BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
14,888
VIEWS

ธุรกิจบริการส่งอาหาร GrabFood โตวันโตคืน Grab เร่งผลักดันทำกำไรเพิ่ม

ก.ย. 18, 2562 P.Patikom

พฤติกรรมการสั่งอาหารให้มาส่งที่บ้านผ่านบริการ Delivery ของแอพต่างๆ รวมทั้ง GrabFood กลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันของผู้คนในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในไทยไปแล้ว

Grab บริษัทเจ้าของแอพให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสาร (Ride-Hailing) กำลังรุกหนักมากขึ้นในธุรกิจการจัดส่งอาหารที่กำลังเติบโต เพื่อผลักดันการเติบโตให้สูงขึ้น และสร้างผลกำไรในระยะยาว Kell Jay Lim ผู้ดำรงตำแหน่ง Co-chief of Staff to the CEO และ Regional Head of GrabFood กล่าวกับ CNBC "เราเห็นการเติบโตอย่างมากในธุรกิจอาหารของเรา เรามีธุรกิจจัดส่งอาหารทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว แต่ยังไม่ได้ข้ามไปยังภูมิภาคอื่น”

นักวิเคราะห์กล่าวกับ CNBC ว่า ตลาดบริการส่งอาหารที่เพิ่งตั้งไข่ในภูมิภาคนี้ มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมาก แต่ในตลาดที่ค่อนข้างอิ่มตัว เช่น สหรัฐอเมริกา และยุโรปตะวันตก มีการแข่งขันรุนแรง ทำให้ต้องมีการตัดราคาค่าบริการกันส่งผลให้ทำกำไรได้จำกัด

ธุรกิจอาหารของ Grab ได้รับมาเมื่อบริษัทได้ควบรวมกิจการของ Uber ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมถึง UberEats

ธุรกิจอาหารของ Grab เริ่มต้นในปี 2016 ในชื่อ GrabFood จากนั้นก็ขยายไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปีที่แล้ว เมื่อต้นปี 2018 บริการนี้มีใน 2 เมืองของอินโดนีเซีย แต่ปัจจุบันมีให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศอินโดนีเซียมากกว่า 200 เมือง และมีบริการในประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

บริษัทกล่าวว่า ยอดขายสินค้ารวม (Gross Merchandise Volume - GMV) ตามออร์เดอร์ที่สั่งซื้อผ่านแอพ สำหรับส่วนธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น 900% ในเดือนมิถุนายน 2019 จากฐานที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบช่วงเดียว กันของปีก่อน GMV เป็นตัวชี้วัดที่ใช้โดยทั่วไปโดยบริษัทอีคอมเมิร์ซ ใช้วัดมูลค่ายอดขายรวมของสินค้าที่ขายบนแพลตฟอร์มของพวกเขาเป็นเงินดอลลาร์

ในช่วงเวลาเดียวกันปริมาณการส่งมอบสินค้าอาหารที่สั่งซื้อผ่านแอพเพิ่มขึ้น 7 เท่า โดยรวมแล้วปัจจุบัน GrabFood มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 20% ของปริมาณ GMV ทั้งหมดของ Grab ในขณะที่เมื่อปี 2018 มีน้อยกว่า 5%

Lim อธิบายว่า "มันช่างยอดเยี่ยมที่ช่องว่างสำหรับการเติบโตยังคงมีมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการจัดส่งอาหารยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเมื่อเทียบกับตลาดอื่น เช่น จีน และสหรัฐอเมริกา”

"เรามีร้านค้ากว่า 200,000 แห่งบนแพลตฟอร์มของเราทั่วทั้งภูมิภาค เราต้องการนำเสนอร้านค้าที่ถูกต้องตรงกับความต้องการของผู้บริโภค"

ศักยภาพของบริษัทในการจัดส่งอาหาร มีการติดตามโดยมาตรการต่างๆ รวมถึงการทำกำไร, GMV, จำนวนร้านค้าทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม, จำนวนคำสั่งซื้อ, ปริมาณ, การดาวน์โหลดแอพ และสิ่งที่เรียกว่าอัตราการใช้ประโยชน์ของผู้ขับขี่ยานพาหนะ (Rider Utilization Rate) รับอาหารตามออร์เดอร์จากร้าน อาหาร และส่งอาหารถึงมือลูกค้าผู้สั่งอาหาร ซึ่งบ่งชี้ถึงจำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมดที่ผู้ขับขี่ส่งมอบได้ในหนึ่งชั่วโมง

Grab ปฏิเสธที่จะเปิดเผยบางส่วนของตัวเลขเหล่านี้ แต่ Lim กล่าวว่า "บริษัทติดตาม 'อัตราการใช้ประโยชน์ของผู้ขับขี่' อย่างใกล้ชิดมาก เพราะนั่นเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญมากในแง่ของผลกำไร”

เขากล่าวเสริมว่า "บริษัทกำลังลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่จะช่วย Grab เพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ของผู้ขับขี่ และทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น"

การจัดส่งอาหารด้วยบริการของแอพ กำลังเข้าสู่กระแสหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้การจัดส่งอาหารไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือวิธีการทำงานในระบบการจัดส่งอาหารตามออร์เดอร์จากลูกค้าทางบ้าน แต่เดิมนั้น ลูกค้าเคยโทรสั่งอาหารจากร้านอาหารโดยตรงเพื่อสั่งซื้อ แต่ตอนนี้ กระบวนการทั้งหมดนี้ดำเนินการบนแอพมือถือหรือออนไลน์ พร้อมกับทางเลือกที่หลากหลายที่ให้ประโยชน์แก่ลูกค้า

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แอพพลิเคชั่นจัดส่งอาหาร (Food Delivery Apps)ได้เข้าสู่กระแสหลักในเวลาอันสั้น มีบริษัทที่ทำแอพเรื่องนี้หลายบริษัท บริษัทเหล่านั้นดำเนินงานด้วยการเน้นในเรื่องความเร็ว ความสะดวก และทางเลือกที่หลากหลาย อ้างอิงจากคำพูดของ Chandan Joshi ผู้บริหารด้าน Global Emerging Markets for Consumer Industries แห่ง EY (Ernst & Young) ก่อนหน้านี้มีประชากรในเมืองใหญ่ทั่วทั้งภูมิภาค 10 - 20% ใช้แอพเหล่านี้ แต่ตอนนี้พวกมันถูกใช้งานโดยประชากรมากกว่า 50% ตามที่ Joshi กล่าว ซึ่งระบุว่ามีช่องว่างสำหรับการเติบโตในตลาดนี้มากขึ้น

"เราจะเห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารมีอัตรากำไรที่ดีกว่ารถยนต์ร่วมโดยสาร และเราเชื่อว่าธุรกิจอาหารกำลังจะผลักดันการเติบโตของเรา และทำให้เราสามารถทำกำไรได้ในระยะยาว" Kell Jay Lim ผู้บริหารประจำภูมิภาค, GrabFood กล่าว

"การมีร้านอาหารหลายแห่งบนแพลตฟอร์ม การวิเคราะห์ข้อมูล และใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) แนะนำร้านอาหารที่ถูกกับรสนิยมเฉพาะบุคคลในตลาดที่แตกต่างกัน ถือเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญสำหรับ Grab จากพฤติกรรมการสั่งซื้ออาหารของคุณ เราจะแสดงร้านอาหารที่ถูกต้องตรงกับความต้องการของคุณ” Lim กล่าว

เขากล่าวเสริมว่า  “เรามีร้านอาหารกว่า 200,000 ร้านบนแพลตฟอร์มของเราทั่วทั้งภูมิภาค เราต้องการแสดงร้านอาหารที่ถูกต้องตรงกับความต้องการของลูกค้าผู้ใช้บริการ”

Grab ปฏิเสธที่จะเปิดเผยจำนวนรวมของคำสั่งซื้ออาหารในแอพ แต่บริษัทดังกล่าวดำเนินการตามคำสั่งซื้อประมาณ 300,000 คำสั่งต่อวันในเวียดนาม และประมาณ 4 ล้านคำสั่งซื้อในประเทศไทย ระหว่างเดือนมกราคมและเมษายนของปี 2019 นี้

Grab มีคู่แข่งสำคัญรายหนึ่งคือ Gojek สตาร์ทอัพแอพรถยนต์ร่วมโดยสารสายเลือดอินโดนีเซีย ทำธุรกิจแข่งขันกับ Grab ทั้งในเรื่องรถยนต์ร่วมโดยสาร (Ride-Hailing), การจัดส่งอาหาร และการชำระเงิน 

Gojek บอกกับ CNBC ว่า ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาขนาดของธุรกิจจัดส่งอาหารตามคำสั่งซื้อทั่วทั้งภูมิภาคเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า บริษัทอ้างว่า “ได้ให้บริการมากกว่า 50 ล้านคำสั่งต่อเดือน” จากร้านอาหารกว่า 400,000 แห่งในสามประเทศ

ธนาคารเพื่อการลงทุนของสวิส UBS คาดการณ์ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้วว่า ตลาดการจัดส่งอาหารออนไลน์ทั่วโลก สามารถเติบโตได้มากกว่า 10 เท่าในทศวรรษหน้า - จาก 35 พันล้านดอลลาร์ในปี 2018 เป็นประมาณ 365 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 รายงานระบุว่า การทำอาหารทานเองที่บ้านจะถูกทดแทนโดยการ Delivery จัดส่งอาหารจากร้านอาหาร

คู่แข่งของ GrabFood ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี Gojek, Foodpanda และ Deliveroo ซึ่งสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสหรัฐ คู่แข่งในการแข่งขันจะแตกต่างกันไปในแต่ละตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น อินโดนีเซียเป็นสนามรบขนาดใหญ่ของ Grab และ Gojek

กลยุทธ์ในธุรกิจจัดส่งอาหารตามออร์เดอร์ในปัจจุบัน เน้น Localization Strategies ในการช่วยให้บริษัทต่างๆ ครองตลาดแต่ละแห่ง เช่น มีการจัดรายการโปรโมชั่นในราคามีส่วนลดพิเศษตามช่วงเวลาและเมนูอาหารที่กำหนด ในไทยก็มีเช่นกัน แอพบริการจัดส่งอาหารหลายรายรวมทั้ง GrabFood ก็มีการใช้กลยุทธ์นี้ และยังมีแนวคิดของครัวแบบคลาวด์ (Cloud Kitchens) หรือห้องครัวแบบใช้พื้นที่ร่วมกัน ที่บริษัทที่ให้บริการจัดส่งอาหารกำหนดขึ้น ซึ่งร้านอาหารสามารถเช่าพื้นที่เพิ่มเติมในราคาที่ค่อนข้างต่ำในหนึ่งห้อง ครัวคลาวด์ เพื่อเติมเต็มคำสั่งซื้อที่ได้รับผ่านแอพ Delivery ในส่วนของ Grab ปัจจุบันมีห้องครัวคลาวด์ 10 แห่งในอินโดนีเซีย และมีแผนที่จะสร้างเพิ่มเติมในประเทศและทั่วทั้งภูมิภาคภายในสิ้นปีนี้

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรจำนวนมากกว่า 600 ล้านคน และชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตนั้นมีวิถีชีวิตอยู่กับออนไลน์

การใช้จ่ายเงินกับธุรกิจค้าปลีกโดยรวมในภูมิภาคนี้อยู่ที่ประมาณ 600,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าครึ่ง หรือ 350 พันล้านดอลลาร์นั้น ถูกใช้ในร้านขายของชำและร้านอาหาร อ้างอิงจากจากข้อมูลของ Florian Hoppe, ผู้บริหารร่วม Bain & Company’s Digital Practice in Asia Pacific

ภาพประกอบ ผู้ขับขี่บริการส่งอาหารตามออร์เดอร์ GrabFood เข้าแถวส่งเพื่อคำสั่งซื้ออาหารที่ร้าน Pisang Goreng Bu Nanik ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ภาพโดย Dimas Ardian | Bloomberg |  Getty Images

Cr : CNBC

 

Source

 

เปิดตัว “FoodPaying” แอพพลิเคชั่นฟู้ดเดลิเวอรี่ใหม่ของคนไทยเพื่อคนไทย

เอ็มจี เปิดตัว “MG Thailand” แอพพลิเคชั่นด้านรถยนต์ที่เหนือกว่า ด้วยฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

Robinhood และ Accenture จับมือ Entravision Mediadonuts เปิดเส้นทางใหม่ให้นักการตลาดเข้าถึงผู้บริโภคผ

LINE เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Facebook Integration บน MyCustomer เพิ่มความแม่นยำสู่การตลาดแบบ Personalized

iQIYI(อ้ายฉีอี้)- AIS 5G มอบสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้า AIS ด้วยแพ็กเกจ VIP สุดคุ้มเดือนแรกเพียง 35 บ.

ส่องมุมมองสองคนขับ “แกร็บวัยเก๋า” กับชีวิตที่ไม่หยุดเรียนรู้ เพื่อค้นพบคุณค่าในตัวเอง

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact