จึงเกิดเป็นแคมเปญ “เกี่ยวช่วยโลก” ที่จะกระตุ้นให้ลูกค้าหันมาใช้ขวดแก้วมากขึ้น แต่การใช้ขวดแก้วนั้นส่วนใหญ่จะใช้กันในโรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น เพื่อที่จะสามารถทำการเก็บขวดคืนได้สะดวก ทำให้สัดส่วนรายได้ขวดแก้วของสิงห์นั้นอยู่ที่ 12% และขวด PET อยู่ที่ 88% เป้าหมายในอนาคตของทางน้ำดื่มสิงห์ที่ต้องการคือเพิ่มสัดส่วนยอดขายขวดแก้วให้อยู่ที่ 20% จากยอดขายทั้งหมด แม้ว่าตอนนี้น้ำดื่มสิงห์ขวดแก้วจะเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 48.2% ก็ตาม
ผู้บริโภคทั่วไปนั้นต้องยอมรับว่า การที่เราจะหาซื้อขวดแก้วตามร้านค้าทั่วไปได้ยาก เพราะมันสามารถแตก และไม่สะดวกต่อการพกพา แต่ทางสิงห์ได้คิดมาแล้ว หากผู้บริโภคต้องการอยากดื่มแบบขวดแก้ว สามารถติดต่อผ่าน Call Center 1245 กด 8 หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านได้ และในอนาคตจะสามารถสั่งทางออนไลน์ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ บริษัทฯได้ปรับเปลี่ยนฝาบรรจุขวดแก้ว (Maxi) ใหม่ ให้สื่อถึงโครงการ พร้อมระบุข้อความ “เกี่ยวช่วยโลก” ลงบนฝาน้ำดื่มสิงห์ขวดแก้ว เพื่อสื่อให้ผู้บริโภครับรู้และช่วยกันเกี่ยวเพื่อเปิดฝาขวดน้ำดื่ม แสดงถึงสัญลักษณ์ของการเกี่ยวก้อยสัญญา ตอกย้ำแคมเปญให้เป็นที่จดจำแก่ผู้บริโภคมากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สิงห์พยายามทำก็คือการสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยการใส่ใจสิ่งที่ผู้บริโภคเป็นกังวล พร้อมสามารถตอบโจทย์สิ่งนั้นได้ ทำให้เห็นว่าแบรนด์ที่อยู่มานานกว่า 87 ปี ก็ไม่ได้นิ่งเฉย ลุกขึ้นมากระตุ้นเตือนผู้บริโภคลดการใช้พลาสติกให้น้อยลง ทุกคนสามารถทำได้ และเราก็ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่เรากำลังทำเพื่อคนรุ่นหลัง เพื่อให้เขาได้เห็นสิ่งแวดล้อมที่สวยงามในอนาคต