คงจะเป็นอันตรายไม่น้อยกับการใช้โทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน และจะยิ่งอันตรายขึ้นไปอีกขั้นหากทำอะไรบางอย่างไปด้วยอย่างการขับรถ!! นอกจากเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนแล้ว ยังอาจตามมาด้วยการสูญเสีย รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลียไม่รอช้า เริ่มทดลองให้กล้องจราจรทำงานร่วมกับ AI เข้ามาช่วยตรวจจับภาพว่าใครกำลังใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถบ้างเป็นที่แรกของโลก
สาเหตุเพราะจากสถิติในปีที่ผ่านมามียอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน 354 คน และในปีนี้ถึง 329 คน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ก็คาดหวังว่า การใช้วิธีดังกล่าวจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ถึง 30% ภายในปี 2021และภายในปี 2024 จะเห็นผลอย่างได้ชัดเจน
ซึ่งการประกาศของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลียดังกล่าว ถือเป็นการประกาศตัวเป็นที่แรกของโลกถึงการนำกล้องจราจรมาใช้ร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้เพื่อตรวจจับและตรวจสอบเบื้องต้นถึงการใช้งานโทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ รวมถึงภาพที่ถูกระบุว่าทำผิดกฎหมาย และจะส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจได้ทำการตรวจสอบอีกครั้ง (ตัวอย่างการกระทำผิด อาทิ ขับขี่กำลังแนบหูกับโทรศัพท์ เล่นโซเชียล ถ่ายภาพ หรือวิดีโอคอล)
โดยภายใน 3 เดือนแรก ของการใช้ระบบกล้องจราจรนี้ ผู้ที่ฝ่าฝืนจะได้รับเพียงจดหมายเพื่อทำการตัดเตือนก่อนเบื้องต้น ถ้าหากทำการฝ่าฝืนอีกครั้งถึงจะเป็นการถูกปรับเงินถึง 344 ดอลลาร์ออสเตรเลียหรือราว 7,000 บาท แต่ค่าปรับจะสูงขึ้นเป็น 457 ดอลลาร์ออสเตรเลียหรือราว 9,300 บาททันทีหากฝ่าฝืนในบริเวณเขตโรงเรียน รวมทั้งยังถูกตัดคะแนนการขับขี่อีกด้วย
และภายในอีก 3 ปีข้างหน้า จะมีกล้องเพิ่มขึ้นอีก 45 ตัว ที่กระจายอยู่ทั่วเมืองและพร้อมติดตั้งข้ามรัฐ พร้อมกับจะไม่มีป้ายสัญญาณเตือนใดๆ ให้ได้ตั้งตัวก่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้เริ่มดำเนินทดลองโครงการไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งพบผู้ฝ่าฝืนมากกว่า 1 แสนราย ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยทั้งอำนวยความสะดวกให้กับทางเจ้าหน้าที่ และเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ตระหนักความรับผิดชอบบนท้องถนน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
Source
Source