BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,280
VIEWS

ยูนิโคล่จับมือยูเนสโก ใช้ “การศึกษา + เทคโนโลยี” สร้างเยาวชนรุ่นใหม่ให้เป็นพลังปกป้องมหาสมุทร

ม.ค. 31, 2569 BrandAge Team
ในช่วงเวลาที่วิกฤตสิ่งแวดล้อมทางทะเลทวีความรุนแรง ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัด “ความยั่งยืน” จึงไม่ควรเป็นแค่กลยุทธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์ หรือกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ของภาคธุรกิจอีกต่อไป หากแต่ต้องถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้างระยะยาว ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริง

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมต่อวิกฤตสิ่งแวดล้อมทางทะเลในระดับโครงสร้าง คือการเข้าไปสนับสนุนโครงการ “Sustaining Our Oceans” ขององค์การยูเนสโก โดย ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก ภายใต้บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ซึ่งมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยยูนิโคล่ร่วมกับสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ และกรุงเทพมหานคร เปิดพื้นที่การเรียนรู้ด้านมหาสมุทรสำหรับเยาวชน ณ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร โดยนำนวัตกรรม Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการเรียนรู้เนื่องในโอกาส วันการศึกษาโลก หรือ International Day of Education


นิทรรศการดังกล่าวถือเป็น “จุดเริ่มต้น” ของการทดสอบและพัฒนาเครื่องมือการศึกษาที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในห้องเรียนและชุมชน โดยมีเป้าหมายระยะยาวคือการผลักดันองค์ความรู้ด้านมหาสมุทรเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งคุณริกะ โยโรซุ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ และสำนักภูมิภาคด้านการศึกษาเอเชียและแปซิฟิก ชี้ว่า โครงการ Sustaining Our Oceans ถูกวางให้เป็น Flagship Initiative ที่ใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือหลักในการเชื่อมโยงมนุษย์กับมหาสมุทร ผ่านนวัตกรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน

“มหาสมุทรเชื่อมโยงพวกเราทุกคน อนาคตของมหาสมุทรคืออนาคตของเรา การศึกษาคือพลังสำคัญที่จะช่วยให้เยาวชนไม่เพียงเข้าใจปัญหา แต่รู้สึกเป็นเจ้าของและพร้อมลงมือปกป้อง ยูเนสโกได้ทดลองใช้สื่อการเรียนรู้แบบ Immersive Technology กับนักเรียนในพื้นที่สงวนชีวมณฑลจังหวัดระนอง ซึ่งผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าเยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจ และความมั่นใจในการเป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์มากขึ้น นำไปสู่แผนขยายผลสู่โรงเรียนกว่า 50 แห่ง ผ่านความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ.”

ด้าน มร. โยชิทาเกะ วากากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่า การสนับสนุนโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของปรัชญา LifeWear และแนวคิด “Unlocking the Power of Clothing” ที่มองว่าเสื้อผ้าไม่ใช่เพียงสิ่งที่สวมใส่ แต่สามารถเป็นพลังในการสร้างคุณค่าทางสังคม

“ยูนิโคล่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 15 ปี เราเติบโตได้จากการสนับสนุนของสังคมไทย เป้าหมายของเราจึงไม่ใช่แค่การเติบโตของธุรกิจ แต่คือการคืนประโยชน์ให้สังคมอย่างแท้จริง ยูนิโคล่จึงมีการสนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษาและสิ่งแวดล้อมรวม 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับยูเนสโก ครอบคลุมการดำเนินงานในประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยมุ่งหวังให้การปกป้องมหาสมุทรกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่”

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ถูกดีไซน์ออกมาในรูปแบบนิทรรศการแบบเคลื่อนที่ที่ฉีกกรอบการเรียนรู้แบบเดิม ๆ โดยมีกำหนดระยะเวลาในการร่วมกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้การเรียนรู้ยาวนานถึง 6 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าเรื่องการอนุรักษ์จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเยาวชนวัยรุ่นตามชายฝั่งหรือพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่องยั่งยืน แนวทางการดำเนินงานมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมให้กับเยาวชน ผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริงเพื่อจำลองวิกฤตการณ์ในมหาสมุทรให้สัมผัสได้จริง ยกตัวอย่างปัญหาเพื่อให้เยาวชนได้ทดลองแก้ไขปัญหาร่วมกัน

