“เจ เวนเจอร์ส” ประกาศลั่น แผนพัฒนาระบบ JFIN DDLP แล้วเสร็จก่อนกำหนด ดีเดย์ใช้งาน 7 สิงหาคมนี้ บนแพลตฟอร์ม “ป๋า มาร์เก็ตเพลส” ที่ปรับโฉมรองรับการกู้ในรูปแบบฟินเทค โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาสนับสนุน “ธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์” ซีอีโอ เผย ความสำเร็จนี้เป็นแค่ก้าวแรก เรายังเปิดตัวสินเชื่อรูปแบบใหม่ B2P (Business to Person) ในชื่อ “J Loan Lite” หวังสร้างประสบการณ์การกู้เงินผ่านดิจิทัลในประเทศไทย ให้ใช้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม และฟังก์ชั่น “J Score” ระบบการพิจารณาอนุมัติการปล่อยสินเชื่อ เป็นครั้งแรกที่รวมเอา Credit Scoring ซึ่งเรียนรู้ด้วยข้อมูลมาตรฐานจากกลุ่มบริษัทเจมาร์ท และ Social Scoring ข้อมูลในโลกเทคโนโลยียุค 4.0 ผนวกกับข้อมูลพฤติกรรมตามหลักจิตวิทยา มาวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่ออนุมัติการปล่อยสินเชื่อให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC ผู้พัฒนาซอฟต์ แวร์ และแอพพลิเคชั่นทางด้านฟินเทค (Fintech) และลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) เป็นบริษัทในกลุ่มเจมาร์ท เปิดเผยว่า แผนการพัฒนาระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง JFIN DDLP (Decen tralized Digital Lending Platform) บนเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มาตรฐานโลก แล้วเสร็จและพร้อมใช้งานแล้ววันนี้ เปิดตัว 7 สิงหาคม 2562 เร็วกว่ากำหนดการเดิมที่วางไว้ในเดือนตุลาคม
พร้อมปรับโฉมพัฒนาแพลตฟอร์ม “ป๋า มาร์เก็ตเพลส” (PAH Marketplace) ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น รองรับผลิตภัณฑ์การกู้ยืมในรูปแบบฟินเทค หลากหลายประเภท ทั้งจาก JVC และพันธมิตร รวมทั้งเปิดตัวสินเชื่อรูปแบบใหม่ ในชื่อ “J Loan Lite” เป็นสินเชื่อรูปแบบ B2P หรือ Busi ness to Person โดย JVC ในฐานะผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม ร่วมมือกับ บริษัท เจ ฟินเทค จำกัด ในฐานะผู้ให้สินเชื่อ พิจารณาและอนุมัติการปล่อยสินเชื่อให้แก่บุคคลทั่วไป ผ่านระบบออนไลน์ และไม่ผ่านตัวกลาง เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวก รวดเร็ว ด้วยอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี และค่าธรรมเนียมการกู้ที่ต้องจ่ายให้แพลตฟอร์ม 30 บาท มีจุดเด่นในเรื่องความน่าเชื่อถือ โปร่งใส เป็นแพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัย เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า
สำหรับกลไกการทำงาน ระบบหลังบ้านของ “J Loan Lite” มี 4 ฟังก์ชั่นสำคัญ ได้แก่ ลำดับแรกการยืนยันตัวตนที่ได้มาตรฐาน (KYC) ลำดับต่อมา การพิจารณาวงเงินและอนุมัติสินเชื่อ ผ่านฟังก์ชั่น “J Score” ที่บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาเอง และเป็นหัวใจหลักในการนำระบบ Credit Scoring ซึ่งเรียนรู้ด้วยข้อมูลมาตรฐานจากกลุ่มบริษัทเจมาร์ท และการใช้ Social Scoring ข้อมูลในโลกอินเทอร์เน็ต ผนวกกับข้อมูลพฤติกรรมตามหลักจิตวิทยา มารวบรวมวิเคราะห์ เพื่อวัดหา “คนดี” ทำให้ภายใต้ระบบดังกล่าว มีการประเมินลูกค้าที่เข้ามาขอสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิ ภาพ
เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่นำเอา Social Scoring ผนวกกับข้อมูลพฤติกรรมตามหลักจิตวิทยา เข้ามาใช้ในการอนุมัติการขอสินเชื่ออย่างเป็นรูปธรรม จากนั้น เมื่ออนุมัติสินเชื่อผ่านตามเกณฑ์แล้ว จะทำการโอนเงินผ่านดิจิทัล (Digital Payment) และมีการเก็บข้อมูลบนเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)