ในยุคที่เรากำลังต้องเผชิญกับภาวะฝุ่นละออง PM2.5 หรือโรคภัยที่น่ากลัวอย่างไวรัสโคโลน่า นอกจากจะหาหน้ากาอนามัยมาใส่แล้ว สิ่งหนึ่งที่เราควรต้องใส่ใจดูแลเป็นอย่างมากก็คือการดูแลสุขภาพของเราให้แข็งแรงอยู่เสมอ และการทานโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์ที่ดีก็เป็นทางหนึ่งที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงได้
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2556 ที่ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ในการเปิดตัวสินค้าที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคจนถึงขั้นของขาดตลาดกับ “เมจิ บัลแกเรีย” โยเกิร์ตที่ตั้งใจพัฒนามาตอบโจทย์ทั้งความอร่อยและเพื่อดูแลสุขภาพให้คนไทย นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้โยเกิร์ตเมจิ บัลแกเรีย ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพช่องท้องของผู้บริโภคชาวไทย คอยส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพมาโดยตลอด จากตอนแรกคนอาจจะรู้จักกันในแง่ของโยเกิร์ตเนื้อเต้าหู้ หรือ เนื้อพุดดิ้ง ที่ดูเป็นธรรมชาติมากจากประเทศบัลแกเรีย แต่เมจิ บัลแกเรียก็ต่อยอดให้ยอดให้สินค้าเติบโตด้วยการตอกย้ำในจุดแข็งที่แตกต่างจากโยเกิร์ตในท้องตลาด นั่นก็คือ การที่คัดสรรจุลินทรีย์ LB81 สายพันธุ์แท้จากบัลแกเรียมาใช้ในผลิตภัณฑ์ และถือเป็นยี่ห้อเดียวที่รัฐบาลบัลแกเรียประเทศต้นกำเนิดโยเกิร์ตอนุญาติให้นำเอาจุลินทรีย์สายพันธ์นี้มาใช้ และในปีนี้เมจิ บัลแกเรียก็จะตอกย้ำในความต่างนี้โดยสร้างการรับรู้ในประโยชน์ของจุลินทรีย์ดีLB81ให้มากขึ้น นอกเหนือจากการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ พร้อมด้วยกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันใส่ใจแบบถ้วยต่อถ้วย จนได้เนื้อโยเกิร์ตคุณภาพคับถ้วยที่มีเนื้อเนียนนุ่มแบบเฉพาะไม่เหมือนใคร
เราจะมาถอดกลยุทธ์หลักที่สำคัญที่ทำให้โยเกิร์ตเมจิ บัลแกเรีย สามารถมัดใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างอยู่หมัดจนมียอดขายเติบโตมาอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้