ผ่านพ้นช่วงปีใหม่มาได้ไม่ถึงเดือนแต่กลับมีปัญหามากมายเข้ามาให้เราได้ตั้งคำถามและสงสัย ด้วยความกังวลต่างๆ กับสถานการณ์มากมายเหล่านี้ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงด้านสิ่งแวดล้อม หรือเหตุการณ์ที่ยังคงคลุมเครือเกี่ยวกับสงครามการค้าและเทคโนโลยีที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งของโลก
ถึงกระนั้นสถานการณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้ขัดขวางความเชื่อมั่นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่างอาลีบาบากรุ๊ปโฮลดิ้ง ซึ่งจากการคาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีมาแรงสำหรับทศวรรษใหม่นี้ ที่จัดทำโดย Alibaba DAMO Academy สถาบันวิจัยระดับโลกของยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ (DAMO ย่อมาจาก Discovery (การค้นพบ) Adventure (การผจญภัย) Momentum (แรงขับเคลื่อน) และ Outlook (การมีมุมมอง)
และนี่คือบางส่วนของความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลกที่สถาบันวิจัยคาดการณ์ไว้สำหรับปีนี้:
1) การพัฒนาเทคโนโลยีอย่าง AI จะก้าวกระโดดไปสู่สิ่งที่เรียกว่า ความรู้และความเข้าใจ ด้วยความก้าวหน้าล่าสุดของ AI ทำให้สถาบันได้มองเครื่องจักรนี้ล้ำหน้าเกินกว่ามนุษย์ ทั้งในด้านการประมวลผลคำพูดเป็นข้อความและภาษาที่เป็นธรรมชาติ
Deloitte ได้กำหนด AI เป็นซอฟต์แวร์ที่ตั้งโปรแกรมเพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นความรู้ความเข้าใจของมนุษย์ซึ่งเป็นกระบวนการทางจิตที่ช่วยให้คนที่จะดำเนินการใด ๆ สำหรับองค์กรระบบความรู้สามารถใช้ในการทำนายอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการปฏิบัติงาน
ซึ่งความก้าวหน้าที่สำคัญครั้งต่อไปของ AI จะเข้าสู่สาขาวิชาต่างๆ มากขึ้น เช่น สาขาจิตวิทยาการรู้คิด รวมถึงภาวะสังคมผู้ป่วยของมนุษย์ ผ่านการเทคนิคการวิเคราะห์ต่าง ๆ อย่างการอนุมานสาเหตุและกราฟความรู้ข้ามโดเมน
2) การประมวลผลในหน่วยความจำเพื่อผลักดันระบบ AI รุ่นต่อไป จากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของอัลกอริธึม AI ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มันถึงจุดที่ฮาร์ดแวร์กลายเป็นคอขวดในการสำรวจอัลกอริธึมขั้นถัดไป
การประมวลผลในหน่วยความจำจะย้ายข้อมูลซึ่งจัดเก็บแบบดั้งเดิมในซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลที่โฮสต์ในฮาร์ดดิสก์ลงในหน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่ม ข้อมูลความเร็วทวีคูณนั้นอ้างอิงจาก Hewlett-Packard Enterprise เนื่องจากข้อมูลที่เก็บ RAM สามารถใช้งานได้ทันทีในขณะที่ข้อมูลที่เก็บไว้ในแผ่นดิสก์ถูก จำกัด ด้วยเครือข่ายและความเร็วดิสก์
3) อุตสาหกรรม IoT จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เมื่อบริการมือถือ 5G มีวางจำหน่ายอย่างกว้างขวางมากขึ้น ในปีนี้ผู้ผลิตคาดว่า IoT จะมีความฉลาดขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีไร้สายรุ่นใหม่ช่วยให้ผู้ผลิตเห็นถึงศักยภาพของ IoT ได้กว้างมากขึ้น
เหล่า IoT จะเริ่มปรับตัวให้ซับซ้อนและเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัว ผ่านการรวบรวมข้อมูลและโต้ตอบกับแอปพลิเคชั่นมือถือหรือเครือข่ายอื่น ๆ
อุตสาหกรรม IoT เชื่อมโยงองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการเข้าด้วยกัน อย่างเครื่องจักรอัจฉริยะ การวิเคราะห์ขั้นสูง และผู้คน ส่งผลให้ข้อมูลที่รวบรวมโดยอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อข้อมูลที่ประมวลผลแล้วจะช่วยให้การดำเนินงานในระดับที่สูงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในที่สุดมันก็จะช่วยเพิ่มผลผลิตและผลกำไรของผู้ผลิตอย่างมหาศาล
4) ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้วิธีการออกแบบแบบแยกส่วนจะทำให้การพัฒนาของชิปง่ายขึ้นและไวขึ้นอย่างมาก ซึ่งวิธีการออกแบบชิปแต่ก่อนไม่เอื้ออำนวยทั้งการพัฒนาอย่างรวดเร็ว การแยกส่วน รวมถึงปรับแต่ง
มันแสดงให้เห็นว่าการออกแบบระบบบนชิปที่เรียกว่า RISC-V และวิธีการออกแบบชิปแบบแยกส่วนอื่น ๆ ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดให้กับระบบนิเวศสำหรับชิปโอเพ่นซอร์ส
นั่นเป็นผลมาจากการเปิดตัวชิปตัวแรกของอาลีบาบาในเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งผลิตโดย Pingtouge บริษัทในเครือของอาลีบาบาเปิดตัวชิปตัวประมวลผล Xuantie 910 นั้นใช้ RISC-V ซึ่งต่างจาก ARM ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์มากกว่า
5) การพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่ใช้ blockchain เทคโนโลยีระดับมหภาค จะได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย รวมถึงการได้รับความสนใจอย่างมากในประเทศจีนหลังจากที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้รับการรับรองจากจีนในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมกับมีการเรียกร้องให้จีนกลายเป็นผู้นำระดับโลกในสาขานี้
การพัฒนา blockchain เชิงพาณิชย์แบบ as-a-service คาดว่าจะช่วยลดอุปสรรคในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น blockchain ขององค์กร อีกนัยนึง คือ ลูกค้าสามารถคุยกับ CRM ว่าอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงไปทางใด
อย่างเมื่อปีที่ผ่านมา DAMO Academy ได้ออกมาพูดเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ blockchain ในเชิงพาณิชย์มีมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างบริษัท Alibaba ที่มี Ant Blockchain กับการใช้งานที่ประกอบไปด้วย การตรวจสอบย้อนกลับของสินค้า การป้องกันในด้านลิขสิทธิ์ การตรวจสอบตัวตนบนระบบดิจิตอล รวมถึง Supply Chain Financing
Source