ถอดกรณีศึกษา “สปอนเซอร์”
ผู้นำต้องให้ตลาดเติบโต
หน้าที่หนึ่งของผู้นำตลาดก็คือต้องทำหน้าที่ในการ Penetrate หรือขยายฐานให้ตลาดที่ทำอยู่มีการเติบโตเพิ่มขึ้น อาจจะทำได้ทั้งการขยายในแง่ของ User หรือการเพิ่มฐานคนใช้ใหม่ๆ และการขยายในแง่ของ Usage ที่เป็นการเพิ่มความถี่ในการใช้ให้มีมากขึ้น ซึ่งหน้าที่ในการขยายฐานของตลาดจะเป็นหน้าที่ของผู้นำตลาดโดยตรง ขณะที่ผู้ท้าชิง จะใช้กลยุทธ์อีกรูปแบบหนึ่งก็คือการเจาะ “Niche” หรือสร้าง “Niche” ของตัวเองขึ้นมาเพื่อฉีกหนีร่มเงาของผู้นำที่ทอดบังตลาดอยู่
กรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลยุทธ์ในรูปแบบที่ว่านี้ก็คือ การทำตลาดสปอร์ตดริงค์ของสปอนเซอร์จากค่าย TCP ที่ครองความเป็นผู้นำในตลาดนี้มาอย่างยาวนานด้วยส่วนแบ่งตลาดถึงกว่า 90% จากมูลค่าของตลาดเครื่องดื่มสปอร์ตดริงค์ที่มีประมาณ 5,500 ล้านบาท
แม้ตลาดนี้จะมีการเติบโตถึง 15% ตามไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่ใส่ใจเรื่องของการออกกำลังกายมากขึ้น ขณะเดียวกัน สปอนเซอร์ก็มีการเติบโตของยอดขายสูงถึง 17% แต่หากดูที่ Pain Point ของตลาดสปอร์ตดริงค์แล้วจะพบว่า เบเนฟิตของเครื่องดื่มตัวนี้จะอยู่ที่เรื่องของการรีเฟรช ที่มาจากการสูญเสียเหงื่อ
ขณะที่ด้วยข้อจำกัดที่ต้องมีการสื่อสารกับผู้บริโภคถึงข้อห้ามของการห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด และดื่มสำหรับผู้สูญเสียเหงื่อ และเกลือแร่ ทำให้สปอร์ตดริงค์ไม่สามารถเข้าไปแชร์พื้นที่กระเพาะของคนไทยได้มากนัก เพราะการที่ผู้บริ โภคมี Perception กับเครื่องดื่มประเภทนี้ว่า ดื่มเพื่อทดแทนเกลือแร่จากการเสียเหงื่อ โอกาสในการเข้าไปเป็นซอฟต์ดริงค์ที่ดื่มง่ายๆ จึงทำได้ไม่ดีนัก
ยิ่งเมื่อเทียบกับเครื่องดื่มที่มีเบเนฟิตในเรื่องของการรีเฟรชชิ่ง หรือเพิ่มความสดชื่น และดับกระหาย 3 Category ยอดนิยมอย่างน้ำอัดลมที่มีมูลค่ากว่า 50,000 ล้าน น้ำดื่มบรรจุขวด มูลค่ากว่า 30,000 ล้าน และชาเขียวพร้อมดื่มที่มีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ทำให้มูลค่าของเครื่องดื่มสปอร์ตดริงค์มีตัวเลขแตะอยู่ที่ 5,500 ล้านบาท
การเปิดเกมขยายฐานการดื่มเข้าหาคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 16 – 25 ปี จึงเกิดขึ้นด้วยการรีลอนช์สินค้าใหม่ จากเดิมที่มีสปอนเซอร์ แอ็กทีฟ และสปอนเซอร์พลัสซี สู่การปรับสูตรใหม่เป็น แอ็กทีฟซีรีส์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดแอ็กทีฟกับ 3 สูตร ได้แก่ สีเขียว สปอนเซอร์ แอ็กทีฟ วิตามินซี สีฟ้า สปอนเซอร์ แอ็กทีฟ ซิงค์ และสีแดงสปอนเซอร์แอ็กทีฟ แมกนีเซียม
สปอนเซอร์มองมาที่ลูกค้ากลุ่มนี้ยังเข้าไม่ถึงเครื่องดื่มสปอร์ตดริงค์ โดยนอกจากการออกสินค้าใหม่แล้ว ยังมีแคมเปญสื่อสารการตลาดตัวใหม่ที่นำเอานางเอกรุ่นใหม่อย่าง “เก้า สุภัสสรา” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสื่อสารถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่แอ็กทีฟในเรื่องของการใช้ชีวิต
ครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่สปอนเซอร์พยายามที่จะขยายฐานการดื่มด้วยการออกสินค้าใหม่ๆ ที่ดูดื่มง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเหงื่ออย่างหนักจากการเล่นกีฬาก็ดื่มได้ อย่างความพยายามในการปั้นตลาด “Casual Sport Drinks” ภายใต้แบรนด์ “ไลฟ์ บาย สปอนเซอร์” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มในแนวลูกผสมคาร์บอเนต ดริงค์ที่ขายในเรื่องของการดับกระหาย ซ่า สดชื่น แคลอรีต่ำ และมีคุณประโยชน์จากวิตามินบี 3 บี 6 และบี 12 ที่นอกจากจะเข้าไปแชร์ตลาดใหม่ที่เป็นรีเฟรชชิ่ง ดริงค์แล้ว ยังเป็นการรีเฟรชให้แบรนด์หลักของสปอนเซอร์ดูทันสมัย เข้ากับคนรุ่นใหม่มากขึ้น
แต่สำหรับในครั้งนี้ สปอนเซอร์ทุ่มเต็มที่ด้วยงบ 300 ล้านบาท ทำแคมเปญในช่วงปลายปี เพื่อกระตุ้น และดึงคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาสู่ตลาดเครื่องดื่มสปอร์ตดริงค์มากขึ้น ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของผู้นำตลาดอย่าง “สปอนเซอร์” ที่ต้องพยายามขยายฐานการดื่มเพื่อให้ตลาดเติบโตมากกว่าที่เป็นอยู่.....