พันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “ในนามของชาวจังหวัดกระบี่ ผมรู้สึกยินดี และขอขอบคุณ EEC Thai land และพันธมิตรเครือข่ายทุกองค์กรเป็นอย่างสูง ที่เล็งเห็นความสำคัญและเลือกจังหวัดกระบี่ให้เป็นพื้นที่แรกของโครงการ ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของการปรับเปลี่ยนยุทธศาตร์การพัฒนาจังหวัดกระบี่ในประเด็น KRABI goes green ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมให้มีความเข้มแข็ง สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างคนในพื้นที่กับหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ โดยส่งเสริมให้เกิด การแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิค และแนวทางในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ที่สำคัญจะเป็นตัวช่วยในการปลูกฝังให้คนในพื้นที่รัก หวงแหนทรัพยากร และดำเนินชีวิตอย่างสมดุลไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”
ลลิดา พันธุ์วิชาติกุล ประธานที่ปรึกษามูลนิธิกระบี่ยั่งยืน และกรรมการผู้จัดการโรงแรมในเครือมากระบี่ กล่าวว่า “มูลนิธิกระบี่ยั่งยืนเป็นองค์กรสาธารณะที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาความร่วมมือด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมุ่งหวังที่จะร่วมขับเคลื่อนกระบี่สู่เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยวอย่างยั่งยืน สำหรับความร่วมมือของทุกฝ่าย ในโครงการนี้ มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ มุ่งเน้นสร้างจิตสำนึกและปลูกฝังทัศนคติด้านการอนุรักษ์ให้กับเด็ก เยาวชน และคนในจังหวัดกระบี่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพราะเมื่อพวกเขารัก เข้าใจ และรู้คุณค่าของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมก็ย่อมอยากที่จะรักษาไว้ ซึ่งโครงการนี้ยังเน้นการมอบองค์ความรู้ทั้งภาควิชาการและภาคปฏิบัติที่สอดคล้องกับวิถีชุมชนจึงทำให้ทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตได้อย่างแท้จริง”
โสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “โครงการ #กอดป่ากอดทะเล มีเจตนา รมณ์ที่ดีที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้เชิงวิชาการร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพิ่มความเข้าใจด้วยการสอนภาคปฏิบัติในพื้นที่จริง ตลอดจนสร้างและขยายเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความเข้มแข็ง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่กรมพยายามส่งเสริมและผลักดันให้เกิดขึ้นมาโดยตลอด ทางกรมได้ให้การสนับสนุนโครงการนี้ ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ เรือปฏิบัติภารกิจ กำลังพลจากกลุ่มเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล รวมถึงนำแนวทางการดำเนินงานของกลุ่มอาสาฯ มาประยุกต์และต่อยอดแนวคิดของโครงการ เพื่อให้เกิดการทำงานที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น”