3. Data Monetization
เมื่อกรุงศรีไม่ได้มีแค่ข้อมูลทางการเงินของลูกค้าเท่านั้น แต่กรุงศรียังมีข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละคนผ่านแอป U Choose ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเก็บข้อมูลของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ที่กรุงศรีมี จะนำข้อมูลลูกค้ามาใช้ประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงและการเสนอบริการที่ดีขึ้น
ทั้งการคาดการณ์หนี้เสียจากรูปแบบการใช้จ่าย การนำเสนอโปรโมชันและต่อยอดการขายที่ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นรายคนทั้งบน UChoose App และ Social Media รวมถึงการทำ Information Base Lending หรือการเสนอเงินกู้โดยใช้ข้อมูลแวดล้อม
4. AI
Face Payment อีกเทคโนโลยีที่จะถูกนำเอามาให้บริการสะดวกมากขึ้น ด้วยการสแกนใบหน้าเพื่อชำระเงิน ทั้งจาก Mobile Application และสแกนจ่ายที่เคาน์เตอร์ร้านค้า โดยจะเริ่มใช้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
AI Manow ที่ได้มีการเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว มีการรับสายลูกค้าไปแล้วกว่า 1.3 ล้านครั้ง ลดเวลาการคุยลงได้กว่า 60% ในปีนี้จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพของ AI Manow คือการพัฒนาตัวเป็น Personal Assistant ที่สามารถให้บริการลูกค้าในเชิงรุกได้ เช่น การเตือนเมื่อถึงกำหนดชำระ การเสนอวงเงินเมื่อเห็นพฤติกรรมบางอย่าง ไปจนถึง การฝังตัวเป็น Chatbot ที่บริการธุรกรรมต่างๆ ได้ พร้อมกับระบบ Voice Recognition และ Face Recognition อันนำไปสู่การให้บริการด้วย AI ที่ดีกว่าเดิม โดยทั้งหมดนี้จะเริ่มเห็นภายในร Q3 ของปี 2020
5. Krungsri Unicorn Startup Studio
โครงการปั้น Internal Startup ของ Krungsri Consumer ที่มุ่งเน้นพัฒนาไอเดียจากบรรดาพนักงาน ให้พนักงานทำเป็นลักษณะพาร์ทไทม์ ให้สร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ขึ้นมา และจะมีการนำมาต่อยอด พัฒนาให้ออกมากลายเป็นผลิตภัณฑ์จริง หรือแยกออกมาเป็นธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาการบริการให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าธุรกิจธนาคารในวันนี้ต้องปรับตัวหนักมาก เพราะไม่ได้มีแค่คู่แข่งที่อยู่ในธุรกิจธนาคารก็เกิดขึ้นมามากมาย ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า Game Changer ที่ Krungsri Consumer ตั้งรับจะรับมือไหวมั้ย