การแข่งขันในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากยุคของกล้องฟิล์มเข้าสู่ยุคกล้องดิจิตอลมีพายุที่โหมตลาดหลักๆอยู่ 4 ลูกใหญ่คือ 1.กลุ่มที่มาจากการผลิตกล้องเดิมเช่น แคนนอน นิคอน 2.กลุ่มจากสินค้าในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า AV ที่กระโดดลงมาเล่นในกลุ่มนี้เช่นกัน 3.สินค้าในกลุ่ม IT ทั้งหลายก็เช่นกันมองเห็นช่องว่างและพัฒนาสินค้าในกลุ่มกล้องดิจิตอลขึ้นมา และ 4.กลุ่มจากกล้องฟิล์มเดิม ที่มีผู้เล่นสำคัญอย่าง ฟูจิฟิล์ม และโกดัก
ผู้เล่นในตลาดทั้ง 4 กลุ่มมองเห็นศักภาพตลาดรวมถึงการเติบโตที่มีมูลค่ามหาศาล ในช่วงแรกของตลาดการแข่งขันจึงดุเดิอดร้อนแรงเหมือนกับพายุลูกใหญ่ 4 ก้อนตะลุมบอนเมืองจนฝุ่นตลบ แต่เมื่อพายุเริ่มพัดผ่านไป คราวนี้ก็ได้เห็นตลาดของจริงกันสักทีว่าใครที่แข็งแกร่งยืนอยู่ได้แม้โดนพายุโหมเข้าใส่ ความชัดเจนในจุดยืนของผู้เล่นแต่ละรายก็เห็นมากขึ้น
แคนนอน นิคอน ก็ยังคงรักษาฐานในฐานะผู้นำตลาด DSLR ได้อย่างเหนียวแน่น แม้ว่าจะมีหลายค่ายพยายามกระโดดขึ้นไปเพื่อแข่งขันใน Segment นี้ ในขณะที่ฟูจิฟิล์มผู้เล่นหนึ่งเดียวที่ยังรอดอยู่ในกลุ่มที่มาจากผู้ผลิตกล้องฟิล์มซึ่งก็ได้พ่ายแพ้จากการเข้าตลาด DSLR พอควร แต่นั่นก็เป็นบทเรียนสำคัญให้ฟูจิฟิล์มแข็งแรงขึ้นด้วยการเริ่มต้นเข้าสู่ Segment มิเรอร์เลส
บวกกับตลาดมิเรอร์เลสในประเทศไทยที่เติบโตขึ้น สวนทางกับตลาดกล้องดิจิตอลใน Segment อื่นๆ ด้วยการวาง Positioning ที่ชัดเจนในเรื่องคุณภาพและดีไซด์ การนำ Know How เดิมที่เชี่ยวชาญจากตลาดกล้องฟิล์มมาใช้มาใช้กับกล้องดิจิตอลยุคใหม่ ทำให้ตอนนี้เอง กล้องมิเรอร์เลสตัวท็อปคุณภาพเทียบเท่าและใกล้เคียงกับ DSLR เลยทีเดียว
จากข้อมูลของ GFK ในปี 2559 ภาพรวมตลาดกล้องดิจิตอลอยู่ที่ 328,000 ตัว มูลค่าตลาดประมาณ 8,000 ล้านบาท รวมกล้องใน Segment คอมแพค กล้องดีเอสแอลอาร์ และกล้องมิลเลอร์เลส มีอัตราการเติบโตที่ประมาณ 6% ในแง่ของ Unit แต่คิดเป็นมูลค่าเติบโตประมาณ 29% เมื่อเทียบกับปี 2558 โดยกล้องคอมแพคลดลงอย่างมากเหลือไม่ถึง 10% ในเชิงมูลค่า ขณะที่กล้องดีเอสแอลอาร์ มีอัตราการเติบโตเพียงประมาณ 10% ในเชิงมูลค่า และสัดส่วนเหลือเพียง 31% เท่านั้น ส่วนกล้องมิลเลอร์เลส มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 68% ในเชิงมูลค่า สะท้อนให้เห็นแล้วว่าตลาดกล้องดิจิตอลกำลังขับเคลื่อนด้วยมิลเลอร์เลส
มาดูที่ฟูจิฟิล์มซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดกล้องมิลเลอร์เลสอยู่ที่ 38% ในเชิงปริมาณ และ 37% ในเชิงมูลค่าตามลำดับ และฟูจิฟิล์มยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ของตลาดรวมกล้องดิจิตอลทุกชนิดที่ 25% ในเชิงปริมาณ และ 23% แต่ด้วยการตั้งเป้าที่จะครอง Market Share ที่ 50% ทำให้ฟูจิฟิล์มต้องใช้ความพยายามในการค้นหาช่องว่างของตลาดใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น