BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
6,143
VIEWS

Big Synergy เมื่อ SEAC ผนึกพลังสแตนฟอร์ด ทำวิจัยสี่มิติตอบโจทย์ยุค 4.0 ผลักดันไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

ก.ย. 23, 2562

SEAC ผนึกพลัง มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด พร้อมด้วยองค์กรระดับแถวหน้าของประเทศไทยอย่าง AIS, AP Thailand, KBank และล่าสุด TU (Thai Union Group) เดินหน้าเปิดโครงการการทำวิจัยระดับโลก The Stanford Thailand Research Consortium เพื่อยกระดับศักยภาพคนไทย และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลกของบริษัทไทย

จากบทสรุปของ World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2562 ประเมินสถานการณ์ตลาดแรงงานโลกในอีก 4 ปีข้างหน้า จะมีงานกว่า 75 ล้านตำแหน่งหายไป และจะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ เกิดขึ้นถึง 113 ล้านตำแหน่ง นับเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้ทรัพยากรมนุษย์ปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก

เนื่องจาก “คน” ในตลาดแรงงานส่วนใหญ่ยังคงทำงานในกลุ่มเกษตรกรรม และถ้าต้องการก้าวให้ทันตามกระแสเศรษฐกิจโลก กลุ่มประเทศเหล่านี้จำเป็นต้องปรับตัวจากธุรกิจเกษตรกรรมไปสู่ธุรกิจบริการ หรือนำเทคโนโลยีมาเพิ่มผลผลิต และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ (Productivity) ให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ “คน” มากกว่า 28 ล้านคน ใน 10 ประเทศ สูญเสียตำแหน่งงานเดิมภายใน 10 ปี ข้างหน้านี้

 

เตรียมพร้อมประเทศไทย

เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย องค์กรชั้นนำต่างร่วมมือกันทำการศึกษา และวิจัย เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาทรัพยากรคน และองค์กร รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถทางธุรกิจเพื่อแข่งขันบนเวทีโลก

อริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน หรือ SEAC กล่าวว่า จากการที่ SEAC ทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำของประเทศไทยมาโดยตลอด จึงพบว่า สิ่งที่บริษัทหลายแห่งมักพูดถึงเสมอในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา คือ ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้บริบทประเทศไทยเปลี่ยน ไปจากเดิม เนื่องจากเป็นยุคสมัยของ Disruption ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการ รวมถึงประเทศไทยยังสามารถที่จะเป็นประเทศชั้นนำ และองค์กรต่างๆ ยังคงอยู่รอดได้

“วันนี้ตำราเดิมๆ ไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานในวันนี้ได้เลย เพราะสิ่งที่ถูกเขียนขึ้นมา มาจากข้อมูลในอดีต  เราจึงเริ่มมองหางานวิจัยใหม่ๆ ว่าจะสามารถนำมาปรับใช้อย่างไรได้บ้าง ซึ่งงานวิจัยที่พบก็ไม่สามารถนำมาใช้ให้เกิดผลกับบริษัทของไทยได้ เราจึงมองหาว่า ใครจะสามารถทำวิจัยระดับโลกได้ และได้พบว่า มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งทางSEAC ได้ทำงานด้วยอยู่ตลอด ไม่ได้เน้นแค่การสอนหนังสือ แต่เป็น Research and Teaching University ที่เขาก็ไม่เชื่อว่า องค์ความรู้เดิมที่อาจารย์เคยสอนต่อๆ กันมาจะใช้ได้ตลอดไป แต่สิ่งสำคัญ คือ จะทำอย่างไรให้ “ความรู้ใหม่” เกิดขึ้นมา เราจึงเลือกมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดมาทำวิจัยให้ โดยเป็นงานวิจัยเพื่อตอบบริบทของไทย และให้องค์กรไทยนำวิจัยนี้ไปใช้ได้ กระทั่งเกิดเป็น The Stanford Thailand Research Consortium ขึ้นมาในวันนี้”

The Stanford Thailand Research Consortium คือ การรวมกลุ่มทำวิจัยระดับโลกที่เจาะลึกเต็มรูปแบบแห่งแรกของประเทศไทย เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญขององค์กรที่เล็งเห็นถึงโอกาสในการยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในอนาคต ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS, บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBank และบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU

โดยใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ร่วมสนับสนุนงานวิจัยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และมี เอสอีเอซี (SEAC) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน เป็นผู้ดูแล และสนับสนุนการดำเนินการหัวข้อวิจัย

The Stanford Thailand Research Consortium เป็นรูปแบบของการมาร่วมกันมองภาพว่า องค์กรชั้นนำของประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างไรบ้าง และวันนี้แต่ละองค์กรอยากหาคำตอบอย่างไร โดย SEAC จะเป็นตัวกลางระหว่างสมาชิก Consortium กับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เพื่อพิจารณาว่า แต่ละบริษัทควรจะมีหัวข้ออะไรบ้างในการทำวิจัย โดยมุ่งเน้นให้บริษัทที่ร่วมโครงการนี้ ได้พบคำตอบกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันที่ไม่เหมือนเดิม และมองถึงบริบทของประเทศชาติ เพื่อช่วยกันผลักดันประเทศให้สามารถแข่งขันต่อไปได้ในยุคนี้

“The Stanford Thailand Research Consortium จึงเป็นการทำวิจัยที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในบริบทของแต่ละบริษัท เพื่อช่วยในการหาคำตอบสำหรับยุคนี้ที่เป็นการแข่งขันในอีกรูปแบบหนึ่ง และ Consortium นี้ยังมีบทบาทสำคัญในการเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศได้อีกด้วย”

 

สู่ “ความท้าทายใหม่”

ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เล็งเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก จึงได้เร่งคิดค้นกลวิธีเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาดังกล่าว จนพบว่านวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรต่างๆ ในแต่ละประเทศให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุค Disruption ได้อย่างทันท่วงที

พอล มาร์คา ผู้บริหารระดับสูง Stanford Center for Professional Development (SCPD) มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า จากการเฝ้าสังเกตสถานการณ์โลกมาอย่างยาวนาน ทำให้เห็นข้อเท็จจริงว่า ประเทศที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั้นส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีการทำวิจัยอย่างเจาะลึก เป็นจำนวนหลายหมื่นวิจัยต่อปี เพื่อวิเคราะห์ถึงต้นตอของปัญหาที่องค์กรกำลังเผชิญ หรือการคิดค้น และเร่งพัฒนาองค์กรสู่ “ความท้าทายใหม่” (Challenges) ที่กำลังเข้ามา จนเกิดเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ ประสิทธิภาพสูง พร้อมประสิทธิผลที่เป็นรูปธรรม ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว

 “สำหรับประเทศไทย เรามองเห็นถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนา และยกระดับศักยภาพของคนไทย รวมไปถึงขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรไทย ล่าสุดเราได้เข้ามาเริ่มดำเนินการเพื่อศึกษาระบบต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และธรรมชาติวิทยา เป็นต้น โดยได้รับความดูแล และสนับสนุนจาก SEAC เป็นเสมือนผู้แทนและศูนย์กลางในการเชื่อมต่อความสัมพันธ์กับหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ ในประเทศไทย”

The Stanford Thailand Research Consortium จึงเป็นการผนึกกำลังขององค์กรชั้นนำของประเทศไทยเข้าด้วยกัน โดยมีอุดมการณ์ และความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะผลักดันประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยน และก้าวไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยความเฉลียวฉลาด โดยทาง Consortium จะคัดเลือกสมาชิกที่มีความตระหนักถึงประเด็นทางด้านปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่ต้องการการจัดการ ซึ่งเป็นความท้าทายที่งานวิจัยอันทรงคุณค่าของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดสามารถช่วยเข้าไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้

ในส่วนของสมาชิก Consortium จะได้รับการจัดสรรให้เข้าร่วมการจัดการปัญหาในระดับที่เหมาะสมกับตนเอง สมาชิกมีระยะเวลาการเข้าร่วม 5 ปี โดยเป้าประสงค์ของ The Stanford Thailand Research Consortium เพื่อกระตุ้นและผลักดันการพัฒนาของประเทศไทยด้านการลงทุนในงานวิจัยต่างๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อประชากรในประเทศ ต่อเศรษฐกิจของประเทศ และต่ออนาคตของประเทศอย่างมีกลยุทธ์

การดำเนินงานของ The Stanford Thailand Research Consortium จะโฟกัสไปที่ 4 เรื่องสำคัญ เพื่อเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศไทย และสื่อถึงจิตวิญญาณของประเทศที่พร้อมจะก้าวไปสู่การพัฒนาอีกระดับ ได้แก่ 1) การยกระดับความสามารถของคนไทยให้เท่าทันโลก 2) การนำเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจไทย 3) การเสริมสร้างมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนไทยให้สูงขึ้นอย่างยั่งยืน 4) การส่งเสริมการพัฒนาสังคมเมืองที่คิดถึงสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน

“เป้าหมายระยะยาวของ Consortium แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ “Doing Good” หมายถึง เป้าหมายที่เน้นศักยภาพความก้าวหน้าของประเทศ และ “Doing Well” ที่เน้นด้านความสนใจของสมาชิกเพื่อพัฒนาความสามารถของบริษัท โดยมีโจทย์สำคัญที่มุ่งมั่นศึกษา และวิจัยในสี่มิติองค์ความรู้เพื่ออนาคต คือ 1) ยกระดับความสามารถคนไทยให้เท่าทันโลก 2) นำเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจไทย 3) เสริมสร้างมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนไทยให้สูงขึ้นอย่างยั่งยืน และ 4) ส่งเสริมการพัฒนาสังคมเมืองที่คิดถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน”

The Power of Synergy

การก่อตั้ง The Stanford Thailand Research Consortium เป็นความร่วมมือและความตั้งใจในการทำงานของคณาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญทั่วมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดกว่า 20 ท่าน จากหลากหลายคณะวิชา อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ การแพทย์ การศึกษา ธุรกิจ และภูมิศาสตร์ ภายใต้การดำเนินงานของ Stanford Center for Professional Development (SCPD) ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

ขณะที่ SEAC ก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่มุ่งมั่นอยากให้คนไทยสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านนระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้าง learning mindset อันนำมาซึ่งโอกาส และทักษะชีวิตใหม่ๆ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถใช้ต่อกรกับความเปลี่ยนแปลงของโลกท่ามกลางกระแส Disruption ได้เป็นอย่างดี ซึ่ง The Stanford Thailand Research Consortium นี้ก็ตอบวิทัยทัศน์องค์กรได้ตรงจุด สร้างการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระดับผู้บริหารองค์กรลงมาถึงส่วนคนทำงาน

โดยหน้าที่หลักของ SEAC ในการวิจัย The Stanford Thailand Consortium ครั้งนี้มีอยู่ 3 ส่วนสำคัญ คือ

หนึ่ง การทำความเข้าใจว่า บริษัทใดที่ควรจะเข้าไปคุยและเชิญมามีส่วนรวมใน Consortium โดยมุ่งเน้นบริษัทที่ต้องการทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ และต้องการที่จะพัฒนาบริษัทตัวเอง เพื่อเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปในทางที่ดีขึ้น

สอง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “บริบท” (Context) ของบริษัทนั้นๆ โดยพิจารณาถึงความต้องการในการที่จะช่วยประเทศไทย รวมถึงการยกระดับบริษัทของตนเองเพื่อให้แข่งขันได้ในสากล เพื่อที่ SEAC จะได้สรุปเรื่องราวต่างๆ แล้วส่งให้กลับทีมงานของ Stanford University ที่จะสามารถออกแบบในเรื่องของหัวข้อวิจัยที่จะตอบโจทย์ได้

สาม การทำงานร่วมกับ AIS, AP Thailand และ KBank และสมาชิกใหม่ คือ Thai Union โดย SEAC จะต้องทำความเข้าใจว่า แต่ละบริษัทกำลังมีบริบทใดๆ เพื่อนำเอาข้อมูลจริงๆ ส่งผ่านไปทาง Stanford University และทีมอาจารย์ ที่จะตอบโจทย์ได้อย่างเต็มที่กับการทำวิจัยที่ไม่ใช่ภาพกว้าง แต่เป็นวิจัยที่เจาะลึกเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ

อริญญา กล่าวเสริมว่า SEAC เป็นเหมือนสะพานเชื่อมสำคัญระหว่างองค์กร และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดสู่ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศชาติในภายภาคหน้า SEAC ยังเห็นถึงความสำคัญของการทำวิจัยในระดับประเทศ เพราะจากข้อมูลสถิติทั่วโลก พบว่าประเทศที่ลงทุน และให้ความสำคัญเรื่องการทำวิจัยมากเท่าไหร่ จะส่งผลโดยตรงต่อจีดีพีในประเทศสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“เราจึงอยากทำให้ The Stanford Thailand Research Consortium เกิดขึ้นมาในประเทศไทย โดยผลักดันการทำวิจัยทั้งในส่วนที่เป็นการพัฒนาความสามารถขององค์กร และเพิ่มศักยภาพของคนไทย และประเทศไทยในระยะยาวเพื่อสร้างการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน”

 

Consortium เพื่ออนาคต

จุดเริ่มต้นของ Consortium ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากคำถามที่ว่า …

“จะเป็นอย่างไรถ้ามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในประเทศไทย?”

มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด จึงได้เริ่มร่วมมือกับ เอพี ไทยแลนด์ ในการทำงานวิจัย ก่อนจะขยายผลแห่งความ สำเร็จออกไปสู่การร่วมมือกับบริษัท AIS และ KBank พร้อมจัดตั้ง The Stanford Thailand Research Consortium ขึ้นมา โดยล่าสุด Thai Union ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรแถวหน้าที่เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Consortium

อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ เอพี ไทยแลนด์ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อน เพื่อยกระดับศักยภาพประเทศไทย กับการก่อตั้ง The Stanford Thailand Research Consortium ซึ่งเป็นการทำวิจัยระดับโลกครั้งแรกของไทย ในการนำความรู้ ความสามารถ ตลอดจนทรัพยากรต่างๆ ที่มีมาช่วยพัฒนาศักยภาพประเทศไทยในหลากหลายมิติ ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้นมากมาย

“คุณภาพของ “คน” คือ ประเด็นสำคัญที่โลกธุรกิจกำลังเผชิญอยู่ ดังนั้น ประเด็นเรื่อง การยกระดับความ สามารถของคนไทยให้เท่าทันโลกนี้เองจะเป็นหัวข้อหนึ่งในงานวิจัยที่ทาง The Stanford Thailand Research Consortium จะหยิบขึ้นมาทำการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยเจาะลึกอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืนสำหรับประเทศของเรา

ผมเชื่อว่า การจัดตั้ง The Stanford Thailand Research Consortium ที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากสมาชิกในปัจจุบัน และอนาคต รวมถึงองค์ความรู้ที่ประเทศไทยจะได้รับจากศาสตราจารย์ และผู้เชี่ยวชาญระดับโลกของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาศักยภาพคนไทย ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นำประเทศก้าวเดินไปสู่มาตรฐานใหม่ให้เท่าทันกับบริบทของโลกธุรกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป”

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) แสดงทัศนะไว้ว่า วันนี้ คำว่า Digital Disruption ไม่ใช่เพียงกระแสที่พัดเข้ามาแล้วจากไป แต่เอไอเอส เชื่อว่า สิ่งที่ท้าทายมากไปกว่าการปรับตัวให้ทันกระแสโลกยุคดิจิทัล คือ การเตรียมพร้อมให้คนไทยมีความเข้าใจ ตื่นตัว และเสริมสร้างองค์ความรู้ ตลอดจนเกิดเป็นความสามารถใหม่ (New Ability) ที่จะสามารถต่อยอดทำสิ่งใหม่ๆ โดยมีพื้นฐานจากความคิดสร้างสรรค์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เพื่อก่อให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่เป็นประ โยชน์ต่อสังคมไทยในวงกว้าง โดยการเตรียมความพร้อมในประเทศไทยมีมิติที่หลากหลายในการพัฒนา

“เอไอเอสในฐานะภาคเอกชน และการเป็นคนดีของสังคมไทย มิได้ละเลยในการเร่งเป็นส่วนสำคัญของการรับมือกับกระแส Disruption ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงคน และสังคมอยู่ตลอดเวลา โดยเราเชื่อมั่นว่าการเติบโตแต่เพียงผู้เดียว มิใช่การเติบโตอย่างแท้จริง และยั่งยืน พร้อมทั้งเชื่อมั่นในการสร้างสังคมเพื่อเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งการเข้าร่วมศึกษาวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และ SEAC ในครั้งนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยยกระดับองค์ความรู้ของคนไทยได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตลอดจนช่วยยกระดับสังคม และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวต่อไป”

 

ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ธนาคารกสิกรไทย มุ่งมั่นที่จะช่วยแก้ไขปัญหา และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย โดยเน้นสร้างความร่วมมือกับภาครัฐ และประชาสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการรักษ์ป่าน่าน โดยร่วมขับเคลื่อนโครงการ Nan Sandbox เพื่อปฏิรูป และหาวิธีแก้ปัญหาความถดถอยของทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นการพัฒนาเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหากับจังหวัดอื่นๆ ในอนาคต

“The Stanford Thailand Research Consortium จะเป็นการทำวิจัยเพื่อยกระดับการแก้ปัญหาของประเทศไทยให้ตระหนัก และเข้าใจมากขึ้น ด้วย DNA ของ Stanford ที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องการพัฒนาผู้นำให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้าง DNA ให้ทีมงาน และผู้นำในทุกภาคส่วน เพื่อพร้อมผลักดันให้สังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนต่อไป และผลลัพธ์จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศทั้งในเรื่องของ Doing Good และ Doing Well”

อริญญา ย้ำว่า ปัจจุบัน งานวิจัยมากมายได้เริ่มแล้ว และครอบคลุมในประเด็นต่างๆ ตั้งแต่การลดขยะในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอาหารไปจนถึงการสร้างศักยภาพของคนทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรในอนาคต หลายโครงการได้รับแรงบันดาลใจจากวิสัยทัศน์ Thailand 4.0 ในการยกระดับคุณค่าของมนุษย์ เพิ่มความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ยกระดับความเป็นอยู่ของสังคมให้ดียิ่งขึ้น และส่งเสริมการปกป้องสิ่งแวดล้อม

“วันนี้เรารู้ว่า ยังมีคำตอบที่ยังไม่รู้อีกมากที่จะมาช่วยยกระดับประเทศ เพื่อการแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิม คำตอบสุดท้ายก็คือเราอยากเห็นทีมสแตนฟอร์ดเข้ามาช่วยแก้ไขในหลายๆ เรื่องที่ประเทศไทยกำลังเจอ และบริษัทส่วนใหญ่กำลังเจอ และเราก็ได้คำตอบแล้วว่า เราจะทำให้องค์กร หรือประเทศเติบโตในยุค Disruption ได้อย่างไร ซึ่งเราต้องมี Tool ใหม่ มีวิธีการแบบใหม่ นั่นคือสิ่งที่เรากำลังผลักดันให้เกิดขึ้น” อริญญา กล่าว 

 

ถอดบทเรียน 3 ผู้บริหารไทย ที่ “กล้าขบถ ขนบเดิม” ต่อจิ๊กซอว์ความรู้สู่การปรับใช้จริง จากหลักสูตร Leading in a Disruptive World จาก SEAC

ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ากลยุทธ์ Seachange® เข้มข้น ประกาศดันจัดหาปลาทูน่าแบบยั่งยืนในวันทูน่าโลก

SEAC จัดเวิร์คช็อปโครงการ IWA เติมพลังผู้หญิงทำงาน ดึง ริก้า-ดีล่า และ ปืน-สธน อัพสกิลทักษะด้านบุคลิกภาพให้กับผู้หญิงให้เป๊ะปังในแบบฉบับของตัวเอง

SEAC ชวน 3 ศิลปินสุดป็อปแห่งโลกโซเชียล “SOMMARKZ”, “Tum Ulit” และ “Katanyu” จับเข่าคุย “รักตัวเอง” คือรักแบบไหน แล้วรักไปทำไม?

จัดเวิร์คช็อปเอ็กซ์คลูซีฟ IWA by SEAC สัปดาห์ที่ 2 ผนึก “คริส หอวัง” และ “ชัย ปิลันธน์” ร่วมแชร์เคล็ด (ไม่) ลับ

YourNextU School of Life ศูนย์รวมวิชาชีวิต ทำไมคนเราต้องมี Soft skills

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact