แกร็บ ไฟแนนซ์ ธุรกิจสินเชื่อภายใต้แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ถือเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลแบบครบวงจรรายแรกในประเทศไทยที่ใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อน รวมถึงออกแบบโมเดลวิเคราะห์เครดิต และได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง โซลูชั่นของแกร็บ ไฟแนนซ์ ซึ่งได้มีการทดลองให้บริการไปในช่วงปลายปี 2562 และดำเนินงานโดยบริษัท จีฟิน เซอร์วิสเซส (ที) จำกัด มีทั้งหมด 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่
1. สินเชื่อเงินสดผ่านแอพ สินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่สามารถขอสินเชื่อได้อย่างสะดวกและรวดเร็วผ่านแอพพลิเคชั่น
2. บริการผ่อนชำระสินค้ารายวัน บริการผ่อนชำระโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบรายวัน ดอกเบี้ย 0% สำหรับพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่
3. สินเชื่อ SMEs สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย ระยะสั้น ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ
Tech Company กล้าให้สินเชื่อดิจิทัล เพราะเชื่อใน Power of Data
การบริการสินเชื่อทั้ง 3 บริการของแกร็บ คือ ไม่ต้องเขียนสมัครให้ยุ่งยาก ไม่ต้องมีเอกสาร เพระเป็นเป็น Tech Company ถึงกล้าทำ แกร็บเคลมว่าคงเป็นที่เดียวในภูมิภาคที่กล้าให้สินเชื่อดิจิทัล เพราะเชื่อใน Power of Data ไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องใช้เอกสาร เพราะแกร็บมี Data ของคนขับขี่ที่จะบอกถึงข้อมูลทุกอย่างแล้ว เช่น ประวัติการขับรถ และเรตติ้งจากผู้โดยสาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการชำระเงินเช่นกัน
การผสมผสานระหว่างโมเดลเครดิตรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่นี้ทำให้เราสามารถวิเคราะห์คุณสมบัติของพาร์ทเนอร์ได้อย่างแม่นยำ และช่วยให้พวกเขามีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มขึ้นได้ ยิ่งไปกว่านั้น เรายังออกแบบแผนการผ่อนชำระแบบรายวัน เพื่อสนับสนุนให้พาร์ทเนอร์มีวินัยทางการเงินเพิ่มขึ้นอีกด้วย แกร็บไม่ได้มองว่านี่คือการสร้างหนี้ครัวเรือนแต่กลับมองว่านี่การช่วยเหลือ เพราะไม่ได้มีการให้วงเงินที่เกินตัว มองว่าเป็นเงินที่ช่วยยามฉุกเฉิน เป็นสินเชื่อระยะสั้น 1 ถึง 6 เดือน เท่านั้น
นอกจากนี้ การนำเสนอสินเชื่อ SMEs แก่ผู้ประกอบการรายย่อย ผ่านกระบวนการดิจิทัลเต็มรูปแบบ ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้ายื่นเอกสารผ่านระบบออนไลน์ โดยเริ่มให้บริการสินเชื่อแก่พาร์ทเนอร์ร้านค้าที่มี อัตราการเติบโตรวดเร็ว ก่อนจะนำเสนอโซลูชั่นสินเชื่อรูปแบบอื่นๆ ให้แก่ธุรกิจขนาดเล็กทั่วไปในอนาคต
ตั้งเป้ายอดสินเชื่อใหม่ทั้งหมดของแกร็บ ไฟแนนซ์ ไว้ที่ 3,000 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อยของไทยกว่า 100,000 ครัวเรือน