โดยโฮมสเตย์ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม Airbnb ส่วนใหญ่จะอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ สระบุรี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และระยองซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจุดหมายปลายทางใหม่ๆ และการเติบโตของ โฮมสเตย์ในจังหวัดเหล่านี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและให้บริการทั่วประเทศ และกระจายรายได้นอกแหล่งท่องเที่ยวเมืองใหญ่ในรูปแบบเดิม
ขณะที่ข้อมูลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระบุว่า โฮมสเตย์ในโครงการฯ กว่า 25% ประกาศให้เช่าบ้านพักบนแพลตฟอร์ม Airbnb เพียงแห่งเดียวเท่านั้น นอกจากนั้น Airbnb ยังได้ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับการให้บริการ มาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตาม รวมถึงมีทักษะความรู้ทางดิจิทัลเพื่อช่วยถ่ายทอดให้คนในท้องถิ่นจัดการให้เช่าที่พักบน แพลตฟอร์มได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นความร่วมมือกับธนาคารออมสินได้ตั้งเป้าหมายคือ การเพิ่มจำนวนโฮมสเตย์ ท้องถิ่นใน 4 จังหวัดบนแพลตฟอร์มของ Airbnb ให้มากขึ้น ได้แก่ กรุงเทพฯ, บุรีรัมย์, เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช
สำหรับกรณีศึกษาผู้ที่ร่วมโครงการและประสบความสำเร็จ อาทิ วรรธนนท์ หาเพิ่มพูล เจ้าของที่พักโฮมสเตย์ Airbnb ในย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ ซึ่งเข้ารับการฝึกอบรมในโครงการร่วมมือของธนาคารออมสินและ Airbnb นายวรรธนนท์เป็นนักออกแบบได้ทำการปรับปรุงบ้านเก่าของคุณยาย ให้เป็นห้องพักให้เช่าบนแพลตฟอร์ม Airbnb เมื่อปี 2560 และจากการเข้าร่วมโครงการฯ ทำให้สามารถขยายธุรกิจโฮมสเตย์ด้วยการเพิ่มเติมร้านกาแฟในบริเวณที่พัก เพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้ามากขึ้น นอกจากนั้น ยังได้แรงบันดาลใจจากเจ้าของที่พักคนอื่นๆ บนแพลตฟอร์มในการดึงชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนรองรับการท่องเที่ยว จึงได้ร่วมกับชุมชนเขตลาดกระบัง ร่วมกันก่อตั้งธนาคารขยะรีไซเคิล เพื่อลดขยะรวมถึงการริเริ่มโครงการปลูกต้นไม้ริมคลอง เพื่อให้ชุมชนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
“การได้สานสัมพันธ์นักเดินทางกับชุมชนท้องถิ่นได้มากเท่าไร ก็จะช่วยให้นักเดินทางสัมผัสวิถีแห่งไทยได้ถึงแก่นแท้ มากที่สุด” วรรธนนท์กล่าวทิ้งท้าย