นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA ) กล่าวว่า จากโครงสร้างประชากรโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้กลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยพบว่าในปัจจุบันมีประชากรผู้สูงอายุมากถึงร้อยละ 10.5 ซึ่งในปี 2564 จะมีประชากรผู้สูงอายุมากถึงร้อยละ 20 ของประเทศ ด้วยเหตุนี้ สถาบันผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ จึงได้เล็งเห็นถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจด้วยการทำการค้าออนไลน์ให้กับกลุ่มสูงวัยด้วยโครงการ “60+ ค้าออนไลน์ ขายทั่วโลก” สำหรับหลักสูตรนี้ถือว่าเป็นหลักสูตรแรกที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทีมีอายุตั้งแต่ 60 ขึ้นไปที่มีความสนใจด้านการค้าออนไลน์ มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่พร้อมส่งออก เข้ามาร่วมพัฒนาแนวคิดทั้งด้านการตลาด เทคนิคการทำธุรกิจใหม่ๆ การใช้โซเชียลมีเดีย การรู้จักรูปแบบธุรกิจคอมเมิร์ซ ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ และยังเป็นแนวทางในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกและการจ้างงานให้มีทิศทางที่ดียิ่งกว่าเดิม
อย่างไรก็ดี ผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องส่งเสริมความสามารถ และยกระดับคุณภาพชีวิตไม่แพ้กับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องเทคโนโลยี นวัตกรรม และระบบดิจิทัลที่กำลังเจริญรุดหน้าในทุกประเทศทั่วโลกในขณะนี้ สำหรับการส่งเสริมในเรื่องดังกล่าวไม่เพียงแต่จะกระทำได้ในเรื่องการค้ายุคใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ในอีกหลากหลายด้าน เช่น การดูแลสุขภาพ การสร้างสังคมออนไลน์ การรับข้อมูลข่าวสารและความบันเทิง การใช้เทคโนโลยีป้องกันอุบัติเหตุ หรือแม้แต่กระทั่งการใช้เป็นเครื่องมือทุ่นแรงในการดำเนินชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้หลายภาคส่วนควรมีการพัฒนาร่วมกัน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ นายนันทพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สายด่วน 1169 หรือ nea.ditp.go.th และ facebook.com/ nea.ditp