การเข้ามาของเทคโนโลยีได้ทำให้เกิดการ Disruption ในทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นแต่อุตสาหกรรมเพลง ที่ต้องปรับตัวอย่างหนัก หลังจากการเข้ามาของการสตรีมมิ่งและออนไลน์แพลตฟอร์ม ธุรกิจเพลงได้รับผลกระทบหนักเหมือนกันทั่วโลก แต่สำหรับ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค กลับสามารถปรับตัวเข้ากับโลกดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว และดูเหมือนว่าจะเป็นการยืนหยัดสู้กับ Disruption (ดิสรัปชั่น) ได้อย่างมั่นคงที่สุด ส่งผลให้ในปี 2561 ที่ผ่านมา จีเอ็มเอ็ม มิวสิค มีผลงานรายรับรวมเติบโตเฉลี่ยที่ 22% ซึ่งเติบโตกว่าตลาดเพลงโลกที่มีค่าการเติบโตที่ 8.1%
ยุคทองของ Music Streaming
การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเพลง ได้รับผลกระทบมากว่า 10 ปี โดยเกิดการ Disrupt ในหลายช่วง อย่างที่เราทราบกันว่า แต่เดิมธุรกิจเพลง เริ่มต้นมาจาก แผ่นเสียง เทป ซีดี การดาวน์โหลดเพลง มาจนถึงยุคปัจจุบันที่เป็นยุคทองของ Music Streaming ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไปจะพบว่า
รายได้ธุรกิจเพลงทั่วโลก มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ จากปี 1999 ซึ่งรายได้ในอุตสาหกรรมเพลงทั่วโลก ณ ตอนนั้น มีมูลค่าอยู่ที่ 23,800 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเวลานั้นธุรกิจเพลงยังอยู่ในรูปแบบ Physical Product จากนั้นปี 2000 (23,300 ล้านเหรียญสหรัฐ) เป็นต้นมา รายได้ที่เพลงรูปแบบ Physical ลดลงต่อเนื่อง สวนทางกับฝั่งรายได้เพลง Digital เติบโตขึ้น
ปี 2013 รายได้ธุรกิจเพลงโดยรวม ลดลงไปอยู่ที่ 14,600 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นปีที่รายได้ระหว่าง Physical (6,800 ล้านเหรียญสหรัฐ) กับ Digital (5,700 ล้านเหรียญสหรัฐ) อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ห่างกันมากนัก
หลังจากนั้นไม่นานนับตั้งแต่ปี 2015 – 2017 รายได้ธุรกิจเพลงทั่วโลก ฟื้นกลับมาเติบโต แต่ยังไม่ถึงระดับที่มากกว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐแบบในอดีต โดยปี 2015 อยู่ที่ 14,800 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2014 อยู่ที่ 14,300 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2016 รายได้เติบโตขึ้นเป็น 15,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการเติบโตครั้งแรกในรอบ 17 ปีนับตั้งแต่ปี 1999 และยังเป็นปีแรกที่รายได้เพลง Digital มีสัดส่วนที่ “มากกว่า” รายได้เพลงแบบ Physical
ปี 2016 ยอดการฟังเพลงแบบ Streaming ทั่วโลกโตขึ้นถึง 59% ของเพลง Digital ทั้งหมด ถือว่าสูงมาก สวนทางกับยอดการดาวน์โหลดลดน้อยลง สะท้อนให้เห็นว่า Music Streaming มีบทบาทมากขึ้น และผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินให้กับคอนเทนต์รูปแบบนี้แล้ว เช่นเดียวกับตลาดเอเชีย แปซิฟิค รวมกับ ออสเตรเลีย และอินเดีย ปี 2016 สัดส่วนของการฟังเพลงแบบ Streaming เพิ่มขึ้นเป็น 53%
ซึ่งภาพรวมตลาดเพลงโลกในปี 2018 เติบโตอยู่ที่ 8.1%
ภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลงานของจีเอ็มเอ็ม มิวสิค ในปี 2561 ยังคงสร้างรายรับรวมเป็นเงิน 3,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2560 ที่มีรายรับรวมเป็นเงิน 3,061 ล้านบาท เติบโตขึ้น 22% เป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจ Digital (ดิจิทัล) 37% ซึ่งถ้าเจาะลึกเป็นธุรกิจ Digital Platform (ดิจิทัล แพลตฟอร์ม) จะเติบโตสูงถึง 83% ตามมาด้วยธุรกิจ Showbiz (โชว์บิซ) ที่เติบโตสูงถึง 113% ธุรกิจลิขสิทธิ์ ที่เติบโต 19% ธุรกิจบริหารศิลปินและงานจ้างเติบโตขึ้น 10% และธุรกิจโรงเรียนดนตรีเติบโตขึ้น 12% ทั้งนี้ 3 ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของจีเอ็มเอ็ม มิวสิค ได้แก่ ธุรกิจงานจ้างและสปอนเซอร์ชิปมีสัดส่วนรายได้ที่ 40% ธุรกิจ Digital (ดิจิทัล) 25% และธุรกิจ Showbiz (โชว์บิซ) 15%