สิ่งที่รุมเร้าเข้ามาทั้งหมด ทำให้ อิชิตัน เองพยายามที่จะสลัดเงาของแบรนด์ที่ติดอยู่กับตัวซีอีโอของบริษัทมาตลอด เพื่อหันมาสร้างให้แบรนด์เป็นสถาบัน หรือเป็น Asset ของบริษัท มากกว่าที่จะมีภาพติดตัวไปกับซีอีโอของบริษัท เราลองมาดูกันว่าอิชิตัน ทำอย่างไรเพื่อสลัดภาพเงาดังกล่าว
1.แคมเปญโปรโมชั่น “อิชิตัน รหัสรวยเปรี้ยง ฝาเดียว 4 คัน ขับมันส์ทั้งบ้าน” ที่ยิงออกมาเมื่อหน้าร้อนในปี 2561 คือความพยายามแรก โดยในแคมเปญนั้น มีการนำดารา – พิธีกรชื่อดังอย่าง กันต์ กันตถาวร เข้ามารับบทเป็น “กันต์แมน” คู่กับ “ตันแมน” ซึ่งการเดินเรื่องของโฆษณาทั้งหมดจะผ่านกันต์ โดยมีเสี่ยตัน ยืนข้างๆ
2.การปรากฏตัวในหนังโฆษณาแทบทุกชุดของเสี่ยตัน โดยเฉพาะกับหนังโฆษณาที่เป็นแคมเปญโปรโมชั่น จะเป็นเสมือนกับการใช้ตัวเองเข้ามาสร้าง Inspiration ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแมส ซึ่งในช่วงแรก แคมเปญชิงรางวัลใหญ่นี้ อาจจะใช้ได้ผลค่อนข้างดี เพราะสามารถขยายฐานการดื่มชาเขียวให้กว้างออกไป โดยมีแรงส่งจากโปรโมชั่นเป็นตัวช่วยขยายฐาน
แต่เมื่อภาวะตลาดไม่ดีนัก แม้จะใช้โปรโมชั่นเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนก็ไม่ได้ผลเท่าไรนัก ประกอบกับ อิชิตัน พยายามที่จะสร้างให้ตลาดชาเขียวมีการเติบโตตามความเป็นจริง โดยเฉพาะกับการพูดถึงเบเนฟิตของสินค้าอย่างเรื่องสุขภาพเพื่อดึงให้คนดื่มที่สวิตชิ่งออกไปดื่มเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ให้หันกลับมาดื่มชาเขียว โดยมีการให้น้ำหนักในการทำตลาดชาเขียวพรีเมียมภายใต้แบรนด์ชิซึโอกะ ที่เป็นการร่วมมือกับเมืองชิซึโอกะ แหล่งผลิตชาชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นในการนำวัตถุดิบจากเมืองชิซึโอกะมาผลิตเป็นชาเขียวคุณภาพ
เมื่อแบรนด์เริ่มขยับมาที่เรื่องของสุขภาพ จึงต้องพยายามสลัดภาพเก่าๆ ที่ติดตัวมาจากการเป็นแบรนด์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยโปรโมชั่นในยุคคุณตัน ให้หมดไป การสื่อสารแบรนด์ในช่วงหลังจึงแทบไม่เห็นเสี่ยตันร่วมอยู่ในเฟรมของหนังโฆษณา หรือแคมเปญต่างๆ ที่ยิงออกมเฉพาะกลุ่มเท่าไรนัก อย่างหนังโฆษณาชุดล่าสุดของชาชิซึโอกะที่นำเกษตรกรผู้ปลูกชามาแสดงเอง แม้จะยึดแนวทางการสื่อสารที่มีความสนุกสนาน แต่ก็ไม่มีเสี่ยตันร่วมอยู่ในเฟรม เพราะแบรนด์ไม่ได้พูดกับแมสอีกต่อไปนั่นเอง
ชิซึโอกะ จะเป็นชาเขียวพรีเมียมที่ขายในเรื่องของคุณภาพของชา รวมถึงเบเนฟิตในเรื่องของสุขภาพ ซึ่งตลาดชาในเซ็กเม้นต์พรีเมียมนี้ จะถูกวางไว้เป็นตัวปูทางในการกลับมาสู่ตำแหน่งผู้นำในตลาดชาเขียวโดยรวมอีกครั้ง หลังจากที่โดนโออิชิทิ้งห่างมาตลอดในช่วง 2 – 3 ปีหลังมานี้
ชาเขียวพรีเมียม มีเทรนด์การเติบโตค่อนข้างดี โดยชิซึโอกะ เป็น 1 ในผู้เล่นที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดมีการเติบโตที่ดี โดยเข้าตลาดมาประมาณปีกว่า ซึ่งตลาดชาเขียวพรีเมียมของบ้านเราเติบโตขึ้นจาก 873 ล้านบาทในปี 2560 เป็น 1,141 ล้านบาท ในปีที่แล้ว ส่วนในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดมีมูลค่าสูงถึง 676 ล้านบาท คาดว่าเมื่อถึงสิ้นปี ตลาดชาเขียวพรีเมียม น่าจะมีตัวเลขเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 30%
แน่นอนว่า การเป็นผู้นำตลาดตลาดที่แบรนด์ชิซึโอกะ มีส่วนแบ่งตลาด 37% มากกว่าเบอร์ 2 คือฟูจิชะที่แชร์ 35% และอิโตเอ็น แชร์ 23% ขณะที่โออิชิ โกลด์ จะมีแชร์อยู่ที่ 4%
ในภาพรวมของตลาด อิชิตัน ยังคงเป็นเบอร์ 2 มีแชร์รวม 31.9% ส่วนเบอร์ 1 คือโออิชิ แชร์รวม 44.6% แชร์ส่วนใหญ่ยังคงมาจาชาเขียวที่เป็นเมนสตรีม ซึ่งการที่เทรนด์ของชาเขียวพรีเมียมมีการเติบโตดี อิชิตันจึงพยายามเข้าไปเกาะกับเทรนด์เพื่อใช้ตลาดพรีเมียม ปูทางมาสู่การเป็นผู้นำตลาดอีกครั้ง เพราะหากตลาดชาเขียวในบ้านเราโดนขับเคลื่อนด้วยเบเนฟิตที่แท้จริงคือเรื่องของสุขภาพ โอกาสในเรื่องดังกล่าวก็มีไม่น้อยทีเดียว
3. การเปลี่ยนรูปแบบการ Approach ใหม่ของอิชิตัน จากเดิมที่จะเน้นใช้โปรโมชั่นมาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนตลาดที่แน่นอนว่าเสี่ยตันจะเข้ามามีส่วนร่วมกับการเดินแคมเปญ จนอิชิตันมีภาพหนึ่งที่ติดมาก็คือ การขายการเสี่ยงโชค มากกว่าการขายสินค้า แต่ในช่วง 1 – 2 ปีหลังมานี้ อิชิตัน มีการปรับกลยุทธ์ด้วยการทำแคมเปญที่ Engage เข้าไปในแต่ละกลุ่ม เป็นการเซ็กเม้นต์มากขึ้น แม้จะยังคงมีการใช้โปรโมชั่น แต่ก็ไม่ได้ทุ่มบ้าเลือด โดยหันมาสร้าง Engagement กับลูกค้าแต่ละกลุ่มแทน