BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
25,632
VIEWS

กรณีศึกษา “โออิชิ” ทำอย่างไรถึงขับเคลื่อนให้ตลาดชาพร้อมดื่มโต 13%

พ.ค. 24, 2565 R.Somboon

ความน่าสนใจของตลาดชาพร้อมดื่มในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาก็คือตลาดชาพร้อมดื่มมูลค่า 11,814 ล้านบาท หรือ ประมาณ 5% ของตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ถือเป็น Category เดียวของตลาดเครื่องดื่มที่มีการเติบโตมากที่สุด โดย ข้อมูลของ AC Nielsen ระบุว่า ตลาดชาพร้อมดื่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 - มีนาคม 2565 มีอัตราการเติบโตสูงถึง 13% เมื่อเทียบกับภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์โดยรวมที่มีการเติบโตติดลบ 3.3% ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะ เซอร์ไพรส์

แน่นอนว่า การเติบโตของตลาดเกิดจากแรงขับเคลื่อนของผู้นำตลาดอย่างโออิชิที่วันนี้มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ในมือถึง 45% โดยตลอดปีที่ผ่านมา โออิชิ มีการทำกิจกรรมการตลาดรวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยการหยิบ อินไซต์ของผู้บริโภคเข้ามาเป็นแกนหลักของการทำตลาด ไล่ตั้งแต่การออกโออิชิ พลัส C ที่เป็นการออกมาในช่วงที่โควิด – 19 กำลังแพร่ระบาด และคนไทยตื่นกลัวในเรื่องนี้

หรืออย่างการออกชาพรีเมียม โออิชิ วาโคฉะ ที่ช่วยในเรื่องของการลดไขมัน รวมถึงการทำแคมเปญ “โออิชิ กรีนที x ดาบพิฆาตอสูร” ซึ่งเป็นการหยิบเอากระแสของแอนิเมะสัญชาติญี่ปุ่นที่โด่งดัง เข้ามาช่วยขับเคลื่อนตลาดชาเขียวในกลุ่มวัยรุ่น และล่าสุดกับการเปิดตัว ใหม่ “โออิชิ กรีนที ฮันนี่เลมอน น้ำตาล 0%” เมื่อช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอีกกรณีที่น่าสนใจ ไม่น้อย

โออิชิ หยิบเอาตัวชาเขียว ฮันนี่เลมอน ที่มีสัดส่วนการขายถึง 70% ของกลุ่ม Regular Tea ที่เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการ ขายมากที่สุดในพอร์ตชาเขียวของโออิชิ โดยมีสัดส่วนการขายถึง 65% มาต่อยอดเพื่อพัฒนาเป็นชาเขียวสูตรน้ำตาล 0% โดย เป้าหมายสำคัญของการออกสินค้าตัวนี้ก็คือการใช้เป็นเรือธงสำคัญในการดึงกลุ่มคนที่เคยดื่มชาเขียว และหยุดดื่มไปบ้าง เนื่องจากมีความกังวลในเรื่องของการมีน้ำตาลในชาเขียว ซึ่งกลายเป็น Pain Point ใหญ่ของพวกเขาที่ยังอยากดื่มชา แต่ติดใน เรื่องของความหวานในชาเขียว

เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกกับเราว่า โออิชิ มีการทำโฟกัส กรุ๊ป กับกลุ่มเป้าหมายนี้คือกลุ่มคนเริ่มต้นวัยทำงาน และพบอินไซต์ที่น่าสนใจก็คือผู้บริโภคมีความรู้ใน เรื่องของคุณประโยชน์ของชาเขียวดีอยู่แล้วว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร แต่ที่หยุดดื่มไปบ้างเพราะกลัวเรื่องน้ำตาล โดยมองว่า ชาเชียวเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติอร่อยอยู่แล้ว ยังอยากดื่ม และพร้อมจะกลับมาดื่ม ถ้ามีการพัฒนาสินค้าที่ไม่มี น้ำตาลออกมา แต่ยังคงรสชาติของความอร่อยเอาไว้ได้

“โออิชิ กรีนที ฮันนี่เลมอน น้ำตาล 0%” เข้ามาแจ้งเกิดเซ็กเม้นต์ใหม่ชาเขียวพร้อมดื่มน้ำตาล 0% ภายใต้แนวคิด “ดีต่อสุขภาพ รสชาติอร่อยแต่ไร้น้ำตาล” จึงถูกส่งออกมาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับฉลากทางเลือก เพื่อสุขภาพจากกระทรวงสาธารณสุข พร้อมกับดึง “ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง” นักแสดงสาวสวยสุขภาพดี ตัวแทนคน รุ่นใหม่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ปลุกกระแสการดูแลสุขภาพร่วมกับกลุ่ม KOL และศิลปินนักแสดงที่มีไลฟ์สไตล์ใส่ใจในสุขภาพ

