ในวาระครบรอบ 100 ปีของปับลิซิส กรุ๊ป ทั่วโลก ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ประกาศก้าวสำคัญในการทรานส์ฟอร์มองค์กรจาก Platform Company สู่การเป็น “Intelligent System Driven Company” โดยมุ่งเน้นการวางระบบอัจฉริยะที่สามารถคิด เรียนรู้ และปรับตัวได้แบบ Real-time เพื่อนำพาแบรนด์ก้าวข้ามความซับซ้อนของโลกธุรกิจที่การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคไม่ได้เป็นเส้นตรงอีกต่อไป
คุณโศรดา ศรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบันแบรนด์ต้องการพาร์ตเนอร์ที่ฉลาดขึ้น (Intelligent) เพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามกระแสคอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งทำให้แคมเปญแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป
“เราไม่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้เพียงอย่างเดียว แต่เราออกแบบองค์กรใหม่ให้ดาต้า ความคิดสร้างสรรค์ และมีเดีย ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว เพื่อเป็น Growth Partner ที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างแท้จริง”

ความสำเร็จของยุทธศาสตร์นี้ถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 Core Engines สำคัญที่ทำงานร้อยเรียงกันอย่างไร้รอยต่อ:
1. Connected Identity: ความฉลาดในดาต้าและมีเดีย (Intelligence in Media and Data)
หัวใจแรกคือการสร้างความเข้าใจผู้บริโภคผ่านระบบข้อมูลที่มีความแม่นยำสูง (High-fidelity data-spine) เพื่อระบุและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถูกที่ถูกเวลา (At the right time at the right place)
คุณปิยนุช มีมุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจมีเดีย ปับลิซิส มีเดีย อธิบายว่า ระบบนี้เชื่อมโยงดาต้าจากแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Epsilon, Lotame และ ITTime เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคข้ามแพลตฟอร์ม ทั้งเว็บ แอปพลิเคชัน และ CTV
“Connected Identity ช่วยให้เรารู้ว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ (Potential Targets) และอะไรคือตัวกระตุ้นให้เกิดการซื้อจริง ทำให้เงินที่ลูกค้าลงทุนในสื่อทำงานได้หนักขึ้นและสร้าง Business Growth ได้ชัดเจนกว่าการมองแค่ Reach หรือ Impression แบบเดิม”

2. Creative Intelligence: การผสานหัวใจมนุษย์เข้ากับความเร็วของ AI (Intelligence in Creativity and Human)
เมื่อเข้าใจดาต้าแล้ว ระบบจะส่งต่อพลังสู่การสร้างสรรค์ผ่านแนวคิด HI x AI (Human Intelligence x Artificial Intelligence) เพื่อให้ไอเดียสามารถเดินทางข้ามแพลตฟอร์มและฟอร์แมตได้อย่างไร้ขีดจำกัด
คุณสมิหรา ทันต์เจริญกิจ กรรมการผู้จัดการ Leo Bangkok ชี้ให้เห็นว่า ในยุค AI Overload ผู้บริโภคเริ่มเรียกหาความจริงใจและความเข้าใจในระดับมนุษย์ จึงนำระบบ Creative OS (Orchestration Studio) มาเป็นผู้ช่วยในทุกขั้นตอน
“เราใช้ AI เฉพาะของเราที่วิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาช่วยวางกลยุทธ์ และสร้าง Key Message รวมถึงการใช้ Virtual Focus Group เพื่อทดสอบไอเดียกับอวตารกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้งานของเรายังคงความหมาย (Meaningful) แต่สามารถขยายผล (Scalable) ได้ในระดับกว้าง”
3. Cultural Intelligence: เปลี่ยนสัญญาณโซเชียลสู่ยอดขาย (Intelligence in Culture & Commerce)
แกนสุดท้ายคือการขับเคลื่อนด้วยวิธีคิดแบบ Social-First เพื่อเปลี่ยนจากการเป็นแค่คอนเทนต์บนฟีด (Feed) ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม (Culture)
คุณธนาภรณ์ ชาญกิจมั่นคง ผู้จัดการทั่วไป Brilliant & Million เผยข้อมูลสำคัญว่า แบรนด์ที่วางกลยุทธ์บนพื้นฐานวัฒนธรรม มีโอกาสสร้างรายได้เติบโตสูงถึง 10.2%
“เราใช้กระบวนการ 3Cs คือ Context (เข้าใจบริบทสังคม), Culture (ถอดรหัสพฤติกรรมกลุ่ม Subculture) และ Commerce (เชื่อมโยงอินไซต์สู่การตัดสินใจซื้อ) เพื่อเปลี่ยนสัญญาณทางโซเชียล (Social Signals) ให้กลายเป็นผลกระทบทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง”
ในช่วงท้ายของการรวบรวมยุทธศาสตร์ คุณเจนคณิต รุจิรโมรา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เน้นย้ำถึงภาพรวมของทั้ง 14 แบรนด์ ภายใต้วิสัยทัศน์เดียว (Under One Roof)
“ความได้เปรียบของเราในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีบริการมากกว่ากัน แต่อยู่ที่ความสามารถในการดึง Expertise ของแต่ละส่วนมาทำงานร่วมกันบน Intelligent System เดียวกันได้อย่างไร”
พร้อมสรุปทิ้งท้ายว่า “เราพร้อมที่จะช่วยลูกค้า Navigate ผ่านความซับซ้อนของตลาด เพื่อสร้างความแตกต่างและนำพาแบรนด์ไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคแห่ง Intelligence นี้”
ปัจจุบัน ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย ได้พิสูจน์ความสำเร็จผ่านความไว้วางใจจากแบรนด์ชั้นนำในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และรางวัลการันตีผลงานกว่า 100 รางวัลในช่วงปี 2025-2026 เป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพของระบบอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่ออนาคตของธุรกิจอย่างแท้จริง