีๆ มีความตั้งใจ มุ่งมั่น ก็สามารถนำเสนอโซลูชั่นใหม่ๆให้กับโลกใบนี้ได้ ตัวอย่าง เช่น OokBee ที่เริ่มต้นทำธุรกิจจากความคิด และพัฒนาแพลตฟอร์มขึ้นมาแล้วตอนนี้เติบโตอย่างมโหฬาร นี่คือตัวอย่างที่ดีในการใช้เทคโนโลยีมาทำให้เรายืนอยู่บนเวทีของโลกได้           

Q: มีนโยบายสนับสนุน SME อย่างไร

A: Microsoft มี 2 โครงการหลัก คือ YouthSpark กับ BizSpark

YouthSpark เราช่วยเหลือนักศึกษาให้เข้าถึงเทคโนโลยีโดยให้เอาไปพัฒนาการเรียน การศึกษา ในปีที่ผ่านมา เราพูดคุยกับนักศึกษากว่า 7,000 คน ใข้เงินลงทุนไป 2.7 ล้านบาท

 BizSpark เราให้ความช่วยเหลือ Startup แต่ละรายประมาณ 4 ล้านบาท ให้เอาเทคโนโลยีของเราไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจ ปีที่แล้วเราทำไปประมาณ 400 ราย โดยในส่วนนี้เรามองเป็น CSR ไม่ใช่สร้างผลกำไร เพราะมีเงินจากบริษัทแม่มาช่วยเหลือ ขอให้ Startup ผ่านเงื่อนไขที่เราตั้งไว้พอ              

Q: การทำตลาดในปีงบประมาณใหม่นี้ ให้น้ำหนักอย่างไร

A: แยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนธุรกิจ และเพื่อสังคม

เรื่องธุรกิจในช่วง Digital Transformation เราจะแยกโฟกัสทั้งรายใหญ่ และรายย่อยเพราะทั้ง 2 แบบ มีโมเดลธุรกิจที่ต่างกัน ยกตัวอย่าง เช่น AIS มีลูกค้าระดับเอนเตอร์ไพรส์มากกว่า 700,000 ราย เราเอา Office 365 เข้าไป เพื่อให้เขาทำงานได้ง่าย และลดภาระเรื่องของ IT ลงไป องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่เราจะเน้นไปที่ Hybrid Cloud, AI, Internet of Things ส่วนรายเล็ก เราจะไปแบบพาร์ทเนอร์ที่ทำให้เขาทำธุรกิจได้ครบ Ecosystem อาทิ Cloud Service

Q: รายละเอียดการปรับโครงสร้างองค์กร

A:ครั้งนี้เราพยายามปรับให้ตอบโจทย์ Intelligence Cloud และ Intelligence Edge ตัวอย่าง เช่น การเปลี่ยนสัดส่วนจากการขาย License มาเป็นขายผ่าน Cloud Service แต่ท้ายที่สุดเราต้องดูความต้องการของลูกค้าใน 4 ด้าน คือ Modern Workplace, Business Application, Application & Infrastructure, Data & AI ขึ้นอยู่กับลูกค้าและความต้องการ และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เหมาะกับประเทศไทย

ตัวอย่าง เช่น ในมุม Modern Workplace เราพยายามจะทำให้พนักงานในองค์กร ทำงานได้ในทุกที่ทุกเวลา ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ Microsoft ได้พัฒนา Group Chat Software ชื่อ Microsoft Teams ขึ้นมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถทำงานนอกสถานที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 นอกจากนี้ เราพยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าแบบ One to One เพราะเราเชื่อว่าธุรกิจปัจจุบันจะไปทาง Niche มากกว่า Mass รวมถึงมีการปรับรูปแบบการให้บริการให้หลากหลายและมีทางเลือกเพิ่มมาขึ้น อาทิ การเพิ่มวิธีให้บริการของ Cloud Service ให้คิดค่าใช้จ่ายตามปริมาณการใช้งานเพื่อลดค่าใช้จ่าย แทนที่จะคิดจากการซื้อพื้นที่ล่วงหน้า หรือจะเป็นการพัฒนา Microsoft Azure Stack ที่ช่วยให้ทุกองค์กรสามารถใช้งานระบบ Cloud ผสมผสานกับ On Premises แบบไฮบริดได้

ปีที่แล้ว Microsoft Azure Stack เราเติบโตถึง 18.9 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในส่วนของ Cloud Services ปีนี้ Microsoft Azure Stack จะป็นตัวบุกตลาดให้ลูกค้าเปลี่ยนจากเทรดิชั่นนัลมาดิจิทัล

Q:  แผนงานในตลาดคอนซูเมอร์

A:ในส่วนของอุปกรณ์ก็ยังมีอะไรใหม่ออกมาเรื่อยๆ Surface Pro รุ่นใหม่ก็เตรียมที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย

เราพยายามช่วยลูกค้าที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft หรือ Microsoft Office แบบถูกกฎหมายด้วยการเพิ่มความสะดวกเป็น Cloud Model เปลี่ยนจากซื้อกล่องมาเป็นดาวน์โหลด เพราะง่ายขึ้น

ส่วนสินค้าอื่นๆ ก็ยังอยู่ในแผนการทำตลาดที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่บางสินค้าอาจจะติดปัญหาบางอย่าง เช่น เรื่องสินค้าผิดกฎหมาย เช่น Xbox เป็นต้น

Q: สถานการณ์ของสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ของไทยในปัจจุบัน

A:ปัจจุบันนี้ เฉลี่ยทั่วโลกมี Software ที่ผิดกฎหมายอยู่ประมาณ 39% ลดลงจากปีก่อนที่มีประมาณ 42% ส่วนในประเทศไทยตัวเลข Software ที่ผิดกฎหมาย มีอยู่ประมาณ 69% ลดลงจาก 72%

ผมเชื่อว่า ผู้บริโภคไม่อยากใช้อะไรที่ผิดกฎหมาย แต่ว่ามีบางคนไม่รู้ เพราะว่าร้านแนะนำหรือลงมาให้ตอนซื้อ การเปลี่ยนจากการขายแบบกล่องมาเป็นดาวน์โหลด อาจจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

 Microsoft เรามี Digital Crimes Unit ที่มีทีมกฎหมาย, นักวิเคราะห์ วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ต (Internet Security) เพื่อคอยตรวจสอบ Software ผิดกฎหมาย จับกุม และเอาข้อมูลกลับมาวิเคราะห์เพื่อช่วยลูกค้า

ในประเทศไทย เรามีการเซ็นสัญญากับ ETDA ในการที่จะส่งข้อมูลจากต่างประเทศมาให้ เพื่อให้ ETDA ได้เอาข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับเมืองไทย

Q: ราคาขายดาวน์โหลดจะเป็นอย่างไร

A: กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษาตลาด คาดว่า 2-3 เดือนน่าจะบอกได้ ส่วนการขายผ่านร้านรีเทลเราก็ไม่ได้เลิก เรามีนโยบายการขายผ่านดาวน์โหลดกับพาร์ทเนอร์เหมือนกัน เรายังไม่มีนโยบายทำตลาดเองโดยตรง ในอนาคตเรายังบอกไม่ได้ แต่ตอนนี้เรายังทำผ่านพาร์ทเนอร์อยู่

Q: วางเป้าหมายไว้แบบไหน

A: ระยะแรกในประเทศไทยการขายผ่าน Cloud น่าจะมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 30% แต่ถ้าเทียบกับสิงคโปร์หรือออสเตรเลีย เขามีส่วนแบ่งประมาณ 80-90% แล้ว

ส่วนเป้าหมายในปี 2018 วางตัวเลขไว้ที่ประมาณ 50% นี่เป็นความตั้งใจส่วนตัว

Q: ความท้าทายนับจากนี้ไปคือ

A:ความท้าทายคือ การนำเอานวัตกรรมที่ Microsoft มีเข้าไปช่วยลูกค้าให้ได้มากที่สุด ช่วยสังคมให้ได้มากที่สุด

ผมว่า Microsoft มีของดีเยอะ สิ่งที่ผมน่าจะมาเติมเต็มได้คือ ทำอย่างไรจะไปเจอลูกค้าได้มากขึ้น เรื่องของทีมผมเป็นคนที่ชอบการสร้างองค์กร วันที่ผมออกจากบริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ ประเทศไทย เราได้ Top Ferformance ในอาเซียนเลย

Q: เรามาจากฝั่ง Hardware เหรียญ 2 ด้าน ต่างกันไหม

A:ต่างในรายละเอียด แต่หลักการไม่ต่าง เพราะทั้งสองโฟกัสกลุ่มคล้ายๆ กัน ไม่ได้ต่างมาก ต่างในสเตจของสินค้า โซลูชั่น และเทคโนโลยีต้องเรียนรู้เยอะมาก  2 เดือนที่ผ่านมา  ผมเรียนหนักมาก เพราะต้องเข้าใจทั้งหมด ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างทีมขึ้นมาเพราะว่าเราต้องการขายแล้วต้องทำให้ได้ด้วย

