“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดธุรกิจความงามมีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้น เนื่องจากตอนนี้คนไทยมีพฤติ กรรมที่หันมาเพิ่มขั้นตอนการดูแลผิวหน้ามากขึ้นนั่นก็คือ การมาส์กหน้าจะเห็นได้ว่ามีแบรนด์ใหญ่ๆ กระโดดเข้ามาใน Category นี้มากขึ้น ทำให้แผ่นมาส์กหน้าที่มีสารบำรุงเข้มข้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกได้ที่รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ยอดขายมาส์กจะเติบโตได้ค่อนข้างดี แต่ยังมีปริมาณการใช้ของผู้บริโภคคนไทยในอัตราที่น้อยอยู่ เมื่อเทียบกับผู้ใช้ในต่างประเทศที่ใช้ทุกวัน ทำให้ยังมีช่องว่างทางการตลาดให้เติบโตได้อีกมาก”
ทั้งนี้ คาดว่าภายหลังการเปิดตัว “BANOBAGI JELLY MASK” ทั้ง 3 สูตรใหม่ จะสามารถสร้างยอดขายเพิ่มไม่น้อยกว่า 3 ล้านชิ้น ภายใน 1 ปี และจะทำให้ในปีนี้บริษัทมียอดขายจากสินค้าทุก Category จากทุกแบรนด์ ทั้ง Mask และ Non-Mask (เซรั่ม และครีม) รวมกว่า 80 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อน 25% โดยในปีหน้าตั้งเป้ายอดขาย 120 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับโรงพยา บาลบาโนบากิ เพื่อสร้างนวัตกรรมความงามตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคต่อไป
ด้าน คุณหมอบันแจยง (Dr. Ban Jae Yong) ซีอีโอ บาโนบากิ คอสเมติก (เกาหลี) กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันเทรนด์ความงามของเกาหลีจะนิยมมาส์กหน้าทุกวัน โดยเน้นนวัตกรรมมาส์กหน้ารูปแบบใหม่ที่ให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการทำทรีทเม้นท์ที่คลินิค เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงขั้นสุดในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งโรงพยาบาลบาโนบากิ คือโรงพยาบาลศัลยกรรมและความงามอันดับหนึ่งของเกาหลี เราจึงตั้งใจส่งมอบนวัตกรรมความงามเพื่อผู้บริโภคคนไทยโดยเฉพาะ การันตีคุณภาพ “BANOBAGI JELLY MASK” ด้วยยอดขาย 30 ล้านชิ้นทั่วโลก