โดยเทรนด์ต่าง ๆ ประกอบไปด้วย
• ยานพาหนะในรูปแบบของแหล่งพลังงานเคลื่อนที่: ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นได้มากกว่ายานพาหนะเพียงเพื่อการสัญจร แต่ยังสามารถจ่ายไฟให้กับบ้าน หรือคืนกลับไปในระบบกริดพลังงาน
• มนุษย์ยังคงต้องเป็นศูนย์กลางในการขับขี่และสามารถเชื่อมโยงเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างไร้รอยต่อ:การพัฒนายานยนต์แห่งโลกอนาคต ต้องทำให้ผู้คนเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยี “เราไม่ได้สร้างเทคโนโลยีเพื่อแทนที่ผู้คน แต่เราสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น พร้อมเปลี่ยนแปลงวิถีการขับขี่ให้กับเมืองของเรา” ราเมช กล่าว
• เทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งโลกอนาคต:ระหว่างการบรรยาย ราเมช ได้เผยให้เห็นถึง เทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง เทคโนโลยี Invisible-to-Visible (I2V) ที่ผสานรวมโลกความเป็นจริงและโลกเสมือนจริงเข้าไว้ด้วยกัน และอีกหนึ่งไฮไลท์ของนิสสันอย่าง เทคโนโลยี Brain-to-Vehicle (B2V) ที่นำคลื่นสมองของผู้ขับมาวิเคราะห์ด้วยระบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ประสบการณ์ของของผู้ขับขี่เป็นไปอย่างไร้รอยต่อมากขึ้น
ภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้มนุษย์เป็นศูนย์กลาง นิสสันจึงออกแบบยานยนต์แห่งโลกอนาคตที่สามารถตอบสนองความต้องการที่ไมหยุดนิ่งของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคตทั้งในประเทศไทยและทั่วทุกมุมโลก
“ที่นิสสัน เรามุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งโดยเราไม่เพียงแต่คาดการณ์เทรนด์ของเทคโนโลยีในอนาคต แต่เราคือผู้กำหนดทิศทางอย่างแท้จริง โดยเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งนิสสัน อินเทลลิเจ้นท์ โมบิลิตี้ เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ในอนาคต ที่พร้อมเปลี่ยนวิถีการขับเคลื่อนยานยนต์ วิถีในการขับขี่ รวมถึงการบูรณาการเข้ากับสังคม” ราเมช กล่าวสรุป