คุณวิเนต เสริมถึงเรื่องของเทคโนโลยียางมิชลินซึ่งมีความโดดเด่นอย่างสูตรเนื้อยาง Active Bonding Element ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของมิชลินที่มีการจดสิทธิบัตรนวัตกรรม เทคโนโลยีนี้ถือว่าสร้างความแตกต่างให้กับมิชลินเพราะเป็นสูตรที่ทำให้เนื้อยางมีความยืดหยุ่นสูง ช่วยในการเกาะถนนและซึมซับแรงต้านทานได้ดีรวมถึงไม่สึกง่าย
นอกเหนือจากสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ คุณวิเนต กล่าวว่า ปัจจัยความสำเร็จของมิชลินอีกประเด็นหนึ่ง คือเรื่องของการสื่อสารที่ตรงจุด เข้าใจง่าย ถูกที่ถูกเวลา และต้องส่งผ่านสิ่งที่บริษัทสัญญาไว้ในโฆษณาออกไปสู่ผู้บริโภคให้ได้จริง
“หากพูดเรื่องของข้อความที่เราสื่อสารออกไปในโฆษณา หลายปีที่ผ่านมาเราพูดถึงเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะหากพูดถึงเรื่องของยาง ความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้บริโภคมองหา แต่ในมุมของการสื่อสารอาจมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเพื่อให้เข้าใจง่ายและน่าสนใจ”
โดยในเรื่องของความปลอดภัยมิชลินมีการนำเสนอมุมในการสื่อสารใหม่ๆอยู่เสมอ เช่น ในปี 2018 มิชลินมีแคมเปญ When It Matters Most หรือ พร้อมข้างคุณ…ทุกนาทีสำคัญ เพื่อเป็นคำสัญญาว่ามิชลินในฐานะผู้ดูแลความปลอดภัยของทุกการเดินทาง โดยเฉพาะในเวลาที่คุณมีโมเม้นต์สำคัญ มิชลิน จะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ
สำหรับปีที่ผ่านมา มิชลินโปรโมทเรื่องของสมรรถนะยางที่ดีตั้งแต่วันแรกที่ใช้จนถึงวันที่ยางหมดอายุการใช้งาน โดยตั้งชื่อแคมเปญว่า “ยางมิชลิน แม้เวลาจะเปลี่ยนไป ความมั่นใจไม่เปลี่ยนแปลง” ซึ่งยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยและความมั่นใจที่ไม่เคยเปลี่ยน จากวันแรกที่ใช้ยางจนถึงรอบที่จะเปลี่ยนยางครั้งต่อไป
แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีจะเข้ามา Disrupt ในแง่ของการสื่อสาร แต่คุณวิเนตก็ยังมองว่าสิ่งสำคัญกว่าก็คือเรื่องของเนื้อหาและข้อมูล (Content) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ผู้บริโภคถูก Disrupt จากทุกช่องทาง ทำอย่างไรมิชลินจึงจะสามารถดึงความสนใจของลูกค้าได้
“ยิ่งผู้บริโภคถูก Disrupt มากเท่าไหร่เรายิ่งต้องรู้จักผู้บริโภคของเราให้ดีมากยิ่งขึ้นเรารู้ว่ายางรถยนต์เป็นสินค้าที่ต้องใช้ความเข้าใจสูง ค่อนข้างมีราคา ซื้อไปแล้วต้องใช้ไปอีกหลายปี ข้อกังวลต่างๆ เหล่านี้คือสิ่งที่เราใช้ความพยายามที่จะเข้าถึงอย่างถ่องแท้ และหาทางสื่อถึงผู้บริโภคให้เข้าใจได้ง่าย เราจึงปรับจากการใช้ Influencer จากที่เป็นสายรถยนต์อย่างเดียวมาเป็นคนในกลุ่มไลฟ์สไตล์มากขึ้นอย่างกลุ่มท่องเที่ยว กีฬาครอบครัว เพื่อมาย่อยข้อมูลให้ง่ายขึ้นและสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างเข้าใจได้ง่าย
ในแง่ของสื่อ เราทราบดีว่าก่อนที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนยางกว่า 90% ต้องมีการค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะจากทางอินเตอร์เน็ตประเด็นสำคัญคือสื่อและเทคโนโลยีประเภทไหนที่จะช่วยให้เราส่งข้อความที่พูดถึงข้างต้นไปถึงผู้บริโภคได้อย่างถูกที่ถูกเวลาและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เราจึงเลือกใช้เครื่องมือทางออนไลน์และโซเชียลมีเดียที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการ Retargeting, การใช้ Data Driven หรือ Marketing Automation ต่างๆ
เทคโนโลยีและส่วนประกอบของยางรถยนต์เป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนและเข้าใจยาก อีกทั้งยางที่มีสมรรถนะเยี่ยมและได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน นั่นหมายความว่า เมื่อเขาซื้อยางไปแล้ว ก็จะไม่สนใจเรื่องยางเลย จนกว่าจะนึกถึงอีกทีก็เมื่อถึงรอบเปลี่ยนยางหรืออีกประมาณ 2-3 ปี ซึ่งเราเรียกช่วงนี้ว่า Off Market ความท้าทายก็คือทำอย่างไร ให้เขาไม่ลืมเราและยังนึกถึงเราเป็นอันดับแรกเมื่อถึงเวลาที่ต้องซื้อยาง มิชลินยังมี Michelin Guide คู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ให้อยู่ในใจผู้บริโภคต่อเนื่อง โดยปี 2020 มีการเปิดตัวเมืองเพิ่มขึ้นคือ เชียงใหม่ หลังจากที่มีกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภูเก็ตและพังงามาแล้ว ถือเป็นการ Remind แบรนด์ให้ผู้บริโภคยังจดจำอยู่เสมอด้วย”