โดยยูเนสโกร่วมสร้างเทคโนโลยี AR ผ่านแอปพลิเคชัน AR GAME ON STYLY ที่เปลี่ยนพื้นที่ว่างรอบตัวให้กลายเป็นจำลองโลกใต้ทะเล แบ่งออกเป็น 3 โซนในพื้นที่ใต้ทะเล ได้แก่ Mangrove Zone , Coral Zone และ Deep-Water Zone ซึ่งนอกจากการออกแบบให้สวยงาม หัวใจสำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือการใส่ภารกิจที่จำลองวิกฤตการณ์จริงในท้องทะเลมาเป็นโจทย์ เพื่อเปิดช่องให้เกิดการแก้ปัญหาแบบกลุ่ม ให้นักเรียนได้ฝึกการทำงานร่วมกัน ระดมสมองหาทางออกให้ระบบนิเวศจำลองกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง เป็นการสร้างตระหนักรู้ผ่านกระบวนการกลุ่มที่ทำให้เข้าใจง่ายกว่าการอ่านหนังสือ
ด้วยรูปแบบเกมสำรวจที่เข้าถึงง่าย เช่น ภารกิจตามหาสัตว์ทะเลตามจำนวนที่กำหนด หรือการระบุประเภทของสิ่งมีชีวิตในโซนต่าง ๆ   ซึ่งการทำให้เยาวชนรู้สึกว่าสัตว์ทะเลเหล่านี้มีตัวตนและน่ารักผ่านมุมมอง 360 องศา เป็นการสร้างความรู้สึกต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เริ่มจากความรักและความผูกพันเป็นตัวตั้ง

และถึงแม้ในบางพื้นที่ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตเข้าถึงก็ได้มีการออกแบบเป็นตัวเกมการ์ด โดยตัวการ์ดจะมีวิธีการเล่นและวิธีการแก้ปัญหาเหมือนกันเลยคือการตั้งโจทย์ในท้องทะเลออกมาเป็นคำถามและให้เยาวชนได้ร่วมกันแก้ไข ซึ่งจะทำให้กิจกรรมถูกส่งต่อได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง


นอกจากนี้ภายใน Ocean Diving Library เยาวชนสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลกว่า 90 สายพันธุ์ ตั้งแต่ป่าโกงกาง แนวปะการัง ไปจนถึงระบบนิเวศท้องทะเล พร้อมทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของห่วงโซ่อาหารและความเปราะบางของธรรมชาติ

โดยโครงการ Sustaining Our Oceans ได้วางกรอบการประเมินผลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ตั้งแต่จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม ระดับความเข้าใจหลังการเรียนรู้ ไปจนถึงการรายงานผลในระยะ 6 เดือน เพื่อประเมินว่าองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เยาวชนได้รับสามารถต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมได้จริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม คุณปิยวัฒน์ สายแสง ผู้อำนวยการส่วนห้องสมุดและการเรียนรู้ กรุงเทพมหานคร ชี้ว่า ความท้าทายสำคัญที่สุดในเวลานี้คือผลกระทบจาก Climate Change ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย

“เรามองเห็นผลกระทบชัดเจนมาก ทั้งระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว รวมถึงปัญหาขยะจากการท่องเที่ยวที่ถูกทิ้งลงทะเลจำนวนมหาศาล ซึ่งไม่ได้ทำลายแค่สิ่งแวดล้อม แต่กระทบต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของผู้คนโดยตรง”

นอกจากนี้คุณปิยวัฒน์ ยังสะท้อนถึงปัญหาการทำประมงผิดวิธี การรุกล้ำพื้นที่ชายฝั่ง และการใช้เครื่องมือประมงที่ทำลายวงจรชีวิตสัตว์น้ำ พร้อมย้ำว่าการปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่เยาวชนคือกลไกสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาในระยะยาว

“ผมขอขอบคุณยูเนสโกและยูนิโคล่ที่นำเทคโนโลยีมาใช้กับการเรียนรู้ แต่ไม่ละทิ้งประเด็นสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการทำงานกับเยาวชน ซึ่งกรุงเทพมหานครพร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนในการส่งต่อองค์ความรู้เหล่านี้ไปสู่คนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง”
ขณะที่มุมมองของ คุณปพล วุฒิไกรเกรียง รองเจ้าหน้าที่โครงการด้านการศึกษา ยูเนสโก กรุงเทพฯ มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันกำลังเข้าสู่จุดวิกฤตที่ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

“วันนี้เปรียบเสมือนมหาสมุทรกำลังขาดอากาศหายใจ อุณหภูมิน้ำทะเลทำลายสถิติใหม่ทุกปี ส่งผลเป็นลูกโซ่ตั้งแต่น้ำแข็งขั้วโลกละลายไปจนถึงระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างน่ากังวล ปัญหาเหล่านี้มีต้นตอจากกิจกรรมของมนุษย์ และจะกลายเป็นภาระของคนรุ่นหลัง หากไม่เร่งสร้างความเข้าใจอย่างเป็นระบบ UNESCO เชื่อว่าการศึกษาและการสร้างความตระหนักรู้คือทางออกที่ยั่งยืนที่สุด เราจึงพยายามทำให้การเรียนรู้เรื่องมหาสมุทรเกิดขึ้นได้ทั้งในห้องเรียน ห้องสมุด และพื้นที่เรียนรู้รูปแบบใหม่ เพื่อให้เรื่องทะเลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน”


ด้านตัวแทนเยาวชน โสน–สิสราญ ปฐวีกานต์ ตัวแทนเยาวชนจากโรงเรียนนานาชาติกรุงเทพ ชี้ให้เห็นถึง “มลภาวะทางเสียง” ใต้ท้องทะเล ซึ่งเป็นผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ส่งผลต่อสัตว์ทะเลอย่างรุนแรง

“เสียงจากเครื่องยนต์เรือหรือกิจกรรมของมนุษย์ทำให้สัตว์ทะเลตกใจ เสียสมดุล และรบกวนการดำรงชีวิตตามธรรมชาติ จากการทำวิจัย หนูพบว่าปัญหานี้ส่งผลต่อจำนวนสัตว์น้ำที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด หนูอยากให้ทุกคนช่วยกันใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ เพราะทุกกิจกรรมของมนุษย์ล้วนส่งผลต่อระบบนิเวศใต้ท้องทะเลทั้งสิ้นค่ะ”

ปัจจุบันน้องโสนกำลังทำโปรเจกต์ภายใต้โครงการ SDGs โดยล่าสุดมีโอกาสลงพื้นที่ไปทำวิจัยและสัมภาษณ์คนในท้องถิ่นเพื่อเจาะลึกถึงต้นตอของปัญหาว่า ทำไมวิกฤตทางทะเลเหล่านี้ถึงยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งจากการพูดคุยกับชาวประมงในพื้นที่ ได้รับข้อมูลที่น่าตกใจมากว่า จำนวนปลาที่จับได้ลดน้อยลงอย่างมหาศาล ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมลภาวะทางเสียงใต้พรรณพฤกษาที่ไปรบกวนระบบนิเวศ จึงตั้งใจจะนำข้อมูลชุดนี้ไปต่อยอดเพื่อสร้างความตระหนักรู้และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ 'มลภาวะทางเสียงในมหาสมุทร' ให้สังคมได้รับรู้กว้างขวางขึ้นช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการรับมือกับปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

อย่างไรก็ตามคุณปิยวัฒน์ ระบุว่า จากนิทรรศการ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบได้ โดยหวังขยายโอกาสการเรียนรู้สู่พื้นที่ต่างๆ ของเมือง
“หลังเปิดตัวในช่วงวันเด็ก นิทรรศการได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะโซน VR ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่จับต้องได้ หลังจากนี้ กทม. มีแผนจัดทำนิทรรศการเคลื่อนที่ผ่านเครือข่ายห้องสมุดกว่า 35 แห่ง และกิจกรรมการเรียนรู้ในพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้เข้าถึงเยาวชนในวงกว้างยิ่งขึ้น”

แม้เป้าหมายในวันนี้ของโครงการ “Sustaining Our Oceans” จะเน้นปลูกฝังความเข้าใจและสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เยาวชนอย่างทั่วถึง แต่ทั้งยูนิโคล่และยูเนสโกเชื่อว่าด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จะช่วยวางรากฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับความยั่งยืนในวันหน้าเพราะอนาคตของมหาสมุทร ก็คืออนาคตของพวกเราทุกคนด้วยเช่นกัน

ยูนิโคล่จับมือยูเนสโก ใช้ “การศึกษา + เทคโนโลยี” สร้างเยาวชนรุ่นใหม่ให้เป็นพลังปกป้องมหาสมุทร

6 เรื่องห้ามละเลย หากต้องการใช้กลยุทธ์ Value-based Pricing ให้ปัง!

UNIQLO Clothing Corner สาขานำร่องแห่งแรก เชื่อมชุมชน ส่งต่อเสื้อผ้าคุณภาพแก่กลุ่มเปราะบาง

ยูนิโคล่ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร เปิดตัว UNIQLO Clothing Corner แห่งแรก ณ BKK Food Bank สำนักงานเขตสวนหลวง พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง

ยูนิโคล่ ต่อยอด RE.UNIQLO ส่งมอบวัสดุหลักผลิตถุงมือในโครงการ Happy Gloves ถุงมือปันสุขเพื่อน้องพิการทางสมอง

ยูนิโคล่ นำปรัชญา LifeWear ปลดล็อกพลังแห่งเสื้อผ้าผ่านนวัตกรรมเพื่อให้ชีวิตผู้คนและโลกดีขึ้น

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact