หัวเว่ย
แบรนด์จีนผงาดโลก
สมาร์ทโฟนจากจีนแบรนด์นี้ มีการเติบโตค่อนข้างดีในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ประสบความสำเร็จจากการทำตลาดตระกูล P8 และ P9
สิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญก็คือ การให้ความสำคัญกับการศึกษาความต้องการของผู้บริโภค ที่เมื่อได้เรียนรู้แล้วก็นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ทยอยออกสู่ตลาด ซึ่งในช่วงหลังมานี้ จะเห็นได้ถึงความเป็นแฟชั่นมากยิ่งขึ้นเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานที่กว้างขึ้นนอกเหนือไปจากลูกค้าที่ติดตามเรื่องไอที
ดีไซน์จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่หัวเว่ยให้ความสำคัญ ควบคู่ไปกับการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ ที่หัวเว่ย ต้องการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้กลายเป็นแบรนด์สินค้าแฟชั่นมากยิ่งขึ้น ผ่านการสื่อสารแบรนด์ที่ทรงพลัง โดยในตลาดโลกที่มีดารา นักแสดง นำสินค้าของหัวเว่ยไปใช้งานในมุมของแฟชั่นมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้หัวเว่ยเริ่มขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดนี้ได้มาจากการที่หัวเว่ยพยายามคิดนอกกรอบเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่ตลาดไอทีให้ก้าวขึ้นไปเหนือคู่แข่ง ไม่ใช่การตามคู่แข่งให้ทัน
สำหรับในบ้านเรา การใช้นางเอกที่เป็นคนรุ่นใหม่ อย่าง มิว นิษฐา จิรยั่งยืน เข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และได้ผลค่อนข้างดี ทำให้การรับรู้แบรนด์มีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 60% ในช่วงกลางปีที่แล้ว จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 32% ก่อนขยับมาเกือบถึง 85% ในช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการดำเนินกลยุทธ์ที่ค่อนข้างได้ผลเป็นอย่างดี
ความสำเร็จของหัวเว่ยเกิดขึ้นจาก 4 ปัจจัยหลักของบริษัท คือ
1.เป็นองค์กรที่มีซีอีโอแบบหมุนเวียนทุกๆ 6 เดือน เพื่อไม่ให้เกิดการจำกัดอำนาจในการบริหาร
2.การให้พนักงานทุกคนถือหุ้นของบริษัทคิดเป็นสัดส่วนถึง 99% จากพนักงานกว่า 1.7 แสนราย โดยเป็นชาวต่างชาติกว่า 40,000 คน ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือ การเป็นผู้นำในทุกๆ ธุรกิจ
3.การให้ความสำคัญต่องานวิจัยและพัฒนา ที่จะนำ 10% ของผลประกอบการมาใช้เพื่อให้สามารถเหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ใน 16 ศูนย์วิจัยและพัฒนา
และ 4.การที่ไม่ได้เป็นบริษัทในตลาดหุ้น ทำให้ไม่ต้องทำธุรกิจเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น แต่เป็นการทำธุรกิจเพื่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง