ตลาดศัลยกรรมน่าสน
ธนวัฒน์ กล่าวเสริมว่า เจ เวนเจอร์ส จับกลุ่มเป้าหมายคนละกลุ่มกับลูกค้าของสถาบันการเงินที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีโปรไฟล์ดีอยู่แล้ว (เรียกว่า Customer) แต่สำหรับลูกค้าของ เจ เวนเจอร์ส จะเป็นลูกค้าใหม่ (Person) ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนเพราะไม่มีโปรไฟล์ที่ดี
“ดังนั้นการปล่อยสินเชื่อจึงต้องมีความระมัดระวังอยู่พอสมควร โดยเฟสแรกจะเป็นช่วงของการทดลองทำตลาดประมาณ 12 สัปดาห์ ซึ่งการปล่อยวงเงินในช่วงแรกจะค่อนข้างต่ำ คือ ไม่เกิน 3,000 บาทต่อราย ตั้งเป้าจะปล่อยจำนวน 1,000 ราย เพื่อดูหนี้เอ็นพีแอลที่จะเกิดขึ้น ซึ่งหากอยู่ในระดับ 5% คือ รับได้ ก็จะเดินหน้าต่อด้วยการเพิ่มวงเงินเป็นประมาณ 5,000 บาทต่อราย
ในปีหน้าบริษัทมีแผนจะขยายสินเชื่อไปสู่กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ในรูปแบบ B2B (Business to Business) เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจจึงยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อของสถาบันการเงินได้ รวมถึงการปล่อยกู้แบบ P2P (Person to Person) แต่ยังอยู่ระหว่างการทดสอบใน Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
“อีกกลุ่มที่น่าสนใจ คือ กลุ่มที่นิยมทำศัลยกรรม โดยเฉพาะกลุ่มพริตตี้ จึงมีไอเดียในการออกสินเชื่อพริตตี้ ที่กำลังทำแผนร่วมกับโรงพยาบาลแห่งนี้ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีฐานข้อมูลที่ชัดเจน และสนใจทำศัลยกรรม เช่น ทำหน้า เสริมจมูก และเพิ่มขนาดหน้าอก เป็นต้น จึงมองเรื่องของการศัลยกรรมเป็นเรื่องการลงทุนเพื่อนำไปต่อยอดในการสร้างอาชีพและรายได้ โดยจะปล่อยสินเชื่อในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 50% ของงบประมาณที่ต้องใช้ คาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงต้นปี 2563