Productivity ทำงานข้างนอกสูงกว่าในออฟฟิศ
ไจไคล ไคลน์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Inspire Human Resources กล่าวว่า เธอกำลังเตรียมพร้อมสำหรับวิธีการจัดการทีมงานเกือบ 30 คน หากโรคระบาดมาถึงนิวยอร์กซิตี้ และแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับวิธีรับมือ
ไคลน์กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการก้าวไปข้างหน้า คือ การทำให้แน่ใจว่าเครื่องมือที่ต้องใช้ในการทำงาน และเพื่อให้งานสำเร็จ เช่น ซอฟต์แวร์สำหรับการประชุมทางไกลอยู่ถูกที่ถูกทาง
"เราไม่อยากคิดว่าลูกค้าทุกคนมีเครื่องมือ เช่น Slack, Zoom, Skype"
"ดิฉันพบว่าประสิทธิภาพการทำงานสูงอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อผู้คนทำงานนอกออฟฟิศ" เธอกล่าว และเสริมว่า "พวกเขาทำงานมากกว่าเดิมอีก 1 หรือ 2 ชั่วโมงครึ่งต่อวันด้วยซ้ำ โดยคุณไม่ต้องร้องขอเลยแม้แต่นิดเดียว"
ไคลน์ กล่าวว่า ท้ายที่สุดแล้ว ข้อความที่เธอส่งถึงทีม ก็คือ รักษาสุขภาพของตัวเอง และสุขภาพครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกทำที่ไหน "ดิฉันต้องการส่งสัญญาณถึงพวกเขาว่าต้องจริงจังกับประเด็นนี้ให้มากๆ"
“เมื่อเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ดิฉันคิดว่าบริษัทที่แข็งแกร่งที่สุดและผู้นำต้องทำให้พนักงานรู้สึกโล่งใจ และทำงานด้วยความสบายอกสบายใจ” เธอกล่าว "หากพวกเราไม่ได้ดูแลกันแบบครอบครัว เมื่อเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ย่อมไม่มีทางที่พวกเขาจะสร้างประสิทธิผลที่ดีออกมาได้"
เธอตั้งข้อสังเกตว่า ซอฟต์แวร์เทค เช่น Trello, Slack และ Zoom สำคัญ แต่นั่นก็เหมือนกล้ามเนื้อ คือต้องออกกำลังสม่ำเสมอจึงจะแข็งแรง
“สิ่งที่คุณสามารถทำได้ คือ มองโลกแห่งความเป็นจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ทำได้จากนอกออฟฟิศ กับสิ่งที่ทำไม่ได้” เธอกล่าว "คิดปัญหาด้านความปลอดภัยด้วย เช่น คุณสแกนออนไลน์ได้หรือเปล่า ต้องถ่ายสำเนาและนำกลับบ้านได้หรือไม่"
เมื่อการทำงานนอกออฟฟิศไม่ใช่ทางเลือก
สำหรับโรงงานผลิต ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และกิจการบริการอื่นๆ อีกมาก การทำงานที่บ้านอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ยามเกิดโรคระบาด
“ดิฉันคิดว่าบรรดานายจ้างกำลังถูกท้าทายจากข้อเท็จจริงที่ว่า พวกเขายังคงต้องจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ในช่วงนี้ ไม่ต่างจากพนักงาน” Rousseau กล่าว
"ปัญหาใหญ่ที่สุด คือ โรงงาน ที่ต้องมีคนอยู่ที่นั่นเพื่อทำงานให้เสร็จ" เธอเสริม "มันยากที่จะรวบรวมสิ่งละอันพันละน้อยจากภายนอกให้เป็นหนึ่งเดียว"
“ปัจจัยเหล่านี้เป็นสภาพแวดล้อมที่ดิฉันคิดว่า ทำให้บรรดานายจ้างมีภาระมากขึ้นในการสร้างสภาพที่ถูกสุขอนามัยในการทำงานได้จริง”
Cappelli ย้ำว่า สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต การบริการ และค้าปลีก "มันแตกต่างโดยสิ้นเชิง" เพราะการทำงานนอกออฟฟิศทำได้ยากมาก
“การค้าปลีกมีปัญหาเพิ่มเติมในการที่ไม่ใช่แค่พนักงานของคุณที่อาจป่วย แต่ลูกค้าที่เข้ามาในร้านของคุณก็อาจป่วยได้ด้วยเหมือนกัน” เขากล่าว “ถ้าคุณเป็นวอลมาร์ทหรือโรงแรม คุณจะทำอะไร คุณจะปิดตัวลงหรือไม่ และถ้าไม่เป็นอย่างนั้นมีต้นแบบใดๆ หรือเปล่าที่จะทำให้พนักงานของคุณปลอดภัยจากลูกค้า”
“นั่นคือนโยบายที่เราจะต้องเริ่มทบทวน และสรุปให้ได้” เขากล่าว
แนวทางช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ของ CDC สำหรับธุรกิจและนายจ้างในการวางแผนและตอบสนองต่อ Coronavirus เรื่องแรกๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่แนะนำบริษัทต่างๆ และเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คือ
"ทำทุกอย่างเต็มกำลังให้พนักงานที่ป่วยอยู่บ้าน....ไม่ออกไปข้างนอก"
หน่วยงานด้านสุขภาพยังเรียกร้องให้บริษัทต่างๆ ดำเนินการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นผิวที่ต้องถูกสัมผัสบ่อยๆ ในที่ทำงาน และจัดเตรียมผ้าเช็ดทำความสะอาดแบบใช้แล้วทิ้งไว้ใกล้ๆ พื้นผิวที่ใช้กันทั่วไป (เช่น ลูกบิดประตู คีย์บอร์ด ฯลฯ ) ก่อนการใช้งานแต่ละครั้ง
ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถทำงานนอกออฟฟิศได้ Rousseau ยังแนะนำให้ผู้นำองค์กรมองในระยะยาว แม้ว่าการระบาดจะก่อให้เกิดผลเสียระยะสั้นต่อ Bottom Line ก็ตาม
หลังจากหลายปีของการเติบโตอย่างไม่เคยมีมาก่อน Rousseau ยอมรับว่าหากมีการระบาดอย่างกว้างขวางในสหรัฐฯ "ความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นจะลดลงในระยะสั้น" แต่ก็แนะนำบริษัทต่างๆ ให้จำไว้ว่า
"ท้ายที่สุดแล้ว... เรื่องนี้ก็จะผ่านไป"
ที่มา Knowledge @ Wharton