สุรชัย เทียมชีวะศิลป์ กรรมการและผู้บริหารฝ่ายขายการตลาดต่างประเทศ บริษัท ปิคนิคพลาส อินดัสเทรียล จำกัด เผยว่า “จากปัญหาภาวะโลกร้อน ปัญหามลภาวะ ไปจนถึงปัญหาขยะมูลฝอย ล้วนเป็นปัญหาใหญ่ที่อยู่ในความสนใจของประชาคมโลกรวมทั้งประเทศไทยผู้บริโภคในปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญในเรื่องการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ส่งผลกระทบเชิงลบกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาซ้ำได้อีกหลาย ๆ ครั้ง อย่างกล่องถนอมอาหาร”
“ที่ปิคนิคพลาส เราให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีกระบวนการผลิตที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ ดังนั้น บริษัทฯ จึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ มิลลิเก้น เคมิคัล และ ได้รับเครื่องหมาย UL Green Label การติดฉลากสิ่งแวดล้อมนี้เป็นการแสดงให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าสินค้าของเราได้รับการรับรองถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ กล่องถนอมอาหารแบรนด์ Clip Pac จึงเป็นสินค้าที่เหมาะกับผู้บริโภคที่ต้องการใช้พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิต”
Millad® NX™ 8000 ได้รับการรับรองจาก UL ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 และยังเป็นสารเสริมประสิทธิภาพพลาสติกตัวแรกที่ได้รับเครื่องหมายรับรองด้านสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากกล่องถนอมอาหารแล้ว สารชนิดนี้ยังได้นำไปใช้ในการผลิตเครื่องใช้ภายในบ้านอีกมากมาย เช่น ขวดเครื่องดื่มกีฬาถ้วยและถาดใส่อาหารเทอร์โมฟอร์มขวดบรรจุน้ำยาซักผ้า และฝาขวดประเภทต่าง ๆ
มร. วินเซนต์ หวาง ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจเอเชียใต้ บริษัท มิลลิเก้นเคมิคัล จำกัด กล่าวว่า “คุณประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงานของ Millad® NX™ 8000 ในการผลิตพลาสติกพอลิโพรพิลีน หรือ PP เป็นที่ทราบกันในวงกว้างมานานแล้ว และเราก็ได้เห็นผู้ประกอบการหลายรายในภูมิภาคเอเชียที่เริ่มนำสารชนิดนี้มาใช้ในกระบวนการผลิต นอกจากนี้ เครื่องหมายรับรองด้านสิ่งแวดล้อม UL Green Label ยังช่วยเสริมสิทธิประโยชน์ให้กับทั้งผู้ผลิตและเจ้าของแบรนด์เครื่องใช้ในครัวเรือน เพราะเป็นการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน เพิ่มมูลค่าให้กับผู้ผลิตพลาสติกพอลิโพรพิลีน และยังสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อผู้บริโภค เราจึงมีความยินดีที่ได้ร่วมมือ และช่วยให้ปิคนิคพลาส อินดัสเทรียล ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับสิทธิการใช้ฉลากสิ่งแวดล้อม UL Green Label accreditation”
“สำหรับ มิลลิเก้น เคมิคัล ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมพลาสติก เราถือเป็นหน้าที่วามรับผิดชอบในการคิดค้นนวัตกรรม และพัฒนาโซลูชั่นที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ความซื่อตรงนวัตกรรม และความเป็นเลิศ คือหัวใจหลักของมิลลิเก้น พันธะสัญญาของเรา จึงไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังรับผิดชอบต่อผู้ร่วมงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมด้วย”มร. วินเซนต์ กล่าวทิ้งท้าย