อีกกลุ่มที่คุณลีลนามองว่าเป็นกลุ่มที่น่าสนใจและเติบโตอย่างก้าวกระโดดก็คือกลุ่มที่เป็น Vlogging ซึ่งโซนี่จะเน้นทำการตลาดกับกลุ่มนี้มากขึ้น
“เรามีแคมเปญ Vlog with Sony เพราะเราเห็นเทรนด์ที่ Content Creator ขยับตัวจากภาพนิ่งมาเป็นภาพเคลื่อนไหว กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่กำลังขยายตัว เราจึงเข้าไปทำตลาดกับกลุ่มนี้ ด้วยสินค้าที่พร้อมของเราไม่ว่าจะเป็นกล้องที่สามารถพลิกหน้าจอเพื่อถ่ายตัวเองได้ง่าย อุปกรณ์เสริมอย่างขาตั้ง ส่วนต่อไมค์ รวมทั้งหัวใจสำคัญก็คือเรื่องของโฟกัสที่ต้องรวดเร็ว และฉลาด โดยนำเอาระบบ AI เข้ามาทำงานเพิ่มประสิทธิภาพ”
อีกแคมเปญที่น่าจะต้องพูดถึงในปีที่แล้วของโซนี่ที่ทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ก็คือการมองหาช้างเผือกจากสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อมาเวิร์คช็อปและประกวดถ่ายภาพพร้อมทั้งนำภาพถ่ายเหล่านั้นมาจัดเป็นนิทรรศการภาพถ่าย จัดแสดงผลงานของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทย ได้แชร์ประสบการณ์ถ่ายภาพด้วยกล้อง และอุปกรณ์ของโซนี่ อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นช่างภาพมืออาชีพต่อไปในอนาคต
ในแง่ของการสื่อสารยุคดิจิทัล โซนี่ถือเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ใช้การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากโซนี่มีไลน์สินค้าที่หลากหลาย การเจาะเข้าไปยังกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มจะอาศัยการดึง Customer Journey จากออนไลน์ไปถึงออฟไลน์
เรามีการศึกษาว่าลูกค้าใช้ชีวิตอย่างไรเพื่อทำความเข้าใจกับไลฟ์สไตล์ของเขา และหาวิธีเข้าไปอยู่กับเขาในทุกจังหวะชีวิต เราเน้นสื่อสารในช่องทางออนไลน์มากขึ้นเพราะเราพบว่า Customer Journey ของลูกค้าเขาเน้นสืบหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต อ่านข้อมูลรีวิวจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมืออาชีพ เราแค่ต้องแท็กเข้าไปให้เจอแล้วเราก็ไปยืนรอเขาอยู่ตรงนั้น ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวสิ่งสำคัญที่คุณลีลนากล่าวว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ คือรักษาฐานลูกค้าในปัจจุบันไว้และพยายามขยายตลาดใหม่
“ปีนี้สิ่งที่เราจะทำตลาดต่อเนื่องก็คือเรื่องของ Bird Photography ซึ่งเราค่อนข้างประสบความสำเร็จ และลูกค้าก็รอที่จะเห็นอะไรใหม่ๆ รวมทั้งการเข้าไปถึงเขาไปตอบโจทย์ความต้องการของเขา สิ่งเหล่านี้คือตลาดที่เป็นโอกาส ส่วนตัวที่เป็นตลาดวิดีโอปีนี้วิดีโอจะเป็นเทรนด์ที่โซนี่ตั้งใจพัฒนาเพิ่มขึ้นเพราะอย่างที่บอกคือสัดส่วนของคนทำคอนเทนต์วิดีโอแม้ยังไม่ใช่ตลาดใหญ่แต่เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น Segment นี้จะเป็นโอกาสของเราเพราะเราเป็นเจ้าแรกที่มีโซลูชั่นครบสำหรับคนทำ Vlogging”
คุณลีลนาเสริมอีกว่า ความท้าทายของโซนี่ในปีนี้คือรักษาฐานลูกค้าที่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดูแลลูกค้าในแต่ละ Segment ให้ได้ตามมาตรฐานอย่างทั่วถึง เพิ่มจุด Touchpoint ที่ช่วยสร้างโอกาสให้ลูกค้าสามารถมีประสบการณ์กับโซนี่เพิ่มขึ้น
“การเป็นอันดับที่ 1 ของเรามาพร้อมกับความกดดันจากความคาดหวังของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ทำอย่างไรเราถึงจะสามารถตอบความคาดหวังของลูกค้าในทุกด้านให้ได้ ซึ่งเราก็ต้องทำงานหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกค้าเริ่มมองว่าสิ่งที่เราทำไม่สนุก ไม่ตื่นเต้นเหมือนที่ผ่านมา ลูกค้าก็อาจจะเปลี่ยนใจไปจากเราได้เช่นกัน”