สำหรับกลยุทธ์ที่ Fujifilm ได้วางไว้ คือ การทำการตลาดภายใต้แคมเปญ #LiveLifePlay ใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing ได้เข้าไปจับกลุ่ม Influencer ทั้งหมด 7 กลุ่ม ได้แก่ Fashion, Art, Pet, Family, Beauty, Food และ Travel เพื่อเจาะกลุ่มในแต่ละพฤติกรรมผู้บริโภค
แต่ในขณะเดียวกัน ความท้าทายสำหรับการทำตลาดกล้อง Instax คือ 1. การเปลี่ยน mindset ของผู้บริโภค ที่คิดว่าราคาฟิล์มยังแพงอยู่ ซึ่งตอนนี้ราคาฟิล์ม 1 กล่อง 10 ใบ ราคาอยู่ที่ 270 – 310 บาท และ 2. ทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกของมันต้องมี
“Instax จะไม่ใช่แค่กล้องอีกต่อไป แต่ Instax จะกลายเป็นไอเท็ม ไลฟสไตล์ เพราะพกพาสะดวก มีการใช้งานที่ง่าย สีสันสดใส ในทุกวันนี้ กล้องที่ถูกสะพายออกไปเที่ยวข้างนอกนั้น กลายเป็นหนึ่งใน accessory ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์ บางคนออกไปนั่งร้านกาแฟ วางกล้องฟิล์มไว้กับแก้วกาแฟและหนังสือ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย อัพลงโซเชียล แค่นี้ก็ได้รูปชิคๆ แล้ว” สภารัตน์ กล่าว
เพื่อตอบโจทย์ไลฟสไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบถ่ายรูป ต้องการความรวดเร็ว Instax mini LiPlay ถือเป็นอีกอีกหนึ่งไอเท็มใหม่ของ Fujifilm ที่จะเข้ามาเขย่าวงการตลาดของกล้อง Instax และในปีนี้ Fujifilm ประเทศไทยตั้งเป้า จะมียอดขายทั้งหมด 100,000 เครื่อง เติบโตจากปีก่อน 30% และจะต้องมียอดขายจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ 10,000 ตัว