BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,691
VIEWS

มองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2563 – ปีของหนูสองตัว ช-ว-ด มีทั้งบวกและลบ

ธ.ค. 12, 2562

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย พยากรณ์เศรษฐกิจไทยปีหน้าจะเผชิญหนู 2 ตัว ทั้งหนูด้านบวกและหนูด้านลบ โดยใช้อักษร 3 ตัว คือ ช-ว-ด แทนการพยากรณ์นี้

ปัจจัยบวก

ช – เชิญชวนย้ายฐาน

ว -– วาดแผนการคลัง

ด -–ดันท่องเที่ยวหนุนไทย

เชิญชวนย้ายฐาน การเร่งผลักดันให้เกิดการย้ายฐานการผลิตจากจีนมาสู่ไทย โดยเฉพาะในเขต EEC เพื่อเลี่ยงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และสามารถใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียนได้ ช่วยนักลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต สร้างรายได้นอกภาคเกษตรให้ครัวเรือน อีกทั้งจะสนับสนุนให้การส่งออกเร่งตัวขึ้นได้

วาดแผนการคลัง หลังงบประมาณประจำปี 2563 ผ่านรัฐสภาช่วงปลายมกราคม เราคาดหวังรัฐบาลออกมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนหรือการลดภาษี เพิ่มกำลังซื้อให้คนชั้นกลางมากขึ้น ด้านธปท. อาจใช้มาตรการผ่อนคลายอื่นเพิ่มเติมหรือผ่อนปรนเกณฑ์สินเชื่อหรือแม้แต่ลดดอกเบี้ยลงอีกเพื่อหวังเสริมสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจหากมีความจำเป็น

ดันท่องเที่ยวหนุนไทย เป็นปัจจัยบวกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะหลังจากที่นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเยือนประเทศไทยมากขึ้นนับจากไตรมาสที่สามเป็นต้นมา นอกจากนี้ พลังจากการท่องเที่ยวยังช่วยส่งผ่านถึงการบริโภคสินค้ากลุ่มที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร อาหารและเครื่องดื่มในช่วงที่กำลังซื้อคนในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ปัจจัยลบ

ช – ช้ำ บ้านล้นตลาด

ว – วุ่น ค่าบาทผันผวน

ด – ดวลเดือด จีน-มะกัน

ช้ำบ้านล้นตลาด อุปทานส่วนเกินของตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่ในระดับสูง คาดว่าจะกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่นอกแนวรถไฟฟ้า หรือในกลุ่มที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท สะท้อนกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอของคนรายได้ระดับกลาง-ล่าง ในส่วนคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่ราคาสูงอาจได้รับผลกระทบไม่มากนัก แต่อาจใช้เวลาในการขายนานกว่าในอดีตจากภาวะเศรษฐกิจที่โตช้าและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง

วุ่นค่าบาทผันผวน เงินบาทแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐและค่าเงินประเทศคู่ค้าจนกระทบผู้ส่งออกและผู้ลงทุนในประเทศ มีความเป็นไปได้ที่ปี 2563 บาทจะยังคงผันผวนในทิศทางแข็งค่าจากปัจจัยสงครามการค้าที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องและจากการที่ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง เงินสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาทจะกระทบการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ทำให้รายได้ภาคเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำได้ ส่วนการท่องเที่ยวนั้น แม้อาจกระทบการท่องเที่ยวบ้างจากค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะสูงขึ้นตามเงินบาทที่แข็งค่า แต่เราเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวยังคงเติบโตได้ตามความต้องการเดินทางออกนอกประเทศโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีน

ดวลเดือดจีน-มะกัน คือปัญหาสงครามการค้าที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง แม้ในปี 2563 นี้เราเชื่อว่าสงครามการค้าจะไม่ทวีความรุนแรงขึ้นอีก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ส่งออกและนักลงทุนปรับตัวได้ ไม่ว่าภาษีนำเข้าจะอยู่ที่ระดับใดก็ตาม เพียงขอให้มีความชัดเจน อย่างไรก็ดี หากสงครามการค้าระอุขึ้นอีก จากภาษีที่สูงขึ้นหรือจากมีประเทศอื่นอีกที่ถูกขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐ หรือหากสงครามการค้าลามไปสู่สงครามค่าเงินหรือสงครามเทคโนโลยี เศรษฐกิจโลกคงจะชะลอลงอีกซึ่งจะกระทบการส่งออกไทยและอุปสงค์ในประเทศได้ ด้วยทั้งภาวะโอกาสและความเสี่ยงในปีชวดนี้ เราคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ร้อยละ 2.7 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.4 ในปี 2562

ผลกระทบจากสงครามการค้ากำลังคืบคลานเข้ามาในประเทศ

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนส่งผลต่อผู้ผลิตและผู้บริโภคในประเทศได้อย่างไร? เมื่อการส่งออกหดตัวตามเศรษฐกิจโลกที่เติบโตช้าลงและจากความไม่แน่นอนในนโยบายภาษีเพื่อกีดกันสินค้า ผู้ส่งออกก็ลดการสั่งซื้อจากผู้ผลิต และเมื่อผู้ผลิตเผชิญปัญหาขายของได้น้อยลง เกิดอุปทานส่วนเกิน ก็ลดกำลังการผลิตลง ดังเห็นได้จากอัตราการใช้กำลังการผลิต (capacity utilization rate) ลดลงและดัชนีภาคการผลิต (Manufacturing Production Index - MPI) หดตัว หลายบริษัทได้ลดชั่วโมงการทำงานลงส่งผลให้รายได้ล่วงเวลา หรือ OT ลดลง ผู้บริโภคก็ได้ผลกระทบจากรายได้นอกภาคเกษตรที่หดตัว ขณะที่รายได้ภาคเกษตรก็มีความไม่แน่นอนจากภาวะภัยแล้งและน้ำท่วมซึ่งกระทบผลผลิตภาคเกษตร ขณะเดียวกัน ภาครัฐบาลก็พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้มาตรการให้เงินช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการ หรือมาตรการกระตุ้นการบริโภคต่างๆ เพื่อหวังประคองกำลังซื้อ ซึ่งนับว่าเป็นความพยายามที่ท้าทายมากในภาวะที่รายได้ครัวเรือนอยู่ในระดับต่ำและความเชื่อมั่นอ่อนแอ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ได้ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสองครั้ง จากร้อยละ 1.75 เป็นร้อยละ 1.25 และกำลังรอผลการส่งผ่านของการลดดอกเบี้ยให้สภาพคล่องในตลาดการเงินสูงขึ้น เพื่อหวังผลให้มีการลงทุนและบริโภคมากขึ้น แต่แม้จะมีการลดดอกเบี้ยลงและธปท. ได้ผ่อนคลายทุนเคลื่อนย้าย เงินบาทยังมีทิศทางแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินประเทศคู่ค้าซึ่งส่งผลเสียต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกที่โตช้า

เศรษฐกิจจะโตช้าไปอีกไหม?

สภาพัฒน์รายงานว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สามขยายตัวร้อยละ 2.4 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหรือร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าหลังปรับฤดูกาล ซึ่งนับเป็นการเติบโตที่ช้าลงและต่อเนื่อง ซึ่งหากเศรษฐกิจไทยเติบโตช้าลงจากไตรมาสก่อนหน้าเช่นนี้ไปอีก เศรษฐกิจไทยก็จะมีความเสี่ยงเข้าสู่การถดถอยทางเทคนิค หรือ technical recession ซึ่งนิยามว่าเกิดการหดตัวเทียบไตรมาสต่อไตรมาสเป็นเวลา 2 ไตรมาสติดต่อกัน แม้ว่าเรายังไม่ได้คาดการณ์เช่นนั้นแต่ก็เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี เรายังมองเศรษฐกิจไทยในด้านบวกอยู่นั่นคือการเติบโตช้าๆ ต่อเนื่อง

เราจะคาดหวังอะไรได้ในไตรมาสที่ 4 นี้

แม้เศรษฐกิจไทยได้โตช้าลง แต่เราก็มีสัญญาณเชิงบวกบางอย่างที่ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในอนาคต ประการแรก เราสามารถคาดหวังว่าการส่งออกสุทธิ (ส่งออกหักนำเข้า) จะเติบโตได้ดี การส่งออกน่าจะลดลงเล็กน้อยตามภาวะตลาดโลก แต่การนำเข้าน่าจะยังหดตัวพอสมควรตามการซื้อเครื่องจักรที่ชะลอ ราคาน้ำมันที่ลดลง และสต๊อกสินค้าคงคลังที่ยังสูง ซึ่งจะมีผลให้ไทยเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับรายได้จากการท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นล้วนมีผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย ประการที่สอง การลงทุนกำลังจะฟื้นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะความร่วมมือในการลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือ public-private partnership (PPP) นอกจากนี้ โครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC น่าจะส่งสัญญาณการลงทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ประการที่สาม การบริโภคภาคเอกชนในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวยังเติบโตได้ดี เช่น โรงแรมและร้านอาหาร และเครื่องดื่มประเภทที่ไม่ใช่แอลกอฮอลล์ ขณะที่สินค้าบางกลุ่มที่เกี่ยวกับคนรายได้น้อยยังอ่อนแอ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า หรือแม้แต่รถยนต์ที่หดตัวตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอลง ประการที่สี่ การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐยังเป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่องบประมาณประจำปีผ่านรัฐสภาในช่วงเดือนมกราคม 2563

แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2563 – ปีของหนูสองตัว

ปี 2563 ที่กำลังจะมาถึงนี้ถือว่าเป็นนักษัตรปีหนูหรือปีชวด ในทางโหราศาสตร์พยากรณ์จะเป็นเช่นไรก็สุดแล้วจะคาดการณ์ แต่ในทางเศรษฐกิจ ผมขอพยากรณ์ว่าปีหน้าจะมีหนูสองตัว คือมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ขอใช้คำว่าชวดดังอักษรตัว ช-ว-ด ในการพยากรณ์นี้

ในด้านปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจนั้น ผมคาดหวังใน 1. ช – เชิญชวนย้ายฐาน 2. ว -– วาดแผนการคลัง และ 3. ด -–ดันท่องเที่ยวหนุนไทย ในส่วนแรก เชิญชวนย้ายฐาน เปรียบเหมือนการเร่งผลักดันให้เกิดการย้ายฐานการผลิตจากจีนมาสู่ไทย โดยเฉพาะในเขต EEC เพื่อเลี่ยงสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และสามารถใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียนได้ ซึ่งเมื่อมีการเร่งการย้ายฐานเพิ่มขึ้น นักลงทุนจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตและจะสร้างรายได้นอกภาคเกษตรให้ครัวเรือน อีกทั้งจะสนับสนุนให้การส่งออกเร่งตัวขึ้นได้ ในส่วนที่สอง วาดแผนการคลังเป็นสัญญาณบวกด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหลังจากที่งบประมาณประจำปี 2563 ผ่านรัฐสภาในช่วงปลายเดือนมกราคม เราคาดหวังว่า นอกจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคและการให้เงินช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแล้ว รัฐบาลอาจมีมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนหรือการลดภาษี ซึ่งจะเพิ่มกำลังซื้อให้คนชั้นกลางมากขึ้น อีกทั้งทางธปท. ที่แม้จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.25 ตลอดทั้งปี แต่อาจใช้มาตรการผ่อนคลายอื่นเพิ่มเติมหรือผ่อนปรนเกณฑ์สินเชื่อหรือแม้แต่ลดดอกเบี้ยลงอีกเพื่อหวังเสริมสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจหากมีความจำเป็น ในส่วนที่สาม ดันท่องเที่ยวหนุนไทย สะท้อนเรื่องการท่องเที่ยวที่ยังเป็นปัจจัยบวกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะหลังจากที่นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเยือนประเทศไทยมากขึ้นนับจากไตรมาสที่สามเป็นต้นมา นอกจากนี้ พลังจากการท่องเที่ยวยังช่วยส่งผ่านถึงการบริโภคสินค้ากลุ่มที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร อาหารและเครื่องดื่มในช่วงที่กำลังซื้อคนในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ส่วนในด้านความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจทำให้ขยายตัวต่ำกว่าคาดนั้น ผมขอให้ระวัง 1. ช – ช้ำ บ้านล้นตลาด 2. ว – วุ่น ค่าบาทผันผวน และ 3. ด – ดวลเดือด จีน-มะกัน ความเสี่ยงแรก ช้ำบ้านล้นตลาด คือทางด้านอุปทานส่วนเกินของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับมาตรการคุมเข้มจากธปท. ในการปล่อยสินเชื่อบ้านซึ่งอาจกระทบภาพรวมการก่อสร้างที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ดี ปัญหาอุปทานล้นตลาดนี้คาดว่าจะกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่นอกแนวรถไฟฟ้า หรือในกลุ่มที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทซึ่งสะท้อนกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอของคนรายได้ระดับกลาง-ล่าง ในส่วนคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่ราคาสูงอาจได้รับผลกระทบไม่มากนัก แต่อาจใช้เวลาในการขายนานกว่าในอดีตจากภาวะเศรษฐกิจที่โตช้าและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง ความเสี่ยงที่สอง วุ่นค่าบาทผันผวน คือ ภาวะที่เงินบาทแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐและค่าเงินประเทศคู่ค้าจนกระทบผู้ส่งออกและผู้ลงทุนในประเทศ ซึ่งเราคาดว่าในปี 2563 นี้มีความเป็นไปได้ที่บาทยังคงผันผวนในทิศทางแข็งค่าจากปัจจัยสงครามการค้าที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องและจากการที่ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง เงินสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาทจะกระทบการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ทำให้รายได้ภาคเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำได้ ส่วนการท่องเที่ยวนั้น แม้อาจกระทบการท่องเที่ยวบ้างจากค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะสูงขึ้นตามเงินบาทที่แข็งค่า แต่เราเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวยังคงเติบโตได้ตามความต้องการเดินทางออกนอกประเทศโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีน ความเสี่ยงที่สาม ดวลเดือดจีน-มะกัน คือปัญหาสงครามการค้าที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง แม้ในปี 2563 นี้เราเชื่อว่าสงครามการค้าจะไม่ทวีความรุนแรงขึ้นอีก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ส่งออกและนักลงทุนปรับตัวได้ ไม่ว่าภาษีนำเข้าจะอยู่ที่ระดับใดก็ตาม เพียงขอให้มีความชัดเจน อย่างไรก็ดี หากสงครามการค้าระอุขึ้นอีก จากภาษีที่สูงขึ้นหรือจากมีประเทศอื่นอีกที่ถูกขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐ หรือหากสงครามการค้าลามไปสู่สงครามค่าเงินหรือสงครามเทคโนโลยี เศรษฐกิจโลกคงจะชะลอลงอีกซึ่งจะกระทบการส่งออกไทยและอุปสงค์ในประเทศได้ ด้วยทั้งภาวะโอกาสและความเสี่ยงในปีชวดนี้ เราคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ร้อยละ 2.7 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.4 ในปี 2562

แนวโน้มค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยน

เราเชื่อว่าทางกนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับร้อยละ 1.25 ตลอดทั้งปี 2563 ซึ่งทางธปท. อาจติดตามการส่งผ่านของมาตรการลดดอกเบี้ยสู่ตลาดการเงินก่อนตัดสินใจลดดอกเบี้ยอีกครั้งในอนาคต นอกจากนี้ สภาพคล่องในระบบที่สูงจากสินเชื่อภาคธุรกิจที่ขยายตัวช้า โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อม หรือ SME ส่วนสินเชื่อเพื่อการบริโภคก็ชะลอลงจากทั้งมาตรการคุมเข้มสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและจากความกังวลของธนาคารพาณิชย์ต่อหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ตลาดการเงินไทยยังไม่ได้ตกอยู่ในภาวะสภาพคล่องตึงตัวจนต้องลดดอกเบี้ยเพิ่ม ในทางตรงข้าม เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านเสถียรภาพจากสภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน ส่งผลให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงโดยอาจไม่ได้ประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ซึ่งเราเห็นว่าทางธปท. น่าจะเลือกใช้การสนับสนุนให้เงินไหลออกไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้นเพื่อให้บาทอ่อนค่าหรืออาจช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาทในอนาคต ในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนนั้น เราคาดว่าเงินบาทจะอยู่ที่ระดับ 29.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายปี 2563 โดยเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องจากการที่ไทยมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลสูงต่อเนื่อง การนำเข้าอาจยังไม่ฟื้นตัวจากคลังสินค้าที่อยู่ในระดับสูงและเอกชนกำลังระบายสต๊อกเก่าก่อนสั่งซื้อวัตถุดิบใหม่ อีกทั้งราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ รายได้จากการท่องเที่ยวยังมีทิศทางเติบโตได้ดีจากนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาไทยมากขึ้น ซึ่งรายได้เข้าประเทศมากกว่ารายจ่ายออกนี้ยังสนับสนุนให้บาทแข็งค่า และคาดว่าการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI น่าจะเร่งตัวขึ้นตามยอดการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ซึ่งจะยิ่งให้เงินไหลเข้ามาต่อเนื่อง

Pi Carbon ปิดจุดอ่อน SME ไทย! เปลี่ยน “ตัวเลขคาร์บอน” เป็นจุดขายพรีเมียม สร้างโอกาสทางธุรกิจก่อนไทยตกขบวนการค้าโลก

“ทีทีบี” ประมวลผลพฤติกรรมการเงินปี 68 ขับเคลื่อน Financial Well-being แบบเจาะลึกรายบุคคลผ่านแอป ttb touch

EXIT USTECH FIRM ทยอยถอนตัว ถอยห่างงาน AI ในจีน

SCB FM มองเงินบาทอาจอ่อนค่าต่อได้อีก หากทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าตามที่ประกาศไว้ แต่เลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอลงอาจทำให้บาทแข็งกว่าคาด

AI กำลังผลาญทรัพยากรน้ำของโลกมหาศาล เท่ากับการใช้น้ำของเดนมาร์ก 4 - 6 ประเทศ

กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิตดูแลพนักงานทั้งสุขภาพกายใจและการเงิน จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพทางการเงิน Invest in You, We Care for Financial Well-being

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

ถอดรหัส 3 Intelligence Engines กลยุทธ์ปับลิซิส กรุ๊ป รับมือโลกการตลาดยุคซับซ้อน

“Passion ไม่พอ ต้องเข้าใจเกม” สูตรสำเร็จของ “ภิสสรา อุมะวิชนี” ผู้ก่อตั้ง Parfums Dusita

ชวนคิดตาม รศ.นพ.ฉันชาย ออกแบบชีวิตก่อนที่ชีวิตจะออกแบบเรา บทเรียนจาก Living for Lasting Life

Read More Stories  

Research

หรือนี่คือเหตุผลคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก ชะตากรรมเด็ก Gen Beta ปริญญาไร้ค่า ไร้งานออฟฟิศ บำนาญ+ประกันสังคมไม่พอใช้

สรุป 5 ประเด็นร้อนสงกรานต์ 2569 ‘สีลม’ ยังแตก ‘เชียงใหม่’ คือม้ามืด และศึก ‘พอกผิว’ ที่กลายเป็นไวรัลทั่ว TikTok

ราคาเบนซินพุ่งสูง ส่งผลยอดขาย EV ในยุโรป ทำสถิติสูงสุดในเดือนมีนาคม 2026

ดัชนีศูนย์กลางการเงินโลก นิวยอร์กยืนหนึ่ง โตเกียวคืนฟอร์ม ไทยร่วงสู่อันดับ 100 ตามหลังเวียดนาม

Read More Stories  

Digest

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมรณรงค์ความปลอดภัยการเดินทางและการส่งเสริมการประกันภัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 69 รับสังคม Longevity ขับเคลื่อน 3 ภารกิจสำคัญ ผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์ และยกระดับบุคลากร

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดกิจกรรม T Mark Clinic ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยกว่า 100 รายสู่มาตรฐานสากล

Unboxing Ideas

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

ดื่มน้อยลง ออกมาทำกิจกรรมมากขึ้น ถอดรหัส RISE Coffee กับการปั้น ‘Morning Affair’ ดึงคนร่วมงานกว่า 4,000 คน

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact