แม้อัตราการเกิดในเมืองไทยจะต่ำลงทุกปี แต่ดูเหมือนว่าธุรกิจโรงเรียนนานาชาติกลับเติบโตสวนทางกับอัตราเกิด เชื่อมั้ยว่าแต่ละปีอัตราการเติบโตของเด็กนักเรียนที่เข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้น 4-5% ถือว่าเป็นตัวเลขไม่น้อยเลย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้โรงเรียนนานาชาติเปิดใหม่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด
โดยส่วนใหญ่แล้ว หลักสูตรโรงเรียนนานาชาติในเมืองไทยจะมีระบบการเรียนการสอน 2 ระบบด้วยกัน คือ ระบบอังกฤษ และระบบอเมริกัน ซึ่งความเป็นเลิศทางด้านวิชาการมีความแข็งแกร่งเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ระบบอังกฤษมีจุดเด่นในเรื่องการฝึกนักเรียนให้มีระเบียบวินัย และบ่มเพาะด้านวัฒนธรรมประเพณี นอกจากนี้จากความนิยมของผู้ปกครองคนไทยส่วนใหญ่มักจะนิยมส่งบุตรหลานไปเรียนต่อไฮสคูลในประเทศอังกฤษ จึงทำให้ระบบอังกฤษตอบโจทย์มากกว่า
และโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ ก็เป็นตัวเลือกล่าสุด เพราะก่อตั้งขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนคิงส์คอลเลจวิมเบิลดัน ประเทศอังกฤษ (King’s College School, Wimbledon) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นว่าหนึ่งในโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จด้านการศึกษาสูงสุดในโลก และได้รับจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 5 สุดยอดโรงเรียนที่มีคะแนนสอบดีที่สุดของอังกฤษมาโดยตลอด นักเรียนของโรงเรียนสามารถสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้ปีละประมาณ 25% หรือประมาณ 300 คนในระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ นักเรียนมากกว่า 90% สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ตัวเองเลือกเป็นอันดับแรกทั้งในประเทศอังกฤษ และประเทศสหรัฐอเมริกา อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และมหาวิทยาลัยเยล ได้สำเร็จ
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สาคร สุขศรีวงศ์ ประธานบริหารโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ กล่าวว่าโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจ กรุงเทพ แตกต่างด้วยแนวคิดการพัฒนาเด็กนักเรียนให้มีจิตใจที่รักการเรียนรู้พร้อมความเป็นเลิศด้านวิชาการ ควบคู่ไปกับระบบการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อปลูกฝังคุณค่าของนักเรียนในทุกมิติ (Pastoral Care) และมุ่งเน้นการผสานกิจกรรมนอกห้องเรียนต่างๆ เพื่อฝึกทักษะชีวิตลงไปในหลักสูตรร่วมผสม (Co-curricular Programme) เพื่อก้าวสู่การเป็นพลเมืองที่ทรงคุณค่าและร่วมสร้างสรรค์โลกแห่งอนาคต
เพราะที่โรงเรียนคิงส์คอลเลจ วิมเบิลดัน ประเทศอังกฤษ มุ่งเน้นให้เด็กมีทักษะความรู้ที่รอบด้าน (Well-rounded Talent) ผ่านการทำหลักสูตรร่วมผสม หรือ Co-curricular Programme ซึ่งหมายถึงการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ที่ออกแบบให้เป็นกิจกรรมที่อยู่นอกห้องเรียน เน้น 3 สิ่งสำคัญคือ ความคิดสร้างสรรค์ วิชาการ และกีฬาหรือศิลปะ เพิ่มทักษะความโดดเด่นพิเศษและมีความเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ทำควบคู่ไปกับ การดูแลนักเรียนแบบ Pastoral Care ซึ่งเป็นการดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องเพื่อปลูกฝังคุณค่าของนักเรียนในทุกเรื่องและทุกมิติของความเป็นคิงส์คอลเลจ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน กีฬา กิจกรรมสันทนาการ เพื่อนำไปสู่ความสุขต่อการเรียนรู้จนนำไปสู่ผลการเรียนที่ดีในที่สุด โดยคุณครูจะดูแลนักเรียนด้วยความใส่ใจ เห็นถึงพัฒนาการของเด็กแต่ละคนต่อเนื่องไปตั้งแต่เด็กจนโต เพื่อจะส่งเสริมให้นักเรียนได้ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน โดยปราศจากความกดดันทางจิตใจและอารมณ์
“โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ เกิดขึ้นจากการตั้งใจที่จะทำโรงเรียนให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด ไม่เพียงแค่เป็นประโยชน์ต่อตัวนักเรียนและผู้ปกครอง แต่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ โดยตั้งเป้าหมายที่จะสร้างโรงเรียนแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ดีที่สุดในเอเชีย และช่วยสร้างชื่อเสียงให้กรุงเทพฯ ขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางศึกษาของภูมิภาคเอเชียต่อไป”
ทั้งนี้โรงเรียนตั้งอยู่ใจกลางเมือง ถนนรัชดา – พระราม 3 เปิดสอนนักเรียนชายและหญิง อายุ 2-18 ปี (Pre-nursery - Year 13) และจะเปิดรับสมัครนักเรียนสำหรับปีการศึกษา 2563 ชั้น Pre-nursery (อายุ 2 ปี) จนถึง Year 6 (อายุ 11 ปี) ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนนี้