ส่วน “สิงห์ปาร์ค” นั้นเกิดขึ้นมาจากความคิดของคุณสันติ ที่ต้องการปรับ เปลี่ยนไร่บุญรอดที่ใช้ปลูกข้าวบาร์เล่เดิมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยงเชิงเกษตรในรูป แบบวิสาหกิจชุมชน หรือ Social Enterprise ที่มีแนวคิดหลักในการบริหารงาน คือการผลักดันให้เกิดสภาพเศรษฐกิจที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนใน พื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี เศรษฐกิจดี กระจายความสุขให้กับชุมชนในเชียงราย
สิงห์ปาร์ค เชียงราย ได้มีการเทิร์นธุรกิจการเกษตรให้กลายเป็นธุรกิจท่อง เที่ยวเชิงนิเวศน์ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยพื้นที่กว่า 8,000 ไร่
ด้วยทำเลที่ตั้งที่ห่างจากตัวเมืองเพียง 9 กิโลเมตร และห่างจากสนามบิน ประมาณ 12 กิโลเมตร พื้นที่ตรงนี้จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง และ สามารถต่อยอดได้อีกหลายอย่างในอนาคต
สิงห์ปาร์ค จึงกลายเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเชียงราย และเป็นอีก หนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้จังหวัดเชียงราย จนกลายเป็นอีก หนึ่งแลนด์มาร์กของประเทศ ที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็น World Class Destination
ดูได้จากจำนวนเที่ยวบิน...
สมัยก่อนสายการบินที่มาเชียงรายมีเพียง 7 เที่ยวบินต่อวัน แต่ปัจจุบันมี เพิ่มเป็น 50 เที่ยวบินต่อวัน ทำให้ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถึง 3.5 ล้านคน ยิ่งไปกว่านั้น คือ GDP ของเชียงรายมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมา 5 ปี ติดต่อกัน และในทุกครั้งที่มีการจัดงาน ที่พักก็จะเต็มตลอด สถานที่ท่องเที่ยวหรือ ร้านอาหารก็ได้ประโยชน์ไปด้วย จึงเชื่อว่าปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น จน ทำให้เชียงรายขยับจากเมืองรองมาเป็นเมืองหลักได้ไม่ยากนัก
สันติ กล่าวว่า “หลายๆ คนมักถามว่า ภาพสุดท้ายของสิงห์ปาร์ค เชียงราย ที่มองไว้จะเป็นอย่างไร ซึ่งตนจะตอบว่า ไม่มีภาพสุดท้ายอยู่ในความคิด เพราะการพัฒนาสิงห์ปาร์คเพื่อให้สร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชนและจังหวัดเชียงรายนั้น จะทำไปอย่างต่อเนื่องไม่มีวันสิ้นสุด และจะมีการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็มอยู่เสมอ จึงนำมาซึ่งความสำเร็จของสิงห์ปาร์ค เชียงราย ในวันนี้
นอกจากสามารถยกระดับดัชนีชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับเชียงรายได้แล้ว ยังสามารถยกระดับดัชนีชี้วัดความสุข ให้กับประชาชนในพื้นที่ผ่านเครือข่ายสิงห์อาสา ถือเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจบนความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไปกับภาคสังคม และชุมชน ช่วยส่งต่อการวางรากฐานที่แข็งแรงของธุรกิจไปสู่ความสามารถในการเติบโตร่วมกันได้อย่างยั่งยืนในอนาคต”