ตลาดแตกต่าง จุดขายแตกต่าง
ผู้อำนวยการ ทีเส็บ ให้ข้อมูลว่า ปี 2563 จะรุกตลาดจีน อินเดีย และยุโรป มากขึ้น เน้นจุดขายแตกต่างกัน โดยจีนและอินเดียเน้นเรื่องอาหารและวัฒนธรรม ขณะที่ตลาดยุโรปเน้นนำเสนอเส้นทางไมซ์ที่หลากหลายทั้งด้านอาหาร ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ซีเอสอาร์ กิจกรรมแนวผจญภัย
“แนวทางที่เราทำ เป็นการเปิดมุมมองใหม่ เพื่อโน้มน้าวกลุ่มเป้าหมายสนใจสัมผัสประสบการณ์จัดประชุมและเดินทาง เพื่อเป็นรางวัลในเมืองไทยมากขึ้น”
ส่วนยุโรป มีการนำผู้ประกอบการไมซ์ไทย 26 ราย ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลทีเส็บ ร่วมงานเทรดโชว์ IBTM World 2019 ที่สเปน ซึ่งเป็นงานเทรดโชว์ด้านการประชุมและอีเวนท์ชั้นนำระดับนานาชาติ มีโอกาสพบผู้บริหารระดับสูงด้านไมซ์ระดับโลกจากสมาคมการประชุมนานาชาติ (ICCA) สมาคมส่งเสริมธุรกิจการจัดอินเซนทีฟระดับโลกจากฝั่งยุโรปและอเมริกา (SITE) และ บริษัท Reed Exhibitions ร่วมหารือยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันและยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้เป็นหนึ่งในเอเชีย
ผลจากการเข้าร่วมงาน IBTM World 2019 ทำให้คาดว่าจะมีจำนวนงานไมซ์เข้ามาจัดในประเทศไทย (leads) 23 งาน ประมาณการผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ 25,165 คน สร้างรายได้ประมาณ 1,856 ล้านบาท
ผู้อำนวยการ ทีเส็บ ให้ข้อมูลว่า กลุ่มประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลเป็นตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง โดยปีงบประมาณ 2562 ไทยมีนักเดินทางไมซ์กลุ่มประชุมจากต่างประเทศ 331,084 คน สร้างรายได้ 29,556 ล้านบาท และนักเดินทางไมซ์กลุ่มเดินทางเพื่อเป็นรางวัลจากต่างประเทศ 370,882 คน สร้างรายได้ 20,169 ล้านบาท
“ทีเส็บมั่นใจว่าการเดินสายจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาดต่างประเทศ กลุ่มประชุมและกลุ่มเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งได้รับการตอบรับที่จะนำงานไมซ์เข้ามาจัดในไทยรวม 76 งาน มีนักเดินทางไมซ์รวม 45,365 คน ประมาณการว่าจะทำรายได้ 2,952 ล้านบาท จะช่วยผลักดันให้ตลาดนี้เติบโตได้ตามเป้าหมายในปี 2563 ทั้งจำนวน คือ 762,000 คน ทำรายได้ 57,000 ล้านบาท และส่งผลต่อตลาดไมซ์โดยรวมให้บรรลุตามเป้าหมายช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตไปพร้อมๆกัน”