การจัดตั้งคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อเป็นกระบอกเสียงแทนเด็กและเยาวชน
การกำหนดให้มีกลุ่มหรือคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อเป็นตัวแทนสำหรับเด็กและเยาวชนในการส่งเสียงและบอกเล่าถึงความรุนแรงของปัญหา จะทำให้เราทราบถึงรูปแบบและความถี่ของการเกิดของปัญหาที่ถูกต้อง ช่องทางหรือแพลทฟอร์มใดที่เสี่ยงต่อการเกิดของปัญหามากที่สุด เพื่อทำความเข้าใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งนี้ การจัดตั้งคณะทำงานดังกล่าว ภาครัฐควรมีบทบาทในการเป็นตัวกลางเพื่อก่อตั้งและประสานความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ ภาคประชาสังคม ผู้มีองค์ความรู้และเข้าใจในปัญหามากที่สุด
การยกระดับการแก้ปัญหาผ่านหลักสูตรการศึกษา
เพราะรูปแบบและช่องทางของปัญหาการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์เปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น เราอาจจะคิดว่าการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์มักเกิดบนพื้นที่โซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง “เกมออนไลน์” ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เด็กและเยาวชนใช้ในการกลั่นแกล้งผู้อื่น ดังนั้น การสร้างภูมิคุ้มกันอันแข็งแกร่ง ความรู้เท่าทัน และทักษะต่างๆ บนออนไลน์จึงมีความสำคัญในแง่ของการป้องกันปัญหา
วิกกี้ ชอทบอท ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง พาเร้นท์โซน บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและเด็ก บอกว่า “ภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล (Digital resilience) จะเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ คุณภาพของการเลี้ยงดูและทัศนคติทางบวกต่อเทคโนโลยี ในประเทศอังกฤษ พาเร้นท์โซนได้ร่วมมือกับรัฐบาลอังกฤษ ตลอดจนคณะทำงานที่มีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายและกรอบความร่วมมือเพื่อร่วมกันโปรโมทภูมิคุ้มกันดิจิทัล ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ภาครัฐได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นปัญหาดังกล่าว
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาจะยั่งยืนและเท่าทันกับรูปแบบและช่องทางที่เปลี่ยนไปนั้น การพูดคุยในระดับภูมิภาค ความร่วมมือในอนาคตอย่างการประชุมเชิงปฏิบัติการ ASEAN Stop Cyberbullying Workshop จำเป็นต้องได้รับการสานต่อ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที