ท่ามกลางแรงกดดันของธุรกิจค้าปลีกที่ต้องเผชิญการแข่งขันจากอีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วงชิงทั้งกำลังซื้อและเวลาของผู้บริโภค “ประสบการณ์” และ “ความผูกพันทางอารมณ์” ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์ อีกทั้งยังเป็นเหตุผลที่จะดึงให้ผู้คนเดินเข้ามาใช้ชีวิตในศูนย์การค้า
การขยับเกมล่าสุดของ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผ่านแคมเปญ “THE MALL LIFESTORE SUMMER-CATION 2026 : HOUSE OF FRIENDS” จึงไม่ใช่เพียง Seasonal Promotion หากแต่เป็นการวางรากฐานโมเดลค้าปลีกใหม่ในรูปแบบ “Entertainment-Driven Retail” ที่ใช้พลังของ Fandom Economy เป็นกลไกหลักในการสร้าง Traffic, Engagement และ Spending ควบคู่กัน เพื่อยกระดับศูนย์การค้าสู่การเป็น Entertainment-Driven Lifestyle Destination อย่างเป็นรูปธรรม

“ข้อมูลจากรายงานอุตสาหกรรม Creator & Fan Economy ระบุว่า ตลาดดังกล่าวมีมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ทั่วโลก และยังเติบโตในอัตรา 2 หลักต่อปี สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่พร้อมสนับสนุนคอนเทนต์ ศิลปิน และคาแร็กเตอร์ที่ตัวเองรู้สึกผูกพัน ในประเทศไทยกลุ่มแฟนด้อมถือเป็น Community ที่มี Engagement สูง และมีพลังการใช้จ่ายทั้งในรูปแบบสินค้า กิจกรรม และประสบการณ์ เดอะมอลล์ กรุ๊ปจึงต่อยอดความสำเร็จสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มซัมเมอร์ที่ยกระดับขึ้นทั้งในเชิง Emotional Marketing และ Strategic Retail Model” คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด อธิบายถึงเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น
คุณวรลักษณ์ อธิบายเสริมว่า “หลักในการ Redefine Shopping Experience สำหรับแคมเปญครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ 3 แนวคิด ได้แก่ Screen to Space, Series of Happiness และ Cross-Industry Activation เราต้องการเปลี่ยนศูนย์การค้าจากพื้นที่ขายสินค้า สู่ Destination of Emotion ที่ผู้บริโภคสามารถสัมผัสประสบการณ์จากหน้าจอสู่พื้นที่จริง และกลับมาเยี่ยมซ้ำได้ตลอดทั้งแคมเปญ”
หัวใจสำคัญของแคมเปญ HOUSE OF FRIENDS คือการนำแนวคิด “Screen to Space” มาขับเคลื่อน โดยร่วมมือกับ GMMTV ยกจักรวาล Fandom Characters กว่า 27 ตัวเข้าสู่พื้นที่จริง ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ บริเวณ M Grand Hall ชั้น G พร้อมเนรมิต Summer House Landmark สูงกว่า 3 ชั้น ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ในช่วงซัมเมอร์

โดยภายในพื้นที่ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าจุดถ่ายภาพหรือพื้นที่จัดงาน แต่เป็น Experience Infrastructure ที่เชื่อมโลกคอนเทนต์กับโลกค้าปลีกเข้าด้วยกัน ผ่านกิจกรรมอย่าง Giant Ball Pool Slider, Summer Adventure Maze, Fountain of Fortune และ Friends’ Exhibition ที่รวบรวมเรื่องราวของคาแรกเตอร์ทั้งหมด รวมถึง Pop-up Store จาก GMMTV SHOP สำหรับจำหน่ายสินค้าที่ระลึกแบบเอ็กซ์คลูซีฟตลอดเดือนมีนาคม
การลงทุนในโครงสร้างซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เหล่า Fandom ครั้งนี้สะท้อนมุมมองใหม่ที่มองศูนย์การค้าเป็น “พื้นที่สร้างความผูกพัน” มากกว่าพื้นที่ขายสินค้าในมิติของ Series of Happiness แคมเปญถูกออกแบบให้มีกิจกรรมต่อเนื่องตลอดเดือน ไม่ว่าจะเป็น GMMTV Fandom Characters Parade, Exclusive Party และกิจกรรม SCHOOL BAND ในทุกสาขา เพื่อกระตุ้น Repeat Visit และเพิ่ม Time Spent ภายในศูนย์การค้า การออกแบบกิจกรรมแบบต่อเนื่องนี้ช่วยเปลี่ยนทราฟฟิกจากการมาเพียงครั้งเดียวให้กลายเป็นการมาเยือนซ้ำ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้าง Customer Lifetime Value
ขณะเดียวกัน กลยุทธ์ Cross-Industry Activation ยังทำหน้าที่เชื่อมโลกบันเทิงเข้ากับระบบรีเทลอย่างเป็นระบบ ผ่านกลไกสมาชิก M Card และพันธมิตรบัตรเครดิต อาทิ UOB, BANGKOK BANK M VISA และ AEON พร้อมสิทธิประโยชน์ทั้ง Cash Coupon, M Cash Coupon รวมสูงสุด 7,000 บาท และส่วนลดสูงสุด 70% ในห้างสรรพสินค้าเครือเดอะมอลล์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสร้างแรงจูงใจด้านราคา แต่ยังเชื่อม Engagement ให้กลายเป็น Spending อย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือ “Polcasan Summer Tote” พรีเมียมแทนใจที่มี 3 แบบให้เลือกตามเงื่อนไขการช้อป ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์แฟนด้อมโดยเฉพาะ
กลไกนี้สะท้อนการยกระดับโปรโมชันจากการลดราคาแบบดั้งเดิม ไปสู่การสร้างคุณค่าทางอารมณ์ ผู้บริโภคไม่ได้เพียงซื้อสินค้า แต่ซื้อความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้
“THE MALL LIFESTORE SUMMER-CATION 2026 : HOUSE OF FRIENDS ไม่ใช่เพียงแคมเปญส่งเสริมการขาย แต่เป็นการวางกลยุทธ์ Retailtainment อย่างเป็นระบบ เรามองแฟนด้อมในฐานะ New Economic Driver ที่สามารถสร้าง Traffic, Engagement และ Spending ได้พร้อมกัน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มทราฟฟิกไม่น้อยกว่า 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน”การตั้งเป้าหมายทราฟฟิกอย่างชัดเจนสะท้อนว่า Retailtainment ในมุมมองของ
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมสร้างภาพลักษณ์ แต่เป็นกลไกเชิงธุรกิจที่วัดผลได้จริง ในวันที่โลกออนไลน์ตอบโจทย์ฟังก์ชันการซื้อได้ครบถ้วน โลกออฟไลน์จึงต้องตอบโจทย์
“ความรู้สึก” และ
“ประสบการณ์ร่วม” เพื่อดึงลูกค้าให้เข้ามาสู่ศูนย์การค้า
ท้ายที่สุด
HOUSE OF FRIENDS จึงเป็นมากกว่าปรากฏการณ์รวมพลจักรวาลมาสคอต หากแต่เป็นสัญญาณของการปรับตัวเชิงโครงสร้างของรีเทลไทย จาก Shopping Center สู่ Retailtainment ที่ผสานความบันเทิง คอมมูนิตี้ และการใช้จ่ายเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น การเปลี่ยนเกมของ
เดอะมอลล์ กรุ๊ปจึงถือเป็นการพลิกโฉมวงการรีเทลในวันที่
“ประสบการณ์” และ
“ความผูกพัน” อาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของธุรกิจค้าปลีกยุค Entertainment-Driven Economy
สามารถติดตามสิทธิพิเศษรวมถึงกิจกรรมต่างๆที่เดอะมอลล์ไลฟ์โตร์ จัดเตรียมไว้ให้กับลูกค้าตลอดทั้งปีได้ที่ FACEBOOK THE MALL GROUP และ
https://themalllifestore.com/** ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี**