ในส่วนเทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอ ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ มีฟีเจอร์ Live Focus สามารถปรับความหน้าชัดหลังละลายของวิดีโอได้ มาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic ช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้ชัดขึ้น และในขณะเดียวกันช่วยลดเสียงรบกวนของพื้นหลังออกไป และมีฟีเจอร์ Super Steady รูปแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในโหมด Hyperlapse ได้อีกด้วย
Note 10 ยังมีฟีเจอร์ตัดต่อวิดีโอได้ง่ายและรวดเร็ว: หลังจากบันทึกวิดีโอแล้ว สามารถตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอขั้นพื้นฐานบนกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ทันทีด้วย Video Editor โดยสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งและเลือกเฟรมที่ต้องการแทนการใช้มือสัมผัส สำหรับผู้สร้าง สรรค์ Content ที่ต้องการการตัดต่อที่ซับซ้อนขึ้น Note10 ยังมี Adobe Rush ที่มาพร้อมชุดเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมือโปร
สำหรับนักเล่นเกมที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองขณะสตรีมมิ่ง หรือบล็อกเกอร์ที่อยากสร้าง Content ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น Galaxy Note 10 นำเสนอฟีเจอร์ Screen Recorder ที่ช่วยบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจออย่างง่ายดาย ใช้โหมด Picture-in-Picture เพื่อเพิ่มรีแอ็กชั่น และใช้ S Pen เพิ่มลูกเล่นบนวิดีโอได้
กล้องยังมีเทคโนโลยี AR Doodle และ 3D Scanner รวมไปถึงมีกล้อง Ultra Wide ผู้ใช้ยังสามารถเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองโดยการใช้ S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วาดเอฟเฟกต์ หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วย AR Doodle นอกจากนี้เทคโนโลยี 3D Scanner ที่มีใน Galaxy Note 10+ ที่จะมาพร้อมกับกล้อง Depth Vision สามารถสแกนวัตถุและเปลี่ยนให้เป็นภาพเคลื่อนไหวสามมิติได้
Galaxy Note 10 ยังมีฟีเจอร์ Wireless PowerShare ผู้ใช้งานสามารถนำ Galaxy Watch หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับระบบ Qi มาชาร์จแบบไร้สายกับ Note 10 ได้
จากความนิยม eSport ที่มีสูงมากทั่วโลก การเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนจึงเป็นพฤติกรรมหนึ่งที่นักเล่นเกมนิยม นักเล่นเกมจึงต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปกทรงพลัง ซึ่ง Galaxy Note 10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บางที่สุดในโลก (Vapor Chamber Cooling System) เพื่อประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ดีที่สุดบนอุปกรณ์ที่มีความโฉบเฉี่ยวและเพรียวบาง และด้วยนวัตกรรม AI ใน Game Booster ทำให้สามารถเพิ่มและลดการใช้พลังงานในแต่ละเกมได้
Note 10 ยังมี Hyper-fast Speed ผู้ใช้สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ผ่านตัวเลือกของสัญญาณในรูปแบบ LTE
นอกจาก Samsung จะเปิดตัว Galaxy Note 10 ถึง 2 รุ่น คือ Galaxy Note 10 และ Galaxy Note 10+ (Galaxy Note 10 Plus) แล้ว Samsung ยังเปิดตัว Galaxy Note 10+ 5G เพื่อรองรับการใช้งานเครือข่าย 5G ที่เกิดขึ้นแล้วในปีนี้ และจะครอบคลุมมากขึ้นในทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งในไทย
สำหรับราคาขายในสหรัฐ Note 10 ราคา 949 ดอลลาร์, Note 10+ ราคา 1,099 ดอลลาร์ และ Note 10 Plus 5G ราคา 1,299 ดอลลาร์
ข้อมูลจำเพาะที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10+ มีดังนี้
ขนาดจอ
Note 10 AMOLED 6.3 นิ้ว; 2,280x1,080 พิกเซล
Note 10+ AMOLED 6.8 นิ้ว; 3,040x1,440 พิกเซล
น้ำหนัก (ออนซ์/กรัม)
Note 10 5.93 ออนซ์ 168 กรัม
Note 10+ 6.91 ออนซ์ 196 กรัม
ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie (ทั้งสองรุ่น)
กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล (มุมกว้าง), 16 ล้านพิกเซล (มุมกว้างพิเศษ), 12 ล้านพิกเซล (เทเลโฟโต้) ความลึก 3D (HQVGA)
กล้องหน้า 10 ล้านพิกเซล
การถ่ายภาพวิดีโอ 4K
หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 หรือ Samsung Exynos 9825
ที่เก็บข้อมูล
Note 10 256GB, Note 10+ 512GB
พื้นที่เก็บข้อมูลขยายได้ไม่เกิน 1TB
หน่วยความจำ
Note 10 8GB, Note 10+ 12GB
แบตเตอรี่
Note 10 3,500 mAh, Note 10+ 4,300 mAh
มีเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือในหน้าจอ
ไม่มีที่เสียบแจ็คหูฟัง ใช้หูฟังไร้สาย
Source
Source
Cr : SAMSUNG Newsroom / CNET