เรดดี้ ถูกทำให้ดื่มง่ายมากขึ้น พร้อมกับลบภาพของความเป็นเครื่องดื่มชูกำลังที่เป็นของผู้ใช้แรงงานทิ้ง พร้อมกับขยับเข้าไปเล่นกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนทำงานออฟฟิศรุ่นใหม่ โดยผสมน้ำผลไม้เพื่อทำให้มันดื่มง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งกระทิงแดงเข้ามาสร้างตลาดนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว และสามารถยึดภาพของการเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้หญิงวัยทำงานได้เป็นผลสำเร็จ
การเข้ามาเล่นในตลาดใหม่กับกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ ของกระทิงแดง ถือเป็นกลยุทธ์ยอดนิยมของผู้ท้าชิง ที่พยา ยามฉีกหนีร่มเงาของผู้นำตลาดที่ทอดบังอยู่คือแทนที่จะทำตลาดแบบแมสก็หนีไปสร้างนิช มาร์เก็ต ของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับเก็บเกี่ยวในสิ่งที่สร้างขึ้น โดยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียมที่ขายขวดละ 15 บาท ได้เป็นผลสำเร็จด้วยส่วนแบ่งตลาดที่คาดว่าน่าจะถึงครึ่งหนึ่งของตลาด
หากมองลงลึกเข้ามาในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่า 22,080 ล้านบาทแล้ว จะพบว่า ตลาดนี้ 73% จะเป็นเครื่องดื่มชูกำลังที่จับกลุ่มแมสขายขวดละ 10 บาท คนดื่มส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายที่ใช้แรงงาน เซ็กเม้นต์นี้จะเติบโตประมาณ 3.3% เซ็กเม้นต์ที่ 2 คือ เครื่องดื่มชูกำลังพรีเมียมขายขวดละ 15 บาท ตลาดเติบโต 0.7% โดยก่อนหน้านั้นตลาดเติบโตดีมาตลอด ส่วนอีกเซ็กเม้นต์ที่เหลือคือ เครื่องดื่มชูกำลังที่ผสม Ginseng + Herbal หรือผสมโสมและสมุนไพร ซึ่งเป็นเซ็กเม้นต์ที่มาแรง มีสัดส่วน 11% ของตลาด แต่มีการเติบโตสูง 15 – 20% เลยทีเดียว
ส่วนสาเหตุที่เครื่องดื่มชูกกำลังที่ผสมโสมและสมุนไพรมีการเติบโตค่อนข้างดีนั้น มาจากการมีเบเนฟิตใหม่ๆ ที่นอกจากให้ในเรื่องของพลังงาน นั่นคือการใส่เรื่องของโสม สมุนไพร และวิตามินต่างๆ ที่ช่วยบำรุงร่างกายและสายตาเข้าไป จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ที่สำคัญยังสามารถขยายฐานการดื่มจากกลุ่มผู้ชายมาสู่ผู้หญิงได้มากขึ้น