ถือเป็นการนำเสนอในเรื่องของนวัตกรรมเกี่ยวกับตัวโปรดักต์ที่ยังไม่มีใครนำเสนอให้กับตลาด เป็นการหยิบเอา อินไซต์มาพัฒนาต่อยอด โดยยังคงเบเนฟิตสำคัญและสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการนั่นคือรสชาติเดิมๆ ของชาเขียว เลม่อน ฮันนี่ ทำให้โออิชิ กรีนที ฮันนี่เลมอน น้ำตาล 0% ได้รับการตอบรับที่ดีมากทั้งด้านยอดขายโดยมียอดการสั่งซื้อซ้ำ (Repeat Order) จากร้านสะดวกซื้อยอดนิยมเกือบเท่าตัวภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ในขณะที่ได้รับกระแสชื่นชมในช่องทางออนไลน์มากมาย ทั้งเรื่องความอร่อยสดชื่น ดีต่อสุขภาพ เพราะหวานน้อย กำลังดีด้วยสารให้ความหวานที่ได้จากธรรมชาติ จึงดื่มได้บ่อยแบบไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาล ผลิตจากยอดอ่อนใบชาคุณภาพ สูง อุดมไปด้วยประโยชน์จากคาเทชิน และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำผึ้งแท้เฮียกขะมิทสึจากประเทศญี่ปุ่น ลงตัวกับ ความเปรี้ยวของเลมอนชั้นดี ที่สำคัญมีสารคาเทชิน 9,614 มก. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิคุ้มกัน และชะลอความเสื่อมของ ร่างกาย

ว่าไปแล้ว แนวทางในการทำตลาดของโออิชิ จะออกมาคล้ายๆ กับสิ่งที่แบรนด์น้ำอัดลมของโลกอย่างโค้กและเป๊ปซี่ ทำ นั่นคือพยายามที่จะรักษาพื้นที่หรือแชร์กระเพาะของผู้บริโภคเอาไว้ให้ได้ โดยมองว่า ผู้บริโภคบางกลุ่มที่หยุด ดื่มน้ำอัดลม เพราะกลัวเรื่องน้ำตาล จะทำอย่างไรให้กลับมาดื่มน้ำอัดลมบ้างในบางโอกาส

ก่อนหน้าที่น้ำอัดลมน้ำตาล 0% จะได้รับความนิยมนั้น ทั้งคู่ใช้กลยุทธ์ในเรื่องของแพ็กเกจจิ้งเข้ามาเป็นตัวช่วย โดย ออกแพ็กเกจจิ้งที่เป็นทรงสลิมหรือ “สลีค แคน” เพื่อตอบโจทย์คนที่ต้องการดื่มน้ำอัดลมในบางโอกาส ด้วยปริมาณที่ไม่มากนัก แต่หลังจากที่น้ำอัดลมน้ำตาล 0% ได้รับความนิยมก็สามารถกลับมาแชร์กระเพาะหรือดึงคนกลุ่มนี้ได้มากขึ้น

เช่นเดียวกับโออิชิ ที่เลือกใช้แพ็กเกจจิ้งแบบเดิมๆ ของชาเขียวฮันนี่ เลม่อน กับตัวน้ำตาล 0% เพื่อสื่อให้รับรู้ว่า นอกจากการเป็นชาเขียวไม่มีน้ำตาลแล้ว ยังมีเรื่องของรสชาติเดิมๆ ที่ยังคงความอร่อยของการเป็นชาเขียว ฮันนี่ เลม่อน เอาไว้ ได้แบบ 100% โดยยังคงไซส์หลักของสินค้าอย่างตัวขวด 380 มล. ราคา 20 บาท ที่ขายในคอนวีเนียนสโตร์ หรือโมเดิร์นเทรด และขวดขนาด 350 มล. ราคา 15 บาท ที่ขายในช่องทางร้านค้าดั้งเดิม เป็นสินค้า 2 ไซส์หลัก