Q: ตอนนี้หมดเวลา Honeymoon Period หรือยัง

A:ตั้งแต่เข้ามาก็ลุยมาตลอด ลุยตั้งแต่วันแรกเลย เพราะว่าเราเข้ามาในช่วงที่เริ่มปีการทำงานพอดี และเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงพอดี มันเป็นเวลาที่เร่งมากๆ ที่เราต้องมาเซตบัดเจ็ทและเรียนรู้อะไรใหม่ๆ

วัฒนธรรมองค์กรของ Microsoft ดีอยู่แล้ว เราไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย เราแค่ทำให้คนเห็นภาพและทำตาม โดยเราสามารถให้กำลังใจ แนะนำ ทำให้ดู ถ้าเราทำให้เห็นได้ว่าเขาทำได้ มันจะมีคนที่ตามไป

เช่น เราเปลี่ยนจากขาย Lisenses เป็น Solution เราก็ต้องทำให้พนักงานเราออกจาก Comfort Zone ทำอย่างไรที่ไม่ใช่แค่ขายวินโดวส์และออฟฟิศ เราต้องไม่นั่งรอ เราต้องไปทำให้พาร์ทเนอร์และคอนซูเมอร์เข้าใจมากขึ้น ตรงนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีอย่างมหาศาล และตรงนี้ก็เป็นนโยบายของ Microsoft ทั่วโลกด้วย

เข้ามา 2 เดือน เราเห็นสิ่งดีๆ เยอะมาก แต่ว่าเราไม่ได้สื่อสาร เรามี Good Platform เราแค่สื่อสารให้คนได้เห็นภาพเดียวกัน ตอนนี้ผมต้องพูดเยอะมาก ให้ทั้งภายในและภายนอกได้เห็นภาพเดียวกัน

งานภายนอกเราต้องไปช่วยลูกค้าทำ Digital Transformation ให้มากขึ้น ตอนนี้เราพยายามทำอย่างต่อเนื่อง เราให้ทีมงานทำแผนสื่อสารการตลาดทุกไตรมาสขึ้นมา

Q:ความพร้อมของพาร์ทเนอร์ในไทยเป็นอย่างไร

A:ความเห็นส่วนตัว หลายอุตสาหกรรมไปไกลแล้ว เช่น การเงินและค้าปลีกตอนนี้ไปดิจิทัลหมดแล้ว บางอุตสาหกรรมก็อาจจะช้าอยู่แต่ว่าไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทำ ตอนนี้เราก็พยายามคุยกับทุกอุตสาหกรรม

กลุ่มที่เราให้ความสำคัญ คือ ธนาคาร, ค้าปลีก, เฮลท์แคร์ และอุตสาหกรรม ส่วนกลุ่มสื่อสาร เช่น AIS, True, dtac, CS Loxinfo, Inet กลุ่มนี้เรามองเป็นพาร์ทเนอร์ในการเติบโตไปกับเรา

Q: ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวเป็นอย่างไร

A: ส่วนตัวเป็นคนง่ายๆ ติดดิน ชอบทำสวนถ้ามีเวลาเสาร์-อาทิตย์ก็จะไปทำสวนที่ต่างจังหวัด แล้วก็ชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันนี้ก็หันมาแข่งไตรกีฬาบ้าง ล่าสุดก็เพิ่งไปวิ่ง Half Marathon ที่สัตหีบมา

“Not Just Ice Cream, It’s Your Creation” Swensen’s เปิดคอนเซ็ปต์ใหม่ The Creation ไอศกรีมผัด เลือกท็อปปิ้งได้เองกว่า 30 ชนิด เริ่มต้น 119 บาท

SACIT เดินหน้าสร้างตลาด สร้างโอกาส สร้างรายได้ ให้ผู้ผลิตงานหัตถศิลป์ไทย พร้อมจัด “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17” ดันภูมิปัญญาเข้าถึงตลาดสากล

GO Hotel ร่วมกับ SCB CardX ชวนเที่ยวไทย มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตร SCB CardX เมื่อจองห้องพักตรงผ่าน GO Hotel website

Pi Carbon ปิดจุดอ่อน SME ไทย! เปลี่ยน “ตัวเลขคาร์บอน” เป็นจุดขายพรีเมียม สร้างโอกาสทางธุรกิจก่อนไทยตกขบวนการค้าโลก

เอไอเอ ประเทศไทย Kick off ปีที่ 88 เตรียมจัดคอนเสิร์ต “Let It Live - Let it Last – Let it Rock” นำทีมโดย Bodyslam และศิลปินชั้นนำคับคั่ง

กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 69 รับสังคม Longevity ขับเคลื่อน 3 ภารกิจสำคัญ ผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์ และยกระดับบุคลากร

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact