ในปัจจุบัน ผู้ใช้แกร็บในประเทศไทยสามารถเปิดใช้งานและเติมเงินเข้ากระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ผ่านแอปพลิเคชัน K Plus เมื่อสร้างบัญชีแล้ว ผู้ใช้สามารถใช้ยอดเงินใน แกร็บเพย์ วอลเล็ต เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการภายในอีโคซิสเต็มของแกร็บหรือบริการต่างๆ จากร้านค้าพาร์ทเนอร์ได้ทันที นอกจากนี้ แกร็บมีแผนที่จะขยายการเปิดให้บริการกับผู้ใช้ที่ใช้ธนาคารอื่นภายในต้นปีหน้า
“วิสัยทัศน์ของเราสอดคล้องกับแนวคิด ประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล ที่ต้องการกระตุ้นความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสังคมไร้เงินสดและเศรษฐกิจดิจิทัล แกร็บเพย์ วอลเล็ต ทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ ความสำเร็จในวันนี้เป็นแรงผลักดันให้เราเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างไม่หยุดยั้ง ในอนาคต แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป วางแผนที่จะใช้บิ๊กดาต้าเพื่อนำเสนอการบริการทางการเงินที่ครบวงจรยิ่งขึ้นกว่าเดิม เช่น GrabInsure หรือการประกันรายย่อยสำหรับคนขับแกร็บ และ GrabFinance บริการกู้ยืมเงินภายในแอปแก่พาร์ทเนอร์ผู้ประกอบการขนาดเล็กบนแพลตฟอร์มของเรา” วรฉัตร กล่าวเสริม
เพื่อฉลองการเปิดตัวแกร็บเพย์ วอลเล็ต แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ได้จัดโปรโมชันสุดพิเศษเพื่อขอบคุณผู้ใช้บริการที่สนับสนุนแกร็บมาโดยตลอด จนแกร็บสามารถพัฒนาและก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งที่ครองใจผู้ใช้บริการ โดยของขวัญสุดพิเศษที่ แกร็บเพย์ วอลเล็ต มอบให้มีดังนี้
- แกร็บรีวอร์ดส (GrabRewards): รับคะแนนรีวอร์ดส 3 เท่าสำหรับทุกการใช้บริการแกร็บ เมื่อเลือกชำระเงินด้วย แกร็บเพย์ วอลเล็ต ยิ่งใช้แกร็บมากเท่าไร ก็ยิ่งได้รีวอร์ดสเพิ่มขึ้นเท่านั้น
- ชำระเงินกับร้านค้า (In-store Payment): รับเงินแคชแบ็กสูงสุด 20% เมื่อใช้จ่ายผ่านแกร็บเพย์ QR Code ในร้านค้าที่ร่วมรายการ