เทคโนโลยี 5G เร่งการพลิกโฉมสู่ดิจิทัล ขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจรูปแบบใหม่
เครือข่าย 5G กำลังนำเทคโนโลยี VR, AR และบริการวิดีโอแบบ Ultra-HD ต่าง ๆ ไปสู่ Mobile Video รุ่น 3.0 และประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมนี้จะกระตุ้นผู้ใช้ให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมของพวกเขา หลังจากที่มีการเปิดใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์ในประเทศเกาหลีใต้ได้สองเดือน พบว่าจำนวนผู้ใช้ 5G ได้เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งล้านคน โดยมีค่าเฉลี่ยการใช้งานต่อวันอยู่ที่ 1.3 กิกะไบท์ต่อคน โดยรายได้เฉลี่ยของผู้ใช้หนึ่งคน (Average Revenue Per User: ARPU) ในเครือข่าย 5G สูงกว่า 4G ประมาณ 75% แต่หากเทียบราคาต่อ 1 กิกะไบต์จะต่ำกว่า 4G ถึง 90% เท่ากับว่าผู้ใช้งานและผู้ให้บริการเครือข่ายต่างได้รับประโยชน์ทั้งคู่
นอกจากนี้ เทคโนโลยี 5G ยังรองรับอัตราการรับ-ส่งข้อมูลที่สูงเป็นพิเศษ และเป็นตัวแปรสำคัญในการพลิกโฉมสู่การสร้างบริการที่มีความละเอียดสูง รวดเร็ว และมีความคุ้มค่าให้ครอบคลุมในอุตสาหกรรมต่างๆ
แต่เดิมนั้น การถ่ายทอดสดทางทีวีนั้นจะต้องใช้รถติดตั้งอุปกรณ์ถ่ายทอดสดที่มีมูลค่าอย่างน้อยราว 80 ล้านหยวน (หรือกว่า 350 ล้านบาท) หลายคัน รวมถึงเจ้าหน้าที่หน้างานอีก 150 คนเพื่อบันทึก ตัดต่อ ส่งสัญญาณภาพและออกอากาศ โดยยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายที่สูงจากการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม
แต่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปด้วยการออกอากาศผ่านระบบคลาวด์ ซึ่งมีราคาแพคเกจต่ำกว่า 10,000 หยวน (ราว 44,604 บาท) ประกอบด้วยอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ 5G CPE และเจ้าหน้าที่ 5 คน ซึ่งเพียงพอแล้วสำหรับการออกอากาศ โดยจะมีการส่งวิดีโอแบบเรียลไทม์กลับไปที่สถานีโทรทัศน์ผ่านเครือข่าย 5Gการออกอากาศจึงสามารถทำได้ทุกที่และทุกเวลา นอกจากนี้ ในกระบวนการนี้ยังสามารถสร้างประสบการณ์รับชมระดับพรีเมี่ยมและการโต้ตอบกับจุดออกอากาศอื่น ๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
ด้านการดูแลความสงบเรียบร้อยนั้น โดรน 5G สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ขัดต่อข้อจำกัดด้านการเข้าถึงพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไป แล้วถ่ายวิดีโอความชัดระดับ 4K HD ส่งกลับไปที่ศูนย์ควบคุมในทันที เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังและสั่งการจากส่วนกลาง เพื่อให้มั่นใจว่ารายละเอียดทุกอย่างได้บันทึกไว้อย่างครบถ้วน
โซลูชั่นของหัวเว่ยสร้างเครือข่าย 5G ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมการใช้งานและประหยัดพื้นที่ติดตั้ง
ในงานสัมมนา มร. ไรอัน ติง ได้นำเสนอวิดีโอสาธิตการเชื่อมต่อ 5G ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การขนส่งอัจฉริยะ การตรวจตราอัจฉริยะ บริการสุขภาพอัจฉริยะ ความบันเทิงอัจฉริยะ และท่าเรืออัจฉริยะ หัวเว่ยมีโซลูชั่นทั้งแบบแยกส่วนและแบบครบชุด รวมถึง Massive MIMO, Blade Site และ BookRRUเพื่อช่วยผู้ให้บริการเครือข่ายระดับโลก สร้างเครือข่าย 5G ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมการใช้งาน และประหยัดพื้นที่ติดตั้ง ซึ่งอัตราการใช้พลังงานจะอยู่ในระดับต่ำมาก ในขณะที่ศักยภาพการใช้พลังงานต่อบิตจะสูงขึ้นถึง 25 เท่า โซลูชั่นของหัวเว่ยยังรองรับสถาปัตยกรรมทั้งแบบ Non Standalone และStandalone (NSA/SA) และเอื้อให้เทอร์มินัลทุกประเภทสามารถเข้าถึงคลื่นวิทยุได้ เมื่อเทียบกับชุดอุปกรณ์วิทยุสื่อสารระยะไกล (RRU) ที่เชื่อมต่อกับเสาอากาศรุ่นเดิม เสาสัญญาณ AAU มีขนาดเล็กกว่า 55% และเบากว่า 23% ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่เพื่อให้มีสัญญาณครอบคลุมทั่ว ตอบสนองการใช้งานฮอตสปอตของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น และเติมเต็มความต้องการใช้งานที่หลากหลายในอุตสาหกรรมต่างๆ
เราคาดว่าเทคโนโลยี 5G จะสามารถแซงหน้าเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายรุ่นก่อนได้อย่างรวดเร็ว และจะแพร่หลายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วในปี 2562 หัวเว่ยกำลังร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายและพันธมิตรต่างๆ เพื่อขยายขอบเขตการใช้งานเทคโนโลยี 5G ไปสู่อุตสาหกรรมต่างๆ และสร้างการเติบโตทางธุรกิจรูปแบบใหม่ให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย