แอปสมาร์ทโฟนที่ทันสมัยมีมานานเกือบสิบปีกว่าปีแล้วซึ่งอาจจะตั้งแต่ที่ Apple เปิดตัว App Store ในปี 2008 และในปัจจุบันแอปพลิเคชั่นเหล่านั้น ก็แทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปเสียแล้ว ทั้งใช้เพื่อการสื่อสาร การทำงาน เพื่อความบันเทิง ตามความหลากหลายของคนในปัจจุบัน
App Annie เผยสถิติชาวอเมริกันโดยเฉลี่ยเปิดหน้าจอสมาร์ทโฟนมากกว่า 52 ครั้งต่อวัน และมีการใช้งานสมาร์ทโฟนวันละกว่า 3 ชั่วโมงต่อคน และสิ่งที่เราต่างสละเวลาให้กับสมาร์ทโฟนแน่นอนนั่นคือ แอปพลิเคชั่นที่ชาวอเมริกันต่างใช้แอปที่ต่างกันกว่า 30 แอปต่อเดือนและเปิดแอปที่ต่างกัน 9 แอปต่อวัน
เรากำลังเข้าสู่ยุคสมัยที่แอปกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิต แต่ถึงกระนั้นนั่นอาจหมายความว่าอาจมีแอปบางตัวที่เราอาจควรลบหรือลดเพื่อทำชีวิตเราดีขึ้น และ 5 เหตุผลต่อไปนี้ อาจเป็นการเสนอทางเลือก เพราะอาจจะไม่ต้องลบหรือเอามันออกไปจริงๆ ก็ได้ เพียงแต่อาจใช้งานให้น้อยลง และรู้จักปรับเวลาการใช้งานมากกว่าครับผม! เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพจิต สุขภาพการเงิน ความเป็นส่วนตัว และเรื่องของเวลา ก่อนเข้าสู่การเริ่มต้นครั้งใหม่ในปี 2020
แอปที่ทำให้รู้สึกหดหู่
ลองสังเกตบางแอปจากสมาร์ทโฟนที่เวลาเปิดแล้วทำให้เราหดหู่ แอปโซเชียลมีเดียบางแอปเป็นแอปที่หลายคนพยายามจะทำให้ภาพที่ออกมานั่น “สมบูรณ์แบบ” อาจเลือกภาพที่ดีที่สุดของตัวเองเพื่อแบ่งปันเรื่องราวที่ชีวิตเป็นไปตามอุดมคติของสังคม ปัญหาที่อาจตามมาอาจเป็นเรื่องของการเปรียบเทียบชีวิตคนอื่นกันตัวเอง และจากการวิจัยพบว่าสิ่งนี้ทำให้เราต่างรู้สึกหดหู่และเหงา ซึ่งในความเป็นจริงเราทุกคนต่างก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ 100% แต่ในบางครั้งเราต่างตัดสินจากโพสต์ในโซเชียลมีเดีย อาจทำให้เราตกหลุมพรางของความคิดที่ว่าชีวิตของเราแย่กว่าหลายๆ คน ดังนั้นอาจเป็นการดีที่เราอาจจะลบ ลด หรือทำความเข้าใจสถานการณ์ เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเรามากขึ้นกว่าเดิมในปี 2020
แอปที่ไม่ได้ป้องกันความเป็นส่วนตัวให้กับเรา
หัวข้อใหญ่ที่สุดสำหรับเทคโนโลยีในปี 2019 หนีไม่พ้นเรื่องของความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน กับข้อมูลที่เราผลิตออกมาในทุกๆ วัน กลายเป็นคุกกี้ที่ทำให้บริษัทข้อมูลต่างๆ ใช้ตามรอบเราได้ ซึ่งบางบริษัทก็เริ่มให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานมากขึ้น แต่เราก็สามารถป้องกันตัวเองได้เบื้องต้นจากการรู้เท่าทัน และศึกษาการทำงานในแอปบางตัว และลบหรือลดเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวได้เบื้องต้น
แอป “ฟรี” ที่ไม่ฟรีอย่างที่คิด
ไม่ใช่แค่แอปฟรีเท่านั้น ที่เราต่างชื่นชอบแต่ใครๆ ก็ชอบอะไรที่ฟรี แต่อยากให้จำไว้ว่า "ฟรี" เป็นชื่อเรียกที่อาจใช้ไม่ได้สำหรับแอปที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะในท้ายที่สุดเราต่างจ่ายเงินให้ในทางใดทางหนึ่ง หรือบางทีหากเราไม่จ่ายเงินให้กับแอป เราอาจจะต้องจ่ายเป็นข้อมูลเพื่อการแลกเปลี่ยน
ความจริงแล้วข้อมูลของเรามีค่ามากสำหรับผู้ผลิตแอปบางราย จนไม่มีทางที่ผู้ผลิตแอปจะคิดเงินเพื่อเปลี่ยนเป็นการซื้อแอปแทน นำไปสู่การสร้างรายได้จากข้อมูลของเราไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อกำหนดเป้าหมายโฆษณาของเราโดยตรง หรือขายให้กับนายหน้าซื้อขายข้อมูลซึ่งจะทำสิ่งที่ผู้ผลิตต้องการ รวมถึงการใช้ข้อมูลเพื่อฝึกอบรมระบบ AI ของพวกเขา
แอปที่ให้เราต้องจ่ายเงิน
บางแอปแค่เราเข้าไปไม่ถึงนาทีแต่ก็เสียตังแบบงงๆ แต่ในปี 2020 หากต้องการมีความรับผิดชอบมากขึ้น ถึงเวลาที่ต้องลบหรือลดบางแอปที่ทำให้การใช้จ่ายของเราเป็นเรื่องง่าย รวมถึงแอปจำนวนมากที่จะอยู่ในรูปแบบของเกม “เล่นฟรี”
แอปที่ทำให้เราต้องทำงาน 24/7
สุดท้ายเรามาพูดถึงแอปที่อำนวยความสะดวกในการทำงานของเราต่างๆ บางแอปเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สามารถช่วยให้เราทำงานได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามในบางครั้งมันทำให้เราหมกมุ่นอยู่กับงานจนเกินไป แม้ว่าเราจะออกจากออฟฟิศมาแล้วก็ตาม ฉะนั้นจึงเป็นการดีที่เราอาจจะลบหรือลด รวมถึงจัดการเวลาของตัวเองว่าเวลาไหนควรทำงานและเวลาไหนควรพักผ่อนตลอดทั้งช่วงเย็นและในวันหยุดสุดสัปดาห์
Source