โธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “การอ่านมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะทางการรับรู้ของเด็กได้อย่างมหาศาล อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ในอนาคต การอ่านช่วยกระตุ้นความคิดสร้าง สรรค์และจินตนาการของเด็กได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มพูนคลังคำศัพท์ในสมองและพัฒนาทักษะการสื่อสาร ต่อยอดสู่การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และยังช่วยให้เด็กมีสมาธิที่ดีขึ้น หนังสือเล่มแรก ๆ ที่สนุกสนานและดึงดูดใจเด็ก ๆ จะมีส่วนสำคัญให้พวกเขามีนิสัยรักการอ่านเมื่อเติบโตขึ้น ยิ่งพวกเขาได้อ่านหนังสือมาก ทักษะการอ่านก็จะได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย”
“การอ่านทำให้เด็กมีความฉลาดทางสติปัญญามากขึ้นและยังช่วยให้พวกเขาได้พัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่” โธมัส กล่าวพร้อมเสริมว่า “เด็กทุกคนอ่านได้ - Every Child Can Read เป็นโครงการที่ยูนิเซฟได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ทางการศึกษาเพื่อเข้าถึงเด็กและโรงเรียนด้วยกิจกรรมการอ่านอันพัฒนาไปสู่นิสัยรักการอ่าน เราตั้งใจที่จะจัดหาหนังสือเด็กที่เหมาะสมตามช่วงอายุ หนังสือที่มีสาระน่าสนใจ รวมทั้งเอกสารการอ่านให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน และครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ มีหนังสือไม่กี่เล่มหรือไม่มีหนังสือเลย โครงการนี้ยังครอบคลุมไปถึงการจัดอบรมแก่ครู ผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน และครอบครัว เพื่อพัฒนาทักษะการสอนให้เด็กได้มีพัฒนาการทางการเรียนรู้ของเด็กได้ดียิ่งขึ้น ยูนิเซฟต้องการที่จะให้การอ่านนั้นเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาในประเทศไทย”
ภายในงาน นิชคุณ หรเวชกุล นักร้องชื่อดังในฐานะ Friend of UNICEF ได้ร่วมพูดคุยกับนักเรียนโรง เรียนห่างไกล และร่วมรณรงค์การสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัวผ่านการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านแก่เด็กรุ่นใหม่ “การที่พ่อแม่ได้อ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังหรืออ่านไปพร้อมกับลูกตั้งแต่พวกเขายังเล็กๆ นั้น ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและมีค่ามากนะครับ” นิชคุณ Friend of UNICEF เผย “ถึงแม้ในปัจจุบัน พ่อแม่จะยุ่งมากแค่ไหน แต่ผมอยากให้ลองหาเวลาอย่างน้อย 15 นาทีต่อวันอ่านหนังสือไปพร้อม ๆ กับลูกให้ได้ เพราะการอ่านหนังสือกับลูก จะช่วยวางรากฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่เด็ก ๆ อีกทั้งยังสร้างสายใยแห่งความผูกพันในครอบครัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”