รัฐบาลจีน กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อเปลี่ยนเซินเจิ้นเป็นฮ่องกงใหม่
การวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่และการปฏิรูป จะช่วยให้เมืองเซินเจิ้นผงาดขึ้นมาแทนที่ฮ่องกง ในฐานะศูนย์กลางการลงทุน
การเปลี่ยนเซินเจิ้น เป็นฮ่องกงใหม่นั้น รัฐบาลจีนได้กำหนดเป้าหมายที่จะเปลี่ยนเซินเจิ้นให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจระดับโลก และให้เซินเจิ้นเป็นแบบอย่างของความมั่งคั่งที่มั่นคง เมื่อเทียบกับฮ่องกงที่อยู่ใกล้เคียง
อ้างอิงข้อมูลตามเอกสารที่เผยแพร่ออกมาเมื่อวันอาทิตย์โดยคณะรัฐมนตรีของจีน ระบุว่า จะมีการออกกฎเกณฑ์ทางธุรกิจใหม่สำหรับเซินเจิ้น เพื่อให้การดำเนินการบริหารจัดการของเซินเจิ้นสอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมทั้งยังจะมีการออกกฎเกณฑ์ที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้กับการลงทุนมากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นการลงทุนและการเข้าซื้อกิจการ
ประเทศจีนตั้งเป้าดึงบริษัทข้ามชาติทั่วโลกเข้ามาสู่เขตเศรษฐกิจที่เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งนี้ ซึ่งจะทำให้ฮ่องกงต้องเสียสถานะการเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนให้กับเซินเจิ้น
การประท้วงที่ยาวนานในฮ่องกง การที่จีนสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อฮ่องกง รวมทั้งการส่งกองทหารเข้าไปประจำการในฮ่องกงแม้จะประจำการโดยสงบ แต่ก็จะก่อให้เกิดแรงกดดันทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะในเรื่องการลงทุนจากต่างประเทศแน่นอน
รัฐบาลจีนต้องการให้เซินเจิ้นทำหน้าที่เป็น "พื้นที่สาธิต" สำหรับการปกครองด้วยลัทธิสังคมนิยมของจีน ซึ่งจะรวมถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลสุขภาพ ควบคู่ไปกับระบบการศึกษาระดับโลกที่รวมถึงการฝึกอบรมการทำงานแบบ Job Training
เซินเจิ้นจะเร่งพัฒนาเครือข่ายไร้สาย 5G รวมทั้งผู้ที่มีความสามารถพิเศษจากนอกแผ่นดินใหญ่จะพบว่า เป็นเรื่องง่ายที่จะข้ามพรมแดนเข้ามาอาศัยอยู่ในเซินเจิ้น
รัฐบาลจีนได้ตั้งเป้าหมายให้ เซินเจิ้นกลายเป็น "หนึ่งในเมืองชั้นนำของโลกในด้านความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและคุณภาพการพัฒนา" ภายในปี 2025
รัฐบาลยังได้วางแนวทางการดำเนินการให้เมืองนี้กลายเป็น "รูปแบบการพัฒนาระดับชาติที่มีคุณภาพสูง" ภายในปี 2035 และเป็น "Top Cosmopolis" ของโลกในช่วงกลางศตวรรษที่ 21
ในขณะเดียวกันที่ฮ่องกง รัฐบาลของฮ่องกงกำลังออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 19.1 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (2.43 พันล้านดอลลาร์) เพื่อตีโต้ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการประท้วง มาตรการดังกล่าวที่ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้นรวมถึง การให้เงิน 2,500 ดอลลาร์ฮ่องกง ในการสนับสนุนต่อหัวสำหรับเด็กวัยเรียน รวมถึงเงินอุดหนุนค่าไฟฟ้า 2,000 ดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับแต่ละครัวเรือน รวมทั้งบริษัทต่างๆ ที่ดำเนินธุรกิจในฮ่องกง ก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีด้วย
Paul Chan รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของฮ่องกง (Hong Kong Financial Secretary) กล่าวในการอธิบายเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายว่า “ความเสี่ยงสำหรับภาวะเศรษฐกิจถดถอย (ในฮ่องกง) กำลังเพิ่มสูงขึ้น”
Cr : NIKKEI ASIAN REVIEW
Source