กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการต่างประเทศ จัดงานประชุมเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน หรือ ASEAN Smart Cities Network : ASCN 2019 พร้อมดึง 26 สมาร์ทซิตี้นำร่องอาเซียนจาก 10 ประเทศสมาชิก อาทิ หลวงพระบาง เนปิดอว์ จาการ์ตา ยะโฮร์บาห์รู พระตะบอง บันดาร์เสรีเบกาวัน สิงคโปร์ และกรุงเทพ มหานคร ร่วมประชุมหารือแนวทางการดำเนินการและติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานพัฒนาเมืองของแต่ละเมืองนำร่องอย่างเป็นรูปธรรมประจำปี โดยงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการประชุม ASCN Annual Meeting 2019 ในรูปแบบ Roundtable Meeting ชูแนวคิด “Advancing Partnership for Sustainability” เพื่อการยกระดับสู่เมืองอัจฉริยะและร่วมพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน พร้อมจัดงาน ASEAN Smart Cities Network Conference & Exhibition 2019 กิจกรรมออกบูธนิทรรศการเมืองอัจฉริยะจากประเทศสมาชิกทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 60 ราย พร้อมการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองชั้นนำกว่า 50 คนจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ภายใต้ 4 แนวคิด City X Tech, Ultimate Driving Forces, Sustainable-By-Design และ Better City through Better Digital Governance เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาเมืองอย่างชาญฉลาด โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานเปิดงาน
ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การจัดงาน “ASEAN Smart Cities Network” ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 สำหรับการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน โดยได้จัดงานครั้งแรกไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานคือเพื่อเป็นการส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาเมืองระหว่างสมาชิก แบ่งปันความรู้ ประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการพัฒนาเมือง หารือเกี่ยวกับความคืบหน้าของแต่ละแผนปฏิบัติการ และสำรวจโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างพันธมิตรภายนอกอาเซียน รวมถึงสานต่อเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียนผ่านการประยุกต์ใช้เทค โนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลอย่างยั่งยืน พร้อมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูล ทัศนคติ และแนวทางปฏิบัติก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 หรือ ASEAN Summit ในเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่จะถึงนี้ เพื่อยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถของอาเซียนอย่างยั่งยืน” พร้อมกันนี้ รมว.ต่างประเทศ ยังได้เป็นตัวแทนรัฐบาลในการกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Advancing Partnership for Sustainability”