การทำตลาดของโออิชิ เป็นอีก 1 กรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะเป็นการทำตลาดด้วยการหยิบเอาอินไซต์ของกลุ่ม เป้าหมายแต่ละกลุ่มเข้ามาเป็นตัวตั้งในการทำตลาด โดยไม่ลืมที่จะมองเทรนด์หรือความนิยมของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มว่า ให้ความสนใจในเรื่องอะไร อย่างกรณีของการหยิบเอา “ดาบพิฆาตอสูร” เข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำตลาดนั้น เป็นการมองเห็น ถึงกระแสความนิยมที่ไม่เพียงแค่วัยรุ่น แต่ยังไปได้ทั้งครอบครัว หรืออย่างการมีความกังวลในเรื่องของน้ำตาล แต่ยังอยากที่ จะดื่มเครื่องดื่มอร่อยๆ เป็นต้น โดยปัจจุบัน กลุ่มที่เป็นเฮฟวี่ ยูสเซอร์ของโออิชิ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นวัยรุ่นที่มีความถี่ในการซื้อ เดือนละประมาณ 3 – 4 ครั้ง ส่วนกลุ่มที่ดื่มบ้างไม่ดื่มบ้างจะมีความถี่ในการซื้อประมาณเดือนละครั้ง ซึ่งหากสามารถเพิ่ม ความถี่ในการซื้อได้มากขึ้น จะมีผลต่อการสร้างการเติบโตได้นั่นเอง

ปัจจุบัน พอร์ตผลิตภัณฑ์ชาพร้อมดื่มโออิชิ กรีนที ประกอบด้วย 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่ม Regular Tea มีสัดส่วน 65% กลุ่ม Fruit Tea มีสัดส่วน 5% กลุ่ม Nata De Coco (วุ้นมะพร้าว) มีสัดส่วน 16% กลุ่ม Sparkling Tea มีสัดส่วน 12% และกลุ่ม Premium Tea มีสัดส่วน 2%

ส่วนผลการดำเนินงานของธุรกิจเครื่องดื่มของโออิชิในครึ่งปีแรกของปี 2564-2565 (วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 31 มีนาคม 2565) มีรายได้จำนวน 3,443 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18.9% จากช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563-2564 (ข้อมูลจาก บมจ.โออิชิ กรุ๊ป ณ วันที่ 31 มี.ค 2565) โดยธุรกิจเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์โออิชิยังครองอันดับ 1 ในตลาดชาพร้อมดื่มได้ อย่างยั่งยืนด้วยส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 สูงถึง 45% (ข้อมูลจาก AC Nielsen ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 - มีนาคม 2565) นอกจากนี้ ในตลาดต่างประเทศก็ยังสามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมา ผ่านกิจกรรมโปรโมชั่นที่โดนใจผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งการสร้างการรับรู้ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “โออิชิ พลัสซี” ผ่านนักแสดงวัยรุ่นจากซีรีส์สุดฮิตของประเทศลาว

ส่วนแบ่งการตลาดที่ทิ้งเบอร์ 2 อย่างอิชิตันที่แชร์เหลือประมาณ 22% กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทำให้คู่แข่งต้องมีการ ขยับตัวตามมา

แน่นอนว่า จะทำให้ตลาดชาพร้อมดื่มก้าวเข้าสู่การแข่งขันกันด้วยการตลาด และ Branding อย่างเต็มตัว แทนที่จะ แข่งกันทำโปรโมชั่นเพื่อขายหวยชาเขียวเหมือนในอดีต......

“ไททัน แคปปิตอล” รุกตลาดชาเขียว ทุ่มงบ 30 ล้าน ดัน “Tenji” โกยยอดขาย

“ชิซึโอกะ กรีนที x จิบิ มารูโกะจัง” ปล่อย 13 ฉลากใหม่จาก 5 รสชาติพร้อมกัน

จับตาเกมใหม่ “ชาเขียว” โออิชิ กรีนที เพิ่มช่องทางขายผ่านร้านเคเอฟซี

กรณีศึกษา “โออิชิ” ทำอย่างไรถึงขับเคลื่อนให้ตลาดชาพร้อมดื่มโต 13%

“โออิชิ กรีนที” จับมือ “ดาบพิฆาตอสูร” ต่อยอดความสำเร็จ เปิดตัวแพคเกจจิ้งใหม่รับซัมเมอร์

“โออิชิ กรีนที” จับมือ “ดาบพิฆาตอสูร” อนิเมะญี่ปุ่นชื่อดังระดับโลก ส่งขวดดีไซน์ใหม่สุดลิมิเต็ด